<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[ข่าว]]></title>
<link>https://queensirikit.prd.go.th/th/content/category/index/id/6</link>
<atom:link href="https://queensirikit.prd.go.th/th/content/category/index/id/6" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[เปิดตัว 2 ผลงานนวัตกรรมภายใต้งานวิจัยที่ช่วยยกระดับการบริหารจัดการความเสี่ยงภัยพิบัติในพื้นที่เทศบาลเมืองทุ่งสง]]></title>
<link>https://queensirikit.prd.go.th/th/content/category/detail/id/6/iid/412521</link>
<guid isPermaLink="false">13eb8cd4770c40241795f50295d1d293</guid>
<pubDate>Wed, 06 Aug 2025 14:04:06 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><span style="font-family:THSarabunNew;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย&nbsp;และทีมนักวิจัยเทศบาลเมืองทุ่งสง เปิดตัว&nbsp;2&nbsp;ผลงานนวัตกรรมภายใต้โครงการวิจัย &ldquo;การบ่มเพาะและเร่งรัดกระบวนการเพื่อมุ่งสู่เมืองน่าอยู่ที่ชาญฉลาดและการยกระดับการบริหารจัดการความเสี่ยงภัยพิบัติในพื้นที่เทศบาลเมืองทุ่งสง&rdquo; ซึ่งได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจากกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยแลtนวัตกรรม (ววน.) และหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) โดย&nbsp;2&nbsp;ผลงานที่ได้จากโครงการวิจัยฯ ในครั้งนี้ ได้แก่&nbsp;<br />
1.&nbsp;ระบบการติดตามสถานการณ์น้ำในคลองหลักของเมือง และ&nbsp;2.&nbsp;ระบบติดตามสถานการณ์ภัยพิบัติ แจ้งเหตุภัยพิบัติ และขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน เทศบาลเมืองทุ่งสง (แพลตฟอร์ม&nbsp;Thungsong&nbsp;สู้ภัย)&rdquo;&nbsp;<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ทั้งนี้ ผลผลิตนวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นภายใต้โครงการวิจัยฯ นี้ ช่</span><span style="font-family:THSarabunNew;">วยให้เทศบาลสามารถบริหารจัดการสถานการณ์ภัยพิบัติได้อย่างครอบคลุมทุกมิติ และเน้นการมีส่วนร่วมประชาชนในการดูแลเมืองของตนเอง ซึ่งจะช่วยยกระดับการบริหารจัดการความเสี่ยงอุทกภัยในพื้นที่เทศบาลเมืองทุ่งสงให้ดียิ่งขึ้น นับเป็นเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาไปสู่&nbsp;&ldquo;เมืองต้นแบบการจัดการภัยพิบัติ&rdquo; ซึ่งเป็นอีกหมุดหมายสำคัญในการพัฒนาของเมืองทุ่งสง (รายละเอียดอ่านต่อได้ในไฟล์แนบ)</span></p>

<p><span style="font-family:THSarabunNew;">&nbsp; &nbsp; &nbsp;</span></p>

<p><span style="font-family:THSarabunNew;">&nbsp; &nbsp; &nbsp;</span></p>
]]></description>
</item>
<item>
<title><![CDATA[แม่ทัพภาคที่ 4 เปิดโครงการแว่นตาเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง  โดยให้บริการตรวจวัดสายตาและส่งมอบแว่นตาเพื่อพี่น้อง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่จังหวัดนราธิวาส]]></title>
<link>https://queensirikit.prd.go.th/th/content/category/detail/id/6/iid/319611</link>
<guid isPermaLink="false">01c7eaeb2b06aa29e3b265477cff2049</guid>
<pubDate>Wed, 28 Aug 2024 09:02:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><b>วันนี้ (28 ส.ค.67) พลโท ศานติ ศกุนตนาค แม่ทัพภาคที่ 4</b>/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 เป็นประธานเปิดโครงการแว่นตาเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่สโมสรนายทหารสัญญาบัตร กรมทหารราบที่ 151 ค่ายกัลยาณิวัฒนา&nbsp;&nbsp;อำเภอเมืองนราธิวาส ซึ่งมีพลตรี เฉลิมพร&nbsp; ขำเขียว ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส/ผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ พันตำรวจเอก ดุลยมาน&nbsp; แยนา รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส นาวาเอก สันติ เกศศรีพงษ์ศา ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน กองทัพเรือ &nbsp;พันเอก กำธร&nbsp; ศรีเกตุ ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 151/หัวหน้าคณะทำงานที่ 3 พันเอก ปองศักดิ์&nbsp; พูนช่วย ผู้อำนวยการสำนักมวลชนและกิจการพิเศษ คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ บริษัท ร่วมเจริญพัฒนา จำกัด (มหาชน) (ห้างแว่นท็อปเจริญ) &nbsp;และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วม&nbsp;</p>

<p>&nbsp;</p>

<p><b>แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวว่า กองทัพภาคที่ 4 ร่วมกับห้างแว่นท็อปเจริญ</b>&nbsp;ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของประชาชนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา ที่มีความต้องการแว่นสายตาจำนวนมาก จึงได้มีการลงนาม MOU ร่วมกันเพื่อจัดโครงการ ปี 2566-2570 รวม 5 ปี เพื่อช่วยในการมองเห็นที่ชัดเจนและไม่มีปัญหาสามารถทำกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ//โดยห้างแว่นท็อปเจริญจะให้บริการตรวจวัดสายตาประกอบแว่นและมอบแว่นฟรี ตามโครงการแว่นตาเพื่อพี่น้อง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ปีละ 2,000 อัน รวม 10,000 อัน &nbsp;มีประชาชนได้รับแว่นสายตาไปแล้ว 3,183 คน และในวันนี้ (28 ส.ค.67) จะได้รับอีก 500 คน &nbsp;</p>

<p>&nbsp;</p>

<p><b>ในโอกาสเดือนมหามงคลนี้ &nbsp;ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิ</b>ติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งพระองค์ทรงทุ่มเทกำลังพระวรกายและกำลังพระสติปัญญา ด้วยพระวิริยะอุตสาหะ เพื่อส่งเสริมศิลปาชีพให้ประชาชนมีรายได้ ฟื้นฟูศิลปหัตถกรรมแบบไทยโบราณ &nbsp;จึงกำหนดจัดโครงการมอบแว่นตาเฉลิมพระเกียรติฯ &nbsp;โดยส่งมอบแว่นตาให้กับประชาชนโครงการศิลปาชีพในความดูแลของศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ &nbsp;เพื่อเฉลิมพระเกียรติ และเพื่อเป็นการช่วยส่งเสริมให้ประชาชนใช้ชีวิตได้สะดวก มีความสุข และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น</p>

<p>&nbsp;</p>

<p><b>ด้านนายกรีชา&nbsp; เกิดศรีพันธุ์ กรรมการผู้จัดการบริษัท ร่วมเจริญพัฒนา จำกัด (มหาชน)</b>&nbsp;กล่าวว่า ได้นำทีมผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้ ความสามารถ ด้านการตรวจวัดสายตาประกอบแว่น และได้นำเครื่องมืออันทันสมัยมาให้บริการประชาชนในโครงการแว่นตาเฉลิมพระเกียรติฯ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล//โครงการนี้เกิดขึ้นด้วยวิสัยทัศน์ของพลโท ศานติ&nbsp; ศกุนตนาค แม่ทัพภาคที่ 4 ที่ใช้แนวคิดในการพัฒนาเชิงพื้นที่ตามศาสตร์พระราชา ยุทธศาสตร์พระราชทาน &ldquo;เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา&rdquo; จากการตรวจเยี่ยมประชาชนในถิ่นทุรกันดาร พื้นที่เสี่ยงภัย พบว่าประชาชนจำนวนมากมีปัญหาทางด้านสายตา &nbsp;และไม่มีทุนทรัพย์ที่จะซื้อแว่นตามาใช้ ประกอบกับได้เล็งเห็นว่าห้างแว่นท็อปเจริญ เป็นผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ ตรวจวัดสายตาประกอบแว่น อย่างมืออาชีพมานานกว่า 70 ปี&nbsp;</p>

<p>&nbsp;</p>

<p><b>อีกทั้งห้างแว่นท็อปเจริญได้ดำเนินโครงการแว่นตาเพื่อพี่น้อง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้</b>&nbsp;ซึ่งเกิดจากพระราชเสาวนีย์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชนนีพันปีหลวง ร่วมกับกรมราชองครักษ์ มาก่อน และต้องหยุดลงเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19//ด้วยความห่วงใยประชาชน &nbsp;เห็นความสำคัญในการช่วยเหลือประชาชน ทางแม่ทัพภาคที่ 4 ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลง MOU กับห้างแว่นท็อปเจริญ เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2566 ที่ศูนย์การค้าสยามพารากอน กรุงเทพฯ เพื่อช่วยเหลือประชาชน ทั้งเด็ก นักเรียน นักศึกษา ตำรวจ ทหาร พระสงฆ์ ประชาชนที่ยากจน อยู่ในถิ่นทุรกันดาร และมีปัญหาด้านสายตา จำนวน 10,000 คน &nbsp;โดยจะส่งมอบครบในปี 2570 &nbsp;</p>

<p>แหล่งที่มา&nbsp;<a href="https://thainews.prd.go.th/thainews/news/view/531803/?bid=1">https://thainews.prd.go.th/thainews/news/view/531803/?bid=1</a></p>
]]></description>
</item>
<item>
<title><![CDATA[เริ่มใช้เกณฑ์ตรวจวัดควันดำจากท่อไอเสียใหม่ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป หากพบปรับสูงสุด 5,000 บาท]]></title>
<link>https://queensirikit.prd.go.th/th/content/category/detail/id/6/iid/88791</link>
<guid isPermaLink="false">63fd3e968977c6c6b3c86af3ebf0d79a</guid>
<pubDate>Fri, 15 Apr 2022 19:30:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><strong>นายเสกสม</strong>&nbsp;<strong>อัครพันธุ์</strong>&nbsp;<strong>รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก</strong>และโฆษกกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า ตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ออกประกาศกำหนดมาตรฐานค่าควันดำของรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์แบบจุดระเบิดด้วยการอัด ปรับปรุงการกำหนดมาตรฐานค่าควันดำของรถยนต์ให้มีความเข้มงวดมากขึ้น เพื่อลดการปล่อยควันดำให้น้อยลง ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมมลพิษ แก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 จากแหล่งกำเนิดมลพิษประเภทรถยนต์และเป็นไปตามมาตรฐานสากล มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 13 เมษายน 2565 เป็นมา</p>

<p><strong>กรมการขนส่งทางบก</strong>&nbsp;ดำเนินการปรับปรุงมาตรฐานการตรวจวัดค่าควันดำจากท่อไอเสียของรถตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบกและกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ ให้สอดคล้องตามเกณฑ์มาตรฐานค่าควันดำและวิธีการตรวจวัดที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกำหนด โดยมีสาระสำคัญ กรณีการตรวจวัดควันดำด้วยเครื่องวัดควันดำระบบวัดความทึบแสง ขณะเครื่องยนต์ไม่มีภาระ ค่าควันดำสูงสุดไม่เกินร้อยละ 30 จากเดิม ร้อยละ 45 และหากตรวจวัดควันดำด้วยเครื่องวัดควันดำระบบกระดาษกรอง ขณะเครื่องยนต์ไม่มีภาระ ค่าควันดำสูงสุดไม่เกินร้อยละ 40 จากเดิม ร้อยละ 50 ซึ่งเกณฑ์การตรวจควันดำใหม่ เริ่มมีผลบังคับใช้กับการตรวจวัดควันดำรถที่มาดำเนินการตรวจสภาพรถก่อนจดทะเบียน หรือตรวจสภาพรถก่อนชำระภาษีประจำปีที่สำนักงานขนส่งและสถานตรวจสภาพรถ (ตรอ.) ทุกแห่งแล้ว ดังนั้นตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป หากตรวจวัดควันดำด้วยระบบวัดความทึบแสง แล้วมีค่าควันดำเกินร้อยละ 30 หรือตรวจวัดควันดำด้วยระบบกระดาษกรอง แล้วมีค่าควันดำ เกินร้อยละ 40 จะถูกเปรียบเทียบปรับสูงสุด 5,000 บาท และสั่งห้ามใช้รถด้วยการพ่นข้อความ &ldquo;ห้ามใช้&rdquo; จนกว่าเจ้าของรถจะนำรถไปแก้ไขสภาพเครื่องยนต์ไม่ให้มีค่าควันดำเกินกำหนดและนำมาตรวจสภาพอีกครั้งจนผ่านการตรวจวัดจึงจะนำไปใช้งานได้</p>

<p><strong>รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวเพิ่มเติมว่า</strong>&nbsp;การปรับปรุงมาตรฐานการตรวจวัดค่าควันดำดังกล่าวนอกจากมีผลบังคับใช้กับสำนักงานขนส่งและสถานตรวจสภาพรถแล้ว ยังนำไปใช้กับการตรวจควันดำบนถนนสายหลักและสายรองทั่วประเทศ ซึ่งเป็นการดำเนินการตามมาตรการเพื่อแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 โดยกรมการขนส่งทางบกได้ดำเนินการมาอย่างเข้มข้นต่อเนื่อง จัดผู้ตรวจการออกตรวจวัดควันดำจากท่อไอเสียของรถบรรทุกและรถโดยสาร ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลและเพิ่มความถี่ในการปฏิบัติงานออกตรวจวัดควันดำทั่วประเทศ โดยเฉพาะบนถนนสายหลักและสายรองที่เข้า-ออกกรุงเทพมหานคร ดังนั้น ผู้ประกอบการขนส่งและเจ้าของรถ ควรให้ความสำคัญกับการบำรุงรักษาเครื่องยนต์ให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์อยู่เสมอ รวมถึงการปรับพฤติกรรมการขับขี่ที่อาจก่อให้เกิดการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ของเครื่องยนต์ เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ที่เกิดจากยานพาหนะ</p>

<p>ข้อมูล&nbsp;</p>

<div data-oembed-url="https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220415211559285">
<div class="iframely-embed">
<div class="iframely-responsive" style="padding-bottom: 52.5%; padding-top: 120px;"><a data-iframely-url="//if-cdn.com/kPNKTEA" href="https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220415211559285">https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220415211559285</a></div>
</div>
<script async="" charset="utf-8" src="//if-cdn.com/embed.js"></script></div>

<p>&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://queensirikit.prd.go.th/th/file/get/file/20220416a53b9f590bd318cb6ef5d52514dcc218123109.jpg' type='image/jpg' length='33780' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ตัววิ่ง]]></title>
<link>https://queensirikit.prd.go.th/th/content/category/detail/id/6/iid/80251</link>
<guid isPermaLink="false">4a10ffdf6f10acf06b78bce2ff99c555</guid>
<pubDate>Fri, 04 Mar 2022 14:34:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&nbsp;</p>
]]></description>
</item>
<item>
<title><![CDATA[งานกาชาด]]></title>
<link>https://queensirikit.prd.go.th/th/content/category/detail/id/6/iid/58211</link>
<guid isPermaLink="false">d5369105cb9e28b33e0d6d92f69b3f68</guid>
<pubDate>Mon, 22 Nov 2021 14:45:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[-]]></description>
</item>
</channel>
</rss>
