วันนี้ (29 พฤษภาคม 2569) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินหน้ายกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนและลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการเดินทางอย่างต่อเนื่อง โดยกระทรวงคมนาคมร่วมกับบริษัท ไทย สมายล์ บัส จำกัด เปิดให้ผู้ถือ “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” สามารถใช้สิทธิ์เดินทางกับรถโดยสารไทย สมายล์ บัส ได้ตั้งแต่วันที่ 28 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป
รองโฆษกฯ กล่าวว่า ระยะแรกเปิดให้บริการแล้วจำนวน 23 เส้นทาง ครอบคลุมเส้นทางสำคัญในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ก่อนทยอยขยายให้ครบทั้ง 124 เส้นทางภายในวันที่ 15 มิถุนายน 2569 เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะได้มากยิ่งขึ้น
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า การเปิดใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐกับรถโดยสารไทย สมายล์ บัส ถือเป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม โดยรัฐบาลมีเป้าหมายลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการเดินทางของประชาชน ผ่านโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส”
“ประชาชนสามารถใช้บัตรประชาชนหรือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐแตะผ่านเครื่อง EDC บนรถโดยสารได้ทันที ไม่ต้องใช้เงินสด และสามารถเดินทางเชื่อมต่อระบบขนส่งสาธารณะได้สะดวกมากขึ้น” รองโฆษกฯ กล่าว
ด้านนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ที่ผ่านมา ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐยังไม่สามารถใช้สิทธิ์กับรถไทย สมายล์ บัส ได้ เนื่องจากต้องพัฒนาระบบรองรับเพิ่มเติม โดยปัจจุบันมีผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐทั่วประเทศประมาณ 14 ล้านคน และอยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานครประมาณ 500,000 คน ซึ่งสามารถใช้วงเงินค่าเดินทางผ่านระบบขนส่งสาธารณะได้อย่างเต็มรูปแบบ
ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคมยังอยู่ระหว่างการพิจารณาปรับเส้นทางเดินรถโดยสารให้เชื่อมต่อกับระบบรถไฟฟ้ามากขึ้น เพื่อทำหน้าที่เป็นฟีดเดอร์เชื่อมต่อการเดินทาง และเพิ่มประสิทธิภาพระบบขนส่งสาธารณะในภาพรวม
สำหรับ 23 เส้นทางแรกที่เปิดให้ใช้สิทธิ์ อาทิ รังสิต–อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ตลาดไท–อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ สมุทรปราการ–เอกมัย ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย–สนามไชย อ้อมใหญ่–ท่าราชวรดิฐ และสายเชื่อมต่อท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เป็นต้น
ด้านไทย สมายล์ บัส ระบุว่า บริษัทได้ลงทุนติดตั้งระบบรองรับทั้งหมดเอง ทั้งเครื่อง EDC เครื่องอ่านบัตร และระบบหลังบ้าน รวมมูลค่ากว่า 100 ล้านบาท รองรับรถโดยสารกว่า 2,000 คัน และใช้เครื่องอ่านบัตรมากกว่า 3,000 เครื่อง เนื่องจากบางเส้นทางเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง
ปัจจุบันไทย สมายล์ บัส มีผู้โดยสารเฉลี่ยประมาณ 300,000 คนต่อวัน และคาดว่าหลังเปิดใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะมีผู้โดยสารเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 250,000 คนต่อวัน จากกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่ยังเข้าไม่ถึงระบบขนส่งสาธารณะในปัจจุบัน
นางสาวลลิดา กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการลดภาระค่าครองชีพของประชาชนในทุกมิติ โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายด้านการเดินทาง ซึ่งถือเป็นต้นทุนสำคัญในชีวิตประจำวัน พร้อมเดินหน้าพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะให้เข้าถึงง่าย สะดวก ปลอดภัย และเชื่อมต่อกันอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืนต่อไป