<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[ข่าวประชาสัมพันธ์]]></title>
<link>https://queensirikit.prd.go.th/th/content/category/index/id/9</link>
<atom:link href="https://queensirikit.prd.go.th/th/content/category/index/id/9" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[สุริยะ เดินหน้า Agri-Map ต่อยอดปรับพื้นที่ไม่เหมาะสมกว่า 1.18 ล้านไร่ ยกระดับรายได้เกษตรกรไทย]]></title>
<link>https://queensirikit.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/514148</link>
<guid isPermaLink="false">03711ab02fbce337d5ae803953eecb0b</guid>
<pubDate>Fri, 19 Jun 2026 08:59:14 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><em><strong>&nbsp;&nbsp; &nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดินหน้าขับเคลื่อน &ldquo;เกษตรนวัตกรรม&rdquo; ด้วยการใช้ Agri-Map บริหารจัดการพื้นที่ไม่เหมาะสม เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน และเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร โดยกรมพัฒนาที่ดินสามารถปรับเปลี่ยนพื้นที่แล้วกว่า 7 แสนไร่ มีเกษตรกรได้รับประโยชน์จำนวนมากทั่วประเทศ&nbsp;</strong></em><br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;<strong>นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ </strong>กล่าวว่า กระทรวงฯ ให้ความสำคัญกับการยกระดับภาคการเกษตรด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง ทั้งการใช้ที่ดินไม่เหมาะสม ต้นทุนการผลิตสูง และปัญหาผลผลิตล้นตลาดในบางช่วง โดยมุ่งเน้นการวางแผนการผลิตให้สอดคล้องกับศักยภาพ &nbsp; ของพื้นที่และความต้องการของตลาด ภายใต้แนวคิด <strong>&ldquo;เกษตรนวัตกรรม เพื่อความยั่งยืนเกษตรกรไทย&rdquo;</strong> &nbsp;โดย Agri-Map ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในวิเคราะห์ และวางแผนการใช้ที่ดิน โดยบูรณาการข้อมูลด้านดิน น้ำ พืช เศรษฐกิจ &nbsp; และสังคม จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจของเกษตรกรและภาครัฐ ช่วยวางแผนการผลิตให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่และความต้องการของตลาด ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและสร้างรายได้อย่างมั่นคงในระยะยาว<br />
&nbsp;<strong> &nbsp; &nbsp; &nbsp;นางสาวสุมิตรา วัฒนา อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน</strong> เปิดเผยว่า กรมพัฒนาที่ดิน มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการปรับเปลี่ยนพื้นที่ไม่เหมาะสมตาม Agri-Map โดยเฉพาะพื้นที่ปลูกข้าวที่มีข้อจำกัดด้านทรัพยากร โดยได้มีการส่งเสริมให้เกษตรกรปรับรูปแบบการผลิตไปสู่ระบบเกษตรผสมผสาน &nbsp;ผ่านการดำเนินงานตาม 6 มาตรการหลัก ได้แก่ การปรับโครงสร้างพื้นที่ให้เหมาะสม, การสร้างแหล่งน้ำในไร่นา, การส่งเสริมการปรับปรุงบำรุงดิน, การส่งเสริมแนวทางเกษตรปลอดภัย, การสร้างการรับรู้และความเข้าใจด้านการบริหารจัดการพื้นที่และการผลิต ตลอดจนการสร้างเครือข่ายกลุ่มเกษตรกรผู้ปรับเปลี่ยนการผลิต&nbsp;<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp; &nbsp; ผลการดำเนินงานตั้งแต่ปี 2560 กรมพัฒนาที่ดินสามารถดำเนินการปรับเปลี่ยนพื้นที่เกษตรไม่เหมาะสมได้แล้วกว่า 733,283 ไร่ มีเกษตรกรได้รับประโยชน์กว่า 81,355 ราย โดยบูรณาการร่วมกัน 10 หน่วยงาน รวมปรับเปลี่ยนฯ ในภาพรวมกระทรวงฯ กว่า 1,184,933 ไร่ เกษตรกรได้รับประโยชน์กว่า 164,359 ราย ช่วยลดพื้นที่ไม่เหมาะสมทั้งประเทศลงได้ประมาณร้อยละ 1.5 ส่งผลให้เกษตรกรมีรายได้สุทธิเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 4,265.88 บาทต่อไร่ หรือประมาณ 44,535.65 บาทต่อครัวเรือน เพิ่มขึ้นร้อยละ 50-300 &nbsp;พร้อมทั้งช่วยลดงบประมาณภาครัฐในการช่วยเหลือเกษตรกร ผู้ปลูกข้าวได้กว่า 4,366.41 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 70.47 ความสำเร็จดังกล่าว ส่งผลให้กรมพัฒนาที่ดินได้รับ &ldquo;รางวัลเกียรติยศเลิศรัฐ ประจำปี 2568&rdquo; ในมิติการสร้างคุณค่าต่อสังคมและประเทศ&nbsp;<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp; &nbsp;ตัวอย่างพื้นที่ต้นแบบที่จังหวัดสกลนคร ของนางประกายแก้ว แก้วดี หมู่ 10 ตำบลหนองลาด อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร เกษตรกรปรับจากทำนาเชิงเดี่ยวสู่เกษตรผสมผสาน จากเดิมขาดทุนกว่า 49,000 บาทต่อปี พลิกเป็นรายได้สุทธิกว่า 213,000 บาทต่อปี ช่วยลดต้นทุน มีรายได้หมุนเวียนตลอดปี มีเงินออม ลดหนี้สินและมีความมั่นคงในอาชีพมากขึ้น อีกทั้งยังช่วยกระจายความเสี่ยงจากราคาผลผลิตและภัยธรรมชาติ ส่งผลให้คุณภาพชีวิตและความเข้มแข็งของชุมชนดีขึ้น&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน กล่าวเพิ่มเติมว่า ในอนาคตจะมุ่งพัฒนา Agri-Map สู่ <strong>&ldquo;เครื่องมือช่วยตัดสินใจอัจฉริยะ&rdquo;</strong> เพื่อยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตเกษตรกรอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ เกษตรกรสามารถสอบถามข้อมูลได้ที่สำนักงานพัฒนาที่ดินทั่วประเทศ หรือสายด่วน 1760</p>
]]></description>
</item>
<item>
<title><![CDATA[รับสมัครคัดเลือกเพื่อรับทุนตามโครงการทุนการศึกษาเพื่อขยายโอกาสและพัฒนาประเทศ (Outstanding Development Opportunity Scholarship : ODOS) สำหรับทุนการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงและระดับปริญญาตรีในต่างประเทศ รุ่นที่ 2 ประจำปี 2569]]></title>
<link>https://queensirikit.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/512682</link>
<guid isPermaLink="false">ef87c32329443efe1e388b2d5cf8ed2e</guid>
<pubDate>Tue, 16 Jun 2026 09:38:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&nbsp;</p>
]]></description>
</item>
<item>
<title><![CDATA[มหิดล- จุฬาฯ- เชียงใหม่ พลิกโฉมอุดมศึกษาไทย เดินหน้าโครงการ  “MC² GenEd” ปีการศึกษา 2569  สร้างระบบเรียนรู้ข้ามมหาวิทยาลัย เตรียมบัณฑิตพร้อมโลก AI และอนาคต]]></title>
<link>https://queensirikit.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/512464</link>
<guid isPermaLink="false">7ea2be8be10a8acd5583e83e41018311</guid>
<pubDate>Mon, 15 Jun 2026 13:38:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>มหาวิทยาลัยมหิดล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผนึกกำลังครั้งสำคัญ ประกาศเดินหน้าโครงการ MC&sup2; GenEd (Mahidol&ndash;Chula&ndash;Chiang Mai General Education) ในงาน Chula The Impact ครั้งที่ 40 ภายใต้หัวข้อ &ldquo; MC&sup2; GenEd: Beyond Boundaries, Building Future: มหิดล จุฬาฯ เชียงใหม่ผสานพลังสู่การเรียนรู้แห่งอนาคต&rdquo; ที่เปิดโอกาสให้นิสิตนักศึกษาสามารถเรียนรายวิชาศึกษาทั่วไป (General Education) ข้ามมหาวิทยาลัย สะสมผลการเรียนรู้ เทียบโอนหน่วยกิตได้อย่างไร้รอยต่อ เริ่มประเดิมปีการศึกษา 2569 โดยคาดว่าจะมีนิสิตนักศึกษาลงทะเบียนในโครงการไม่ต่ำกว่า 1,000 ราย</p>

<p>ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของการปฏิรูปการศึกษาระดับอุดมศึกษาไทย สู่รูปแบบการเรียนรู้ที่เปิดกว้าง &nbsp;และเชื่อมโยงองค์ความรู้ข้ามมหาวิทยาลัย มุ่งสร้าง &ldquo;Shared Learning Ecosystem&rdquo; หรือระบบนิเวศ การเรียนรู้ร่วม ให้ผู้เรียนสามารถเข้าถึงองค์ความรู้ ผู้เชี่ยวชาญ และแลกเปลี่ยนประสบการณ์การเรียนรู้กับเพื่อนต่างสถาบัน เพื่อเตรียมความพร้อมสู่โลกแห่งอนาคต ที่เต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว</p>

<p>MC&sup2; GenEd ยังนับเป็นต้นแบบสำคัญของการพัฒนาการศึกษาในรูปแบบ Flexible Education และ Credit Mobility ของประเทศไทย ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้เรียนสามารถออกแบบเส้นทางการเรียนรู้ได้ด้วยตนเองอย่างยืดหยุ่น ไม่จำกัดอยู่เพียงรายวิชาที่เปิดสอนในมหาวิทยาลัยต้นสังกัด นับเป็นการลดข้อจำกัดด้านโครงสร้างการศึกษาแบบเดิม และเปิดพื้นที่ให้ผู้เรียนสามารถเลือกเรียนตามความถนัด และเป้าหมายวิชาชีพของตนเองได้มากยิ่งขึ้น</p>

<p>ในระยะแรก โครงการเปิดรายวิชาศึกษาทั่วไปนำร่องจำนวน 24 รายวิชาจากทั้งสามมหาวิทยาลัย ครอบคลุมองค์ความรู้หลากหลายด้าน ทั้งมนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม ความยั่งยืน และทักษะแห่งอนาคต โดยเปิดโอกาสให้นิสิตนักศึกษาระดับปริญญาตรีของทั้งสามสถาบัน สามารถเลือกเรียนได้ทั้งในรูปแบบออนไลน์และออนไซต์ &nbsp;เพื่อรองรับบริบทการเรียนรู้ที่หลากหลายในยุคดิจิทัล</p>

<p>ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า &ldquo;จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้กำหนดทิศทางการเรียนรู้ภายใต้แนวคิด &ldquo;Learning for the AI and Digital Era&rdquo; โดยมุ่งเตรียมผู้เรียนให้พร้อมรับมือกับโลกแห่งปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล&rdquo;<br />
&ldquo;การศึกษาไม่อาจจำกัดอยู่เพียงการถ่ายทอดองค์ความรู้แบบเดิมในห้องเรียน &nbsp;แต่ต้องเปิดพื้นที่ให้ผู้เรียน ได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ได้ทำงานร่วมกับผู้คนที่มีความหลากหลาย พร้อมเข้าใจวิธีคิด รู้เท่าทันเทคโนโลยี สามารถใช้ AI อย่างมีวิจารณญาณและจริยธรรม&rdquo;<br />
&ldquo;เราไม่ได้ต้องการเพียงให้ผู้เรียนใช้ AI เป็น แต่ต้องการให้สามารถสร้างคุณค่าใหม่ให้แก่สังคม ใช้เทคโนโลยี เพื่อขับเคลื่อนอนาคตได้อย่างมีความรับผิดชอบ ผมเชื่อมั่นว่าเมื่อศักยภาพด้าน AI และดิจิทัลของจุฬาฯ ผนวกกับความเชี่ยวชาญด้านชุมชนของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และความเข้มแข็งด้านการเรียนรู้ จากภาคปฏิบัติของมหาวิทยาลัยมหิดล นิสิตนักศึกษา จะได้รับประสบการณ์การเรียนรู้ที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น พร้อมเป็นผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลงในอนาคต&rdquo;</p>

<p>ด้าน ศ.นพ.ปิยะมิตร ศรีธรา อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า &ldquo;มหาวิทยาลัยมหิดลให้ความสำคัญกับแนวคิด Learning with Industry and Society หรือการเรียนรู้ร่วมกับภาคอุตสาหกรรม ภาคธุรกิจ และภาคสังคม เพื่อให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากสถานการณ์จริงและผู้เชี่ยวชาญตัวจริง การศึกษาในศตวรรษที่ 21 ต้องเป็นการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริง หรือ Experiential Learning ผู้เรียนต้องได้เผชิญโจทย์จริง ได้ฝึกคิด วิเคราะห์ ผ่านการทำงานร่วมกับผู้คนที่มีความหลากหลาย MC&sup2; GenEd &nbsp; &nbsp;จึงเป็นตัวอย่างสำคัญของการออกแบบ การเรียนรู้ ที่ตอบโจทย์โลกยุคใหม่ และสามารถเป็นต้นแบบของระบบการเรียนรู้ข้ามมหาวิทยาลัยในประเทศไทย&rdquo;</p>

<p>ขณะที่ ศ.ดร.นพ.พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า &ldquo;มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มุ่งเน้นแนวคิด Learning from Communities and Sustainability โดยเชื่อว่าห้องเรียนที่ดีที่สุด ไม่ได้จำกัดอยู่ เพียงในมหาวิทยาลัย แต่รวมถึงชุมชน ธรรมชาติ และพื้นที่จริงรอบตัว ผู้เรียนควรได้เรียนรู้จากโจทย์จริงของสังคม ความหลากหลายทางวัฒนธรรม รวมถึงประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน ที่กำลังเป็นความท้าทายสำคัญ ของโลก&rdquo;<br />
&ldquo;ความร่วมมือครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการเปิดให้เรียนข้ามมหาวิทยาลัย แต่เป็นการเปิดโลกการเรียนรู้ ให้กว้างกว่ารั้วมหาวิทยาลัย เชื่อมโยงผู้เรียน อาจารย์ ผู้เชี่ยวชาญ และองค์ความรู้จากหลากหลายบริบท เพื่อสร้างบัณฑิตที่พร้อมรับมือ กับความท้าทายในโลกอนาคต &nbsp;และพร้อมเป็นพลังสำคัญ ในการขับเคลื่อน สังคมไทยสู่ความยั่งยืน&rdquo;</p>

<p>MC&sup2; GenEd จึงเป็นมากกว่าความร่วมมือทางวิชาการระหว่างสามมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ แต่เป็นการร่วมกันวางรากฐานรูปแบบการศึกษาแห่งอนาคต ที่เปิดกว้าง ยืดหยุ่น และตอบโจทย์ ความต้องการของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 พร้อมขยายโอกาสการเข้าถึงองค์ความรู้จากหลากหลายสถาบัน และเป็นต้นแบบสำคัญของการสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ระดับประเทศในอนาคต</p>

<p>ความสำเร็จของความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยยกระดับคุณภาพการศึกษาของประเทศไทย พัฒนาบัณฑิตให้มีความรู้ ทักษะ และความพร้อมในการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่ &nbsp;พร้อมสร้างกำลังคนคุณภาพ ที่จะเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศสู่อนาคตอย่างยั่งยืน</p>

<p>ศึกษารายละเอียดรายวิชาและติดตามข่าวสารเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการ MC&sup2; GenEd ได้ที่<br />
Website: https://sites.google.com/view/mc2gened<br />
Facebook: https://www.facebook.com/mc2gened<br />
Instagram: https://www.instagram.com/mc2gened<br />
&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://queensirikit.prd.go.th/th/file/get/file/2026061576104f480aca66d1235fd48455ff10de134059.png' type='image/png' length='2033346' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[สสวท. จับมือ คณะวิทยาศาสตร์ ม.เชียงใหม่ จัดค่าย สควค. รุ่นที่ 2  พลิกบทบาทนิสิตทุนจาก "ผู้เรียนรู้" สู่ "ผู้ถ่ายทอด" อย่างมืออาชีพ  มุ่งยกระดับสมรรถนะการสื่อสารวิทยาศาสตร์ผ่านนวัตกรรมการสอนยุคใหม่]]></title>
<link>https://queensirikit.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/512461</link>
<guid isPermaLink="false">3994ab14b281aafc09ec41f0c0b70785</guid>
<pubDate>Mon, 15 Jun 2026 13:35:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><b>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</b><b>สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ร่วมกับคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดโครงการค่ายเสริมสร้างทักษะและพัฒนาคุณลักษณะความเป็นครู สำหรับผู้รับทุนโครงการ สควค. ระดับปริญญาตรี ชั้นปีที่ 2 รุ่น 2</b>&nbsp;ภายใต้ชื่อ &quot;นักวิทย์รอบรู้ สู่ครูมืออาชีพ&quot; ระหว่างวันที่ 8&ndash;11 มิถุนายน พ.ศ. 2569 ณ โรงแรมคุ้มภูคำ และคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ โดยเน้นหนักการปรับเปลี่ยนทัศนคติและทักษะของผู้รับทุนให้ก้าวข้ามจากการเป็นผู้เรียนรู้&nbsp;SMT&nbsp;สู่การเป็น &quot;ผู้ออกแบบและผู้ถ่ายทอดการเรียนรู้&nbsp;SMT&quot; ที่มีประสิทธิภาพ</p>

<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<b>รศ.ดร.ธีระเดช เจียรสุขสกุล</b>&nbsp;ผู้อำนวยการ สสวท. เปิดเผยว่า เป้าหมายสำคัญของโครงการ สควค. ระยะที่ 4 คือการผลิตครูที่เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง การจัดค่ายครั้งนี้จึงมุ่งหวังให้ผู้รับทุนได้ ฝึกประสบการณ์ตรงในการนำความรู้และทักษะทางวิทยาศาสตร์มาสื่อสารและถ่ายทอดให้กับผู้อื่น โดยไม่ได้เป็นเพียงผู้นั่งฟังการบรรยาย แต่ต้องฝึกปฏิบัติจริงให้ &quot;คิดเป็น ทำเป็น&quot; และมีความสามารถในการสื่อสารวิทยาศาสตร์ที่ถูกต้องและเหมาะสมกับระดับของผู้เรียน หัวใจสำคัญของค่ายนี้คือการฝึกปฏิบัติการสอนเสมือนจริง (Micro-Teaching)&nbsp;ที่เปิดโอกาสให้นิสิตนักศึกษาทุนทุกคนได้สวมบทบาทเป็นครูอย่างเต็มตัว ทดลองปฏิบัติตั้งแต่กระบวนการ การวางแผนการสอน พัฒนาสื่อการเรียนรู้ ไปจนถึงการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุก&quot; ดังนี้</p>

<p>-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;การออกแบบแผนการจัดการเรียนรู้โดยฝึกกำหนดเป้าหมายและจุดประสงค์เชิงพฤติกรรมที่วัดผลได้จริง ทั้งด้านความรู้ (K)&nbsp;ทักษะ (P)&nbsp;และเจตคติ (A)</p>

<p>-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;การสร้างนวัตกรรมการสื่อสาร: การนำเทคโนโลยี&nbsp;AI&nbsp;มาใช้เป็นเครื่องมือในการออกแบบสื่อการสอนและแบบฝึกหัดเพื่อให้การถ่ายทอดความรู้มีความทันสมัยและน่าสนใจ</p>

<p>-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning)&nbsp;สังเกต เรียนรู้ความแตกต่างระหว่างการนำเสนอ กับสอน บทบาทมาเป็นผู้อำนวยความสะดวก (Facilitator)&nbsp;ที่กระตุ้นผู้เรียนสร้างองค์ความรู้ผ่านเทคนิคต่างๆ เช่น&nbsp;Think-Pair-Share (คิด-จับคู่-แบ่งปัน) หรือ&nbsp;POE (ท้าทายความคิดผ่านการทำนาย สังเกต และอธิบาย)</p>

<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นอกจากนี้ ผู้รับทุนยังได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ผ่านการรับข้อมูลสะท้อนกลับ (Feedback)&nbsp;จากอาจารย์และเพื่อนผู้รับทุน เพื่อนำไปปรับปรุงแก้ไขในการเรียนรู้ศึกษาศาสตร์ต่างๆ เกี่ยวกับวิชาชีพครูในอนาคต ซึ่งเกณฑ์การประเมินปฏิบัติการสอนเสมือนจริงในค่ายนี้ไม่ได้วัดเพียงแค่ความถูกต้องของเนื้อหาเมื่อนิสิตนักศึกษาทุนได้รับบทบาทการเป็นครูเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการใช้คำถามกระตุ้นการคิดและการสร้างปฏิสัมพันธ์ การรับฟังผู้เรียนและตรวจสอบความเข้าใจในชั้นเรียนอีกด้วย</p>

<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้าน ศ.ดร.ปิยพงศ์ เนียมทรัพย์ คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวเสริมว่า การเป็นนักวิทย์ที่รอบรู้นั้นเป็นเพียงจุดเริ่มต้น แต่ความสำเร็จในวิชาชีพครูคือการสามารถ &quot;เปลี่ยนเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย&quot; ผ่านการสื่อสารที่ดึงดูดและเข้าถึงผู้เรียนได้อย่างยืดหยุ่น</p>

<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กิจกรรมในครั้งนี้จึงเป็นก้าวสำคัญที่จะเปลี่ยนผ่านนิสิตนักศึกษาทุน สควค. จากที่เป็นนักวิทย์รอบรู้วิทยาศาสตร์ที่เข้มแข็งด้านวิชาการ ให้กลายเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ที่มีจิตวิญญาณความเป็นครู พร้อมที่จะไปสร้างแรงบันดาลใจและพัฒนาการศึกษาของชาติต่อไปในอนาคต</p>

<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ติดตามข่าวสารของ สควค. ได้ที่&nbsp;<a href="https://www.ipst.ac.th/unit-psmt" rel="noopener noreferrer" target="_blank">https://www.ipst.ac.th/unit-psmt</a></p>
]]></description>
<enclosure url='https://queensirikit.prd.go.th/th/file/get/file/20260615a6d5df4f48a812d0faf1984c5704b8df133604.jpg' type='image/jpg' length='28176' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ไทยยูเนี่ยน และ ไอ-เทล ผนึกกำลังภาครัฐ-เอกชน จัดกิจกรรมเก็บขยะป่าชายเลน เนื่องในวันมหาสมุทรโลก ตอกย้ำพันธกิจการดูแลมหาสมุทรภายใต้กลยุทธ์ SeaChange®]]></title>
<link>https://queensirikit.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/512446</link>
<guid isPermaLink="false">3cef881b8aff969313b665dafee4f375</guid>
<pubDate>Mon, 15 Jun 2026 13:10:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><b>สมุทรสาคร&nbsp;</b>&ndash;&nbsp;<b>12 มิถุนายน 2569</b>&nbsp;&ndash;&nbsp;บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด&nbsp;(มหาชน) (TU) &nbsp;และ ร่วมกับ บริษัท ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (ITC) และพันธมิตรจากหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และเยาวชนในพื้นที่ จัดกิจกรรมเก็บขยะในพื้นที่ป่าชายเลน ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรป่าชายเลนที่ 2 ตำบลบางหญ้าแพรก อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร เนื่องในวันมหาสมุทรโลก เพื่อร่วมลดปริมาณขยะพลาสติกและฟื้นฟูระบบนิเวศชายฝั่ง</p>

<p>โดยกิจกรรมในครั้งนี้สามารถเก็บขยะได้กว่า 2,455 กิโลกรัม นับเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ความยั่งยืน SeaChange&reg; ของกลุ่มไทยยูเนี่ยน ซึ่งได้กำหนดเป้าหมายในการลดปริมาณขยะพลาสติกที่ไหลลงสู่แหล่งน้ำและมหาสมุทรให้ได้ 1,500 ตัน ภายในปี 2573 ผ่านการจัดกิจกรรมเก็บขยะ การสร้างความตระหนักในสังคม และการทำงานเชิงรุกเพื่อป้องกันขยะตั้งแต่ต้นทาง</p>
]]></description>
<enclosure url='https://queensirikit.prd.go.th/th/file/get/file/202606150b892fc588fd38c8aae16fced6e45e59131323.png' type='image/png' length='684771' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[คปภ. จับมือ ก.ล.ต. – ธปท. เปิดเวที “MASTER PROTECT & WEALTH BOARD GAME HACKATHON 2026” ชวนคนมีไอเดียร่วมพัฒนาบอร์ดเกมการเงิน–การลงทุน–ประกันภัย สร้างสรรค์สื่อการเรียนรู้เพื่อเยาวชนไทย]]></title>
<link>https://queensirikit.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/512442</link>
<guid isPermaLink="false">8065600321af5c255d72657ca2edd2af</guid>
<pubDate>Mon, 15 Jun 2026 13:05:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) 3 หน่วยงานภาคการเงินสำคัญของประเทศ ผนึกกำลังเครือข่ายพันธมิตรด้านบอร์ดเกม ได้แก่ สถาบันบอร์ดเกมเพื่อการเรียนรู้ สมาคมบอร์ดเกมประเทศไทย และสมาคมผู้ผลิตและออกแบบบอร์ดเกม จัดโครงการเสริมสร้างและพัฒนานวัตกรรมสื่อการเรียนรู้และวางแผนทางการเงิน พร้อมเปิดรับสมัครผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมออกแบบและพัฒนาบอร์ดเกม &ldquo;MASTER PROTECT &amp; WEALTH BOARD GAME HACKATHON 2026&rdquo; เพื่อเปิดพื้นที่ให้คนมีไอเดียจากทุกช่วงวัยได้ร่วมสร้างสรรค์ต้นแบบบอร์ดเกมการวางแผนทางการเงิน ที่จะช่วยเปลี่ยนเรื่องยากให้กลายเป็นเรื่องใกล้ตัว เข้าใจง่าย และเรียนรู้ได้อย่างสนุก ผ่านกระบวนการ &ldquo;เล่นเพื่อเรียนรู้&rdquo; (Learning through Play)</p>

<p>&ensp;&ensp;&ensp;&ensp;นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการ คปภ. กล่าวว่า สำนักงาน คปภ. ต่อยอดพัฒนาสื่อการเรียนรู้แนวใหม่ในรูปแบบบอร์ดเกม โดยปีนี้จัดโครงการเสริมสร้างและพัฒนานวัตกรรมสื่อการเรียนรู้ด้านการวางแผนทางการเงิน ภายใต้ความร่วมมือของทั้ง 3 หน่วยงาน คปภ. ก.ล.ต. และ ธปท. เพื่อร่วมผลักดันให้ &ldquo;การวางแผนทางการเงิน&rdquo; ซึ่งเป็นทักษะสำคัญของชีวิต กลายเป็น องค์ความรู้ที่ประชาชนสามารถเข้าถึงและเข้าใจได้ง่ายมากยิ่งขึ้น โดยการประกวดออกแบบและพัฒนาบอร์ดเกมภายใต้ธีม &ldquo;MASTER PROTECT &amp; WEALTH&rdquo; นับเป็นการบูรณาการองค์ความรู้สำคัญทางการเงิน 3 มิติ ไว้ด้วยกัน ได้แก่ การบริหาร จัดการเงินและวินัยทางการเงิน (Money Management) การสร้างและต่อยอดความมั่งคั่งผ่านการลงทุน (Wealth) และการบริหารความเสี่ยงด้วยระบบประกันภัย (Protection) เพื่อให้ผู้เล่นได้ฝึกคิด วิเคราะห์ วางแผน และตัดสินใจจากสถานการณ์จำลอง เสมือนจริง ผ่านประสบการณ์การเล่นบอร์ดเกมที่สนุก เข้าใจง่าย และสามารถนำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน</p>

<p>&ensp;&ensp;&ensp;&ensp;กิจกรรม &ldquo;MASTER PROTECT &amp; WEALTH BOARD GAME HACKATHON 2026&rdquo; จึงไม่ได้เป็นเพียงเวทีแข่งขันหรือพัฒนาบอร์ดเกมเท่านั้น แต่เป็น พื้นที่กลางแห่งความคิดสร้างสรรค์ (Creative Hub) ที่เปิดโอกาสให้คนทุกวัยและคนมีไอเดียจากหลากหลายสาขา ไม่ว่าจะเป็นนักเรียน นักศึกษา ครู นักการศึกษา นักสร้างสรรค์ นักพัฒนาเกม ผู้สนใจด้านการเงิน ตลอดจนประชาชนทั่วไป ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการถ่ายทอดประสบการณ์ มุมมอง และความคิดสร้างสรรค์ เพื่อร่วมกันออกแบบบอร์ดเกม ให้เป็น &ldquo;สื่อการเรียนรู้แห่งอนาคต&rdquo; และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาบอร์ดเกมที่สามารถสร้างองค์ความรู้ด้านการเงินได้จริง</p>

<p>&ensp;&ensp;&ensp;&ensp;โครงการดังกล่าวมีเป้าหมายสำคัญในการพลิกโฉมรูปแบบการเรียนรู้เรื่องการวางแผนทางการเงิน จากเนื้อหาที่มักถูกมองว่าเป็นเรื่องซับซ้อนและเข้าถึงยากให้กลายเป็นเรื่องใกล้ตัว สนุก และจดจำได้ง่าย โดยใช้บอร์ดเกมเป็นเครื่องมือสร้างประสบการณ์ การเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมเปิดโอกาสให้ผู้เล่นได้ &ldquo;ลองผิด ลองถูก&rdquo; ฝึกการตัดสินใจ และเข้าใจผลลัพธ์ของทางเลือกการวางแผน ทางการเงินในบริบทที่ปลอดภัย ก่อนนำไปประยุกต์ใช้จริงในชีวิต</p>

<p>&ensp;&ensp;&ensp;&ensp;เลขาธิการ คปภ. กล่าวเพิ่มเติมว่า ภายหลังการพัฒนาบอร์ดเกมต้นแบบ สำนักงาน คปภ. ยังมีแผนสำคัญในการผลักดันให้ ผลงานที่ได้รับการพัฒนาสามารถนำไปใช้เป็น &ldquo;บอร์ดเกมสื่อการเรียนรู้&rdquo; ในสถานศึกษาและแหล่งเรียนรู้ทั่วประเทศ โดยจะมีการ ส่งมอบไปยังโรงเรียนในเครือข่าย สถานศึกษา ห้องสมุด และพื้นที่การเรียนรู้ต่าง ๆ เพื่อให้ครู นักเรียน และเยาวชน ได้ใช้เป็นเครื่องมือจำลองสถานการณ์ทางการเงิน เรียนรู้การบริหารจัดการเงิน การลงทุน และการใช้ประกันภัยเป็นเครื่องมือบริหารความเสี่ยงอย่างเหมาะสม อันจะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงินและวินัยด้านการบริหารความเสี่ยงให้แก่คนไทยตั้งแต่วัยเรียน โดยในปีนี้บอร์ดเกมจะมีการพัฒนาให้เล่นได้ง่ายขึ้นและมีระยะเวลาในการเล่นที่เหมาะสม ทำให้น่าสนใจและสอดรับกับพฤติกรรมของผู้เล่นมากขึ้น นอกจากนี้ สำนักงาน คปภ. ยังมีแผนจัดการแข่งขัน &ldquo;OIC Board Game Tournament 2026&rdquo; ในระดับประเทศ เปิดโอกาสให้สถานศึกษาที่เข้าร่วมโครงการและประชาชนทั่วไป ได้ร่วมกิจกรรมแข่งขันเล่นบอร์ดเกม ประลองทักษะด้านการวางแผนทางการเงิน พร้อมชิงเงินรางวัล และโล่ประกาศเกียรติยศ</p>

<p>&ensp;&ensp;&ensp;&ensp;โครงการดังกล่าวถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการขับเคลื่อนองค์ความรู้ด้านการวางแผนทางการเงินของประเทศ ผ่านความร่วมมือระหว่างสำนักงาน คปภ. ก.ล.ต. และ ธปท. ที่มุ่งหวังให้ประชาชน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน สามารถเข้าถึงความรู้ด้านการบริหารจัดการเงิน การต่อยอดความมั่งคั่ง และการบริหารความเสี่ยงด้วยประกันภัยได้อย่างเข้าใจง่าย สนุก และสามารถนำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน ผ่านกระบวนการเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการคิดและสร้างสรรค์นวัตกรรมการเรียนรู้ร่วมกัน</p>

<p>&ensp;&ensp;&ensp;&ensp;&ldquo;สำนักงาน คปภ. เชื่อว่าการเรียนรู้ที่ดีไม่จำเป็นต้องอยู่เพียงในตำราหรือห้องเรียนเท่านั้น แต่ต้องเป็นการเรียนรู้ที่เข้าถึงได้ เข้าใจง่าย และสร้างการมีส่วนร่วม เราพร้อมส่งเสริมและพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้อย่างไม่หยุดนิ่ง โดยเปิดรับแนวคิดใหม่ ๆ และนำสื่อการเรียนรู้ที่หลากหลายมาประยุกต์ใช้ ไม่ว่าจะเป็นบอร์ดเกม สื่อดิจิทัล หรือรูปแบบการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์อื่น ๆ เพื่อทำให้การวางแผนทางการเงิน ซึ่งเป็นทักษะสำคัญของชีวิต กลายเป็นเรื่องใกล้ตัวและเรียนรู้ได้สำหรับคนไทยทุกช่วงวัย พร้อมคาดหวังให้โครงการสื่อบอร์ดเกมนี้ เป็นต้นแบบของระบบนิเวศการเรียนรู้รูปแบบใหม่ ที่เปิดโอกาสให้ประชาชนทุกกลุ่มได้ร่วมเป็นเจ้าของไอเดียในการพัฒนาสื่อการเรียนรู้ และสามารถต่อยอดสู่การใช้งานจริงในสถานศึกษา รวมถึงสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงินให้แก่คนไทยอย่างยั่งยืนต่อไป&rdquo; เลขาธิการ คปภ. กล่าวในตอนท้าย</p>

<p>&ensp;&ensp;&ensp;&ensp;ทั้งนี้ ขอเชิญชวนผู้สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมกิจกรรม &ldquo;MASTER PROTECT &amp; WEALTH BOARD GAME HACKATHON 2026&rdquo; ได้ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน &ndash; 10 กรกฎาคม 2569 โดยจะประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกรอบแรกในวันที่ 13 กรกฎาคม 2569 และจัดกิจกรรม Hackathon Day ระหว่างวันที่ 18 - 19 กรกฎาคม 2569 ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดและช่องทางการสมัคร และช่องทางประชาสัมพันธ์ของสำนักงาน คปภ. ก.ล.ต. ธปท. และเครือข่ายพันธมิตรต่อไป</p>
]]></description>
<enclosure url='https://queensirikit.prd.go.th/th/file/get/file/202606154eaa967fb75b56a53d7706d771c2ba05130828.png' type='image/png' length='1213982' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[Big C ผนึกพลัง 4,600 กว่าร้านค้า ร่วม “ไทยช่วยไทย” เติมความคุ้มค่า ช่วยลดค่าครองชีพคนไทย]]></title>
<link>https://queensirikit.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/512439</link>
<guid isPermaLink="false">3c38322839d0eea93471e83a3a178162</guid>
<pubDate>Mon, 15 Jun 2026 12:56:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><b>บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน)</b>&nbsp;ห้างค้าปลีกในกลุ่มบีเจซี&nbsp;<b>ตอกย้ำบทบาทการเป็นศูนย์กลางการใช้ชีวิตของคนไทย พร้อมร่วมลดภาระค่าครองชีพของประชาชน ผ่านการผนึกกำลังร้านค้าพันธมิตรที่เข้าร่วมโครงการ &ldquo;ไทยช่วยไทยพลัส 60/40&rdquo;</b>&nbsp;ที่ บิ๊กซีทุกสาขา ทั่วประเทศ</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>นอกจากลูกค้าจะได้เลือกซื้ออาหารสด อาหารพร้อมทาน และสินค้าอุปโภคบริโภคคุณภาพดีในราคาคุ้มค่าบิ๊กซียังยกขบวนสินค้าซื้อ&nbsp;1&nbsp;แถม&nbsp;1&nbsp;อีกกว่า&nbsp;<b>2,000</b><b>&nbsp;รายการ</b>&nbsp;มาให้มากมาย นอกจากนี้ภายในห้างฯ ยังมีร้านค้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยอีกเป็นจำนวนมาก ครอบคลุมทั้งร้านค้าในตลาดนัด ฟู้ดคอร์ท ร้านเสื้อผ้า และร้านค้าอีกหลากหลายประเภท ที่พร้อมนำเสนอสินค้าและบริการในราคาพิเศษ เพื่อช่วยแบ่งเบาค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของคนไทย ลูกค้าสามารถสังเกต<b>ตราสัญลักษณ์ &ldquo;ไทยช่วยไทยพลัส&nbsp;</b><b>60/40</b><b>&rdquo; ที่หน้าร้าน</b>&nbsp;เพื่อเลือกซื้อสินค้าและใช้บริการจากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการได้อย่างสะดวก</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>บิ๊กซีมุ่งหวังให้ทุกการมาเยือนเป็นมากกว่าการจับจ่ายใช้สอย แต่เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยให้ผู้บริโภคเข้าถึงสินค้าและบริการคุณภาพในราคาที่เหมาะสม พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยและเศรษฐกิจชุมชนให้เติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน เราต้องการให้ลูกค้าได้รับความคุ้มค่ามากกว่าที่เคย เพราะนอกจากสินค้าคุณภาพในราคาสุดคุ้มแล้ว ยังสามารถเลือกซื้อสินค้าและใช้บริการจากร้านค้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยที่พร้อมช่วยลดค่าครองชีพในทุกวัน</p>

<p>&nbsp;</p>

<p><b>เพราะที่บิ๊กซี ความคุ้มค่าไม่ได้มีอยู่แค่ในตะกร้าสินค้า แต่กระจายอยู่ทั่วทั้งห้างของเรา</b></p>
]]></description>
<enclosure url='https://queensirikit.prd.go.th/th/file/get/file/2026061580577e893f933b548a9c1e950d0d5934130432.jpg' type='image/jpg' length='459017' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[Vichaiyut Health Fair 2026]]></title>
<link>https://queensirikit.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/511811</link>
<guid isPermaLink="false">ad47bbc620b91f6e4838a3be59c52cc0</guid>
<pubDate>Fri, 12 Jun 2026 14:13:34 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><strong>พบกันอีกครั้งกับงาน &ldquo;Vichaiyut Health Fair 2026&rdquo; มหกรรมสุขภาพประจำปีที่คัดสรรโปรแกรมและแพ็กเกจดีๆ ครอบคลุมทั้งการตรวจสุขภาพ วัคซีน ผิวพรรณและความงาม&nbsp;ตั้งแต่วันที่ 9&ndash;30 มิถุนายน 2569 เวลา 09.00 &ndash; 15.00 น. ณ ลานอเนกประสงค์ ชั้น 13 อาคารศูนย์การแพทย์วิชัยยุทธ แล้วมาพบกันนะคะ</strong></p>
]]></description>
</item>
<item>
<title><![CDATA[โครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) จะเปิดให้ประชาชนใช้จ่ายได้ในวันที่ 1 มิถุนายน 2569 เป็นวันแรก]]></title>
<link>https://queensirikit.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/511809</link>
<guid isPermaLink="false">8a43ebec376926eac6f9344e070dbcad</guid>
<pubDate>Fri, 12 Jun 2026 14:13:06 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง โทร. 08 5842 7102 - 9&nbsp;</p>
]]></description>
</item>
<item>
<title><![CDATA[ไทยช่วยไทย พลัส (60/40) วันแรก ประชาชน 8.72 ล้านราย ใช้จ่าย 13.89 ล้านครั้ง กระจายกว่า 6.6 แสนร้านค้า]]></title>
<link>https://queensirikit.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/511808</link>
<guid isPermaLink="false">6bc6ae21ac506acb75b6231b30c885b3</guid>
<pubDate>Fri, 12 Jun 2026 14:12:35 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง โทร. 08 5842 7102 - 9</p>
]]></description>
</item>
</channel>
</rss>
