<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[ข่าวภาครัฐ]]></title>
<link>https://queensirikit.prd.go.th/th/content/category/index/id/39</link>
<atom:link href="https://queensirikit.prd.go.th/th/content/category/index/id/39" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[“ศุภมาส” ชู นโยบาย สคบ. พลัส 5 ด้าน สั่งฟ้อง 35 คดีแพ่ง บี้คดี “รถ Volvo-บ้านน็อกดาวน์-ซื้อของออนไลน์” เร่งคืนเงินผู้บริโภค]]></title>
<link>https://queensirikit.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/509681</link>
<guid isPermaLink="false">d84a2fd59de16698178e5e94bcb27945</guid>
<pubDate>Fri, 05 Jun 2026 13:21:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันนี้ (5 มิถุนายน 2569) เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุม 301 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (คคบ.) ครั้งที่ 3/2569 โดยมี นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการ สคบ. พร้อมด้วยกรรมการซึ่งเป็นผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิรวม 18 ท่าน เข้าร่วม<br />
<br />
ที่ประชุมได้ร่วมพิจารณาเรื่องทั้งหมด 48 เรื่อง โดย สาระสำคัญ คือ การดำเนินคดีแพ่งกับผู้ประกอบธุรกิจที่ละเมิดสิทธิผู้บริโภค รวม 35 คดี ครอบคลุมคดีอสังหาริมทรัพย์ การให้บริการ การซื้อสินค้าทั่วไปและสินค้าออนไลน์ โดยกว่า 1 ใน 3 ของเรื่องร้องเรียนที่เข้ามายัง สคบ. เป็นคดีซื้อขายออนไลน์ สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงของผู้บริโภคในยุคดิจิทัล<br />
<br />
นางสาวศุภมาส กล่าวว่า คดีที่ได้รับความสนใจ &nbsp;คือ คดีแพ่งบริษัท สแกนดิเนเวียน ออโต้ จำกัด และบริษัท วอลโว่ คาร์ (ประเทศไทย) จำกัด ในกรณีผิดสัญญาซื้อขายรถยนต์ไฟฟ้า Volvo รุ่น EX30 จากความกังวลเรื่องความปลอดภัยของแบตเตอรี่ และคดีแพ่ง ห้างหุ้นส่วนจกัด สมเด็จโมเดิร์นโฮม กับนายจิรายุ บุษบารัตน์ หุ้นส่วนผู้จัดการ กรณีผิดสัญญาว่าจ้างทำบ้านน็อกดาวน์และส่งมอบไม่ได้ตามสัญญา ทั้งสองคดีคคบ. มีมติให้ฟ้องเพื่อบังคับให้คืนเงินพร้อมดอกเบี้ยและชดใช้ค่าเสียหายให้ผู้บริโภค โดยคดีบ้านน็อกดาวน์เสนอศาลสั่งจ่ายค่าเสียหายเพื่อการลงโทษเพิ่มด้วย<br />
<br />
นางสาวศุภมาส ยังได้สั่งการให้ สคบ. เป็นหน่วยงานที่รวดเร็ว เชิงรุก เด็ดขาด และเป็นที่พึ่งของประชาชน ตามนโยบาย สคบ. พลัส 5 ด้าน ได้แก่ 1) ทำงานเชิงรุกป้องกันก่อนเสียหายด้วย Consumer Risk Dashboard 2) ยกระดับศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์เป็นระบบ One Stop Service 3) กำกับแพลตฟอร์มออนไลน์และ E-Commerce ร่วมกับตำรวจไซเบอร์ ETDA และ ปปง. 4) ใช้ AI คัดกรองเรื่องร้องทุกข์และแจ้งเตือนเร่งด่วนอัตโนมัติ 5) เป็นองค์กรสีขาวโปร่งใส ตั้งเป้าคะแนน ITA การรับรู้ภายนอกเต็ม 100 คะแนน<br />
<br />
&ldquo;ดิฉันย้ำว่า สคบ. ต้องรวดเร็ว เชิงรุก เด็ดขาด และ พึ่งพาได้ ผู้ประกอบการที่เอาเปรียบผู้บริโภคต้องรับผิดชอบ และผู้บริโภคที่เสียหายต้องได้เงินคืนทุกบาท ซึ่งนโยบายทั้งหมดสอดคล้องกับทิศทางการดำเนินงานของรัฐบาล &nbsp;ภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี&rdquo; นางสาวศุภมาสกล่าว<br />
<br />
ทั้งนี้ ขอให้ผู้บริโภคตรวจสอบสัญญาและเงื่อนไขให้รอบคอบก่อนวางเงิน โดยเฉพาะการซื้อรถ การว่าจ้างสร้างบ้าน และการสั่งซื้อออนไลน์ รวมถึงเก็บหลักฐานการซื้อขายสินค้าและบริการ หากไม่ได้รับความเป็นธรรม ร้องเรียนได้ที่สายด่วน สคบ. 1166 แอปพลิเคชัน OCPB Connect และเว็บไซต์ ocpb.go.th</p>

<p>ที่มา :&nbsp;<a href="https://www.thaigov.go.th/th/news/164822">https://www.thaigov.go.th/th/news/164822</a></p>
]]></description>
<enclosure url='https://queensirikit.prd.go.th/th/file/get/file/20260605bb63591afc2f426d68d771da3be4a595132143.jpg' type='image/jpg' length='374953' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[รมช.ดีอี ร่วมงานสโมสรสันนิบาตเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี]]></title>
<link>https://queensirikit.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/509611</link>
<guid isPermaLink="false">b913643d477104bfe379a5464d68a308</guid>
<pubDate>Fri, 05 Jun 2026 10:45:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันที่ 4 มิถุนายน 2569 นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เข้าร่วมงานสโมสรสันนิบาตเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2569 ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรี คณะทูต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล</p>

<p>ข้อมูลจาก&nbsp;<a href="https://www.thaigov.go.th/th/news/164817">https://www.thaigov.go.th/th/news/164817</a></p>
]]></description>
<enclosure url='https://queensirikit.prd.go.th/th/file/get/file/20260605a2bf325b526c81c26514d15117fb3b59104554.jpg' type='image/jpg' length='325751' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[จากโคราชสู่เวทีโลก! รมว.ศธ. หนุนทัพ นร.ราชสีมาฯ ล่าฝันโอลิมปิกวิชาการ-วงโยฯ ชิงแชมป์โลก]]></title>
<link>https://queensirikit.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/509610</link>
<guid isPermaLink="false">ba6f25713b293ca1e6a485da120b56d5</guid>
<pubDate>Fri, 05 Jun 2026 10:44:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h3><strong>นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มอบช่อดอกไม้เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่นักเรียนโรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย ผู้แทนประเทศไทยในการแข่งขันวิทยาศาสตร์โอลิมปิกระหว่างประเทศ ครั้งที่&nbsp;23 (23rd USO) ประจำปี&nbsp;2569 ณ ประเทศบัลแกเรีย</strong></h3>

<p>&nbsp;</p>

<p>วันนี้ (5&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2569)&nbsp;เวลา&nbsp;07.30&nbsp;น. นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มอบช่อดอกไม้เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่นักเรียนโรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย ผู้แทนประเทศไทยในการแข่งขันวิทยาศาสตร์โอลิมปิกระหว่างประเทศ ครั้งที่&nbsp;23 (23rd USO)&nbsp;ประจำปี&nbsp;2569&nbsp;ณ ประเทศบัลแกเรีย และมอบทุนสนับสนุนการแข่งขันวงโยธวาทิต รายการ&nbsp;WMC &amp; EMC&nbsp;ณ ประเทศเนเธอร์แลนด์ ณ บริเวณโดมอเนกประสงค์ โรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย พร้อมกล่าวให้โอวาท&nbsp;5&nbsp;แนวคิดหลักเพื่อการเรียนรู้อย่างมีความสุขและประสบความสำเร็จในอนาคต</p>

<p><br />
&quot;คำว่าความสำเร็จนั้น ไม่ได้เกิดขึ้นโดยพรสวรรค์อย่างเดียว แต่เกิดขึ้นด้วยความมุ่งมั่นและความตั้งใจของเราทุกคน พร้อมขอฝากแนวทาง&nbsp;5&nbsp;เรื่องที่สำคัญ ได้แก่ หนึ่ง ความมีระเบียบวินัย สอง ตรงต่อเวลา สาม รับผิดชอบต่อหน้าที่ สี่ ปฏิบัติตามกฎของโรงเรียนอย่างเคร่งครัด และ ห้า เด็กนักเรียนทุกคนต้องเคารพตัวเองและเคารพผู้อื่น พร้อมขออวยพรให้ตัวแทนโรงเรียนราชสีมาวิทยาลัยที่ไปแข่งโอลิมปิกวิชาการและดนตรีโลก ประสบความสำเร็จ ขอฝากให้ทุกคนดูเพื่อนเป็นตัวอย่างและเป็นแรงบันดาลใจของความมุ่งมั่นจนสามารถก้าวไปสู่การแข่งขันระดับโลกได้ โดยเฉพาะวงโยธวาทิต ขอให้ประสบความสำเร็จและนำชัยชนะระดับโลกกลับมา ดังเช่นเมื่อ&nbsp;30&nbsp;กว่าปีก่อน เพราะไม่ใช่เป็นความสำเร็จของโรงเรียนเท่านั้น แต่จะเป็นความสำเร็จของชาวโคราชและคนไทยทั้งประเทศด้วย&quot; รมว.ศธ.กล่าว</p>
]]></description>
<enclosure url='https://queensirikit.prd.go.th/th/file/get/file/20260605d1d2cfcf968778d8a13a300f80599837104506.jpg' type='image/jpg' length='200616' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[“ศุภจี” Kick Off “ไทยช่วยไทย เพิ่มรายได้ SMEs ไทย” จำหน่ายสินค้า SME บนแพลตฟอร์มออนไลน์ ลดภาระค่าครองชีพ กระตุ้นการบริโภคสินค้าไทย ]]></title>
<link>https://queensirikit.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/509598</link>
<guid isPermaLink="false">44aa46c5b6e636c1cf2c801a4ff609f7</guid>
<pubDate>Fri, 05 Jun 2026 10:25:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><strong><img alt="📌" height="16" referrerpolicy="origin-when-cross-origin" src="https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/tac/1/16/1f4cc.png" width="16" />บทสรุป</strong></p>

<p>นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ Kick Off โครงการ &ldquo;ไทยช่วยไทย เพิ่มรายได้ SMEs ไทย&rdquo; เพื่อเป็นมาตรการเร่งด่วนในการบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ส่งผลต่อต้นทุนพลังงาน ค่าขนส่ง และค่าครองชีพของประชาชน โดยต่อยอดจากนโยบาย &ldquo;ไทยช่วยไทย&rdquo; ที่มุ่งดูแลเศรษฐกิจฐานรากและสนับสนุนผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะผู้ประกอบการ SME และวิสาหกิจชุมชน ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ พร้อมตั้งเป้าผลักดันสัดส่วนรายได้ของ SME จาก 35% ให้เพิ่มขึ้นเป็น 40% เพื่อให้การเติบโตทางเศรษฐกิจกระจายประโยชน์สู่ผู้ประกอบการรายเล็กและประชาชนฐานรากมากยิ่งขึ้น โดยคัดเลือกผู้ประกอบการ SME วิสาหกิจชุมชน และผู้ผลิตสินค้าชุมชนกว่า 2,000 รายทั่วประเทศ ที่ผลิตสินค้าเองและใช้วัตถุดิบภายในประเทศ จำหน่ายสินค้าบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซสัญชาติไทย ได้แก่ Nex Gen Commerce และ Thailand Post Mart ตลอดเดือนมิถุนายน 2569 พร้อมมอบสิทธิประโยชน์ด้านการตลาดอย่างครบวงจร ทั้งการยกเว้นค่าธรรมเนียมการขาย การสนับสนุนคูปองส่วนลดสินค้า คูปองค่าจัดส่งสินค้าฟรี และการประชาสัมพันธ์ผ่าน Influencer และ Key Opinion Leader (KOL) เพื่อช่วยเพิ่มการเข้าถึงผู้บริโภคและสร้างยอดขายให้แก่ผู้ประกอบการ นอกจากนี้ ยังสนับสนุนคูปองค่าจัดส่งสินค้าฟรี จำนวน 250 คูปองต่อร้านค้า รวมมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท เพื่อลดต้นทุนให้ผู้ประกอบการ ส่วนผู้บริโภคจะได้รับสิทธิพิเศษจากโค้ดส่วนลด &ldquo;ไทยช่วยไทย&rdquo; มูลค่า 100 บาท เมื่อซื้อสินค้าครบ 200 บาท จำนวนรวม 500,000 โค้ด คิดเป็นมูลค่ารวม 50 ล้านบาท เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพ เกิดการกระตุ้นการบริโภคสินค้าไทย สร้างรายได้ให้ผู้ผลิตและผู้ประกอบการรายย่อย นอกจากนี้ กรมพัฒนาธุรกิจการค้ายังเตรียมเปิดตัวโครงการ &ldquo;ไทยช่วยไทยแฟรนไชส์ คนละครึ่งพลัส&rdquo; เพื่อสนับสนุนการสร้างอาชีพ สร้างรายได้ และขยายโอกาสการลงทุนในธุรกิจแฟรนไชส์ ในช่วงปลายเดือนมิถุนายนนี้</p>

<p><strong><img alt="📌" height="16" referrerpolicy="origin-when-cross-origin" src="https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/tac/1/16/1f4cc.png" width="16" />รายละเอียด</strong></p>

<p>(4 มิ.ย. 69) นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานเปิดตัวโครงการ &ldquo;ไทยช่วยไทย เพิ่มรายได้ SMEs ไทย&rdquo; พร้อมด้วย นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด นางมรกต กุลธรรมโยธิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเทอร์เน็ตประเทศไทย จำกัด (มหาชน) นายปรกชล งามศิริ Co-founder Nex Gen Commerce พร้อมผู้บริหารภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ประกอบการเข้าร่วมงาน</p>

<p>นางศุภจี กล่าวว่า โครงการ &ldquo;ไทยช่วยไทย เพิ่มรายได้ SMEs ไทย&rdquo; เป็นหนึ่งในมาตรการเร่งด่วนของกระทรวงพาณิชย์ในการบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจจากตะวันออกกลาง ที่ส่งผลต่อราคาพลังงาน ค่าขนส่ง ต้นทุนการดำเนินธุรกิจ และค่าครองชีพของประชาชน ซึ่งต่อยอดมาจากโครงการ &ldquo;ไทยช่วยไทย&rdquo; โดยรัฐบาลให้ความสำคัญกับการดูแลเศรษฐกิจฐานรากและการช่วยเหลือผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะผู้ประกอบการ SME และวิสาหกิจชุมชนที่เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่ง SME ไทยเป็นกลุ่มที่สร้างรายได้สำคัญให้เศรษฐกิจไทย แต่ตลอดหลายปีที่ผ่านมา สัดส่วนรายได้ของ SME อยู่ที่ประมาณ 35% ของระบบเศรษฐกิจ จึงตั้งเป้าผลักดันให้เพิ่มขึ้นเป็น 40% เพื่อให้การเติบโตทางเศรษฐกิจกระจายประโยชน์ไปถึงผู้ประกอบการรายเล็กและประชาชนฐานรากมากขึ้น กระทรวงพาณิชย์ได้วางแนวทางส่งเสริม SME ไทยใน 3 ด้านสำคัญ ได้แก่ การพัฒนาทักษะและศักยภาพผู้ประกอบการ การสนับสนุนให้เข้าถึงแหล่งเงินทุน และการขยายโอกาสทางการตลาด ซึ่งโครงการ &ldquo;ไทยช่วยไทย เพิ่มรายได้ SMEs ไทย&rdquo; ถือเป็นกลไกสำคัญในการเพิ่มช่องทางการตลาดให้แก่ผู้ประกอบการผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์</p>

<p>โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้คัดเลือกผู้ประกอบการ SME วิสาหกิจชุมชน และผู้ผลิตสินค้าชุมชนกว่า 2,000 รายทั่วประเทศ ที่เป็นผู้ผลิตสินค้าเองและใช้วัตถุดิบภายในประเทศ ให้นำสินค้าที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน</p>

<p>มาจำหน่ายบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซสัญชาติไทย 2 แพลตฟอร์ม ได้แก่ Nex Gen Commerce และ Thailand Post Mart ตลอดเดือนมิถุนายน 2569 ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการจะได้รับสิทธิประโยชน์ด้านการตลาดอย่างครบวงจร ทั้งการยกเว้นค่าธรรมเนียมการขาย (Gross Profit : GP) ตลอดระยะเวลาที่เข้าร่วมโครงการ</p>

<p>การสนับสนุนคูปองส่วนลดสินค้า และฟรีค่าจัดส่งสินค้า รวมถึงการประชาสัมพันธ์ผ่าน Influencer และ Key Opinion Leader (KOL) ชื่อดัง เพื่อช่วยรีวิวสินค้า สร้างคอนเทนต์ และจัดกิจกรรมไลฟ์ขายสินค้า เพิ่มการเข้าถึงผู้บริโภคและสร้างยอดขายให้แก่ผู้ประกอบการอย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ ยังสนับสนุนคูปองค่าจัดส่งสินค้าฟรี จำนวน 250 คูปองต่อร้านค้า รวมมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท เพื่อช่วยลดต้นทุนให้ผู้ประกอบการ ขณะที่ผู้บริโภคที่เลือกซื้อสินค้าผ่านโครงการจะได้รับสิทธิพิเศษจากโค้ดส่วนลด &ldquo;ไทยช่วยไทย&rdquo; มูลค่า 100 บาท เมื่อซื้อสินค้าครบ 200 บาท จำนวนรวม 500,000 โค้ด คิดเป็นมูลค่ารวม 50 ล้านบาท เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพ และถือเป็นการกระตุ้นให้ผู้ที่อาจยังไม่แน่ใจ ไม่อยากลอง หรือไม่รู้จักสินค้า เริ่มเข้ามาซื้อ และเมื่อซื้อแล้ว สินค้าที่ได้รับการคัดสรรมาจัดจำหน่ายเป็นสินค้าที่ดี จึงเชื่อมั่นว่าเมื่อผู้บริโภคได้ใช้จะติดใจ และสั่งซื้อซ้ำ รัฐบาลมุ่งหวังให้คนไทยช่วยอุดหนุนสินค้าของคนไทย และกระตุ้นให้เกิดการบริโภคสินค้าไทย ให้รายได้กระจายกลับไปสู่ผู้ผลิตและผู้ประกอบการรายเล็ก ขณะเดียวกันประชาชนยังได้รับประโยชน์จากการเข้าถึงสินค้าคุณภาพในราคาที่คุ้มค่า ถือเป็นการช่วยกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยจากฐานรากอย่างเป็นรูปธรรม เชื่อมั่นว่า โครงการ &ldquo;ไทยช่วยไทย เพิ่มรายได้ SMEs ไทย&rdquo; จะเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการเพิ่มรายได้ให้ผู้ประกอบการไทย สร้างการหมุนเวียนเม็ดเงินภายในประเทศ และยกระดับเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืนในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล โดยขอความร่วมมือผู้ประกอบการรักษาคุณภาพสินค้าให้ดี เพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืน</p>

<p>นอกจากนี้ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ยังเตรียมเปิดตัวโครงการ &ldquo;ไทยช่วยไทยแฟรนไชส์ คนละครึ่งพลัส&rdquo; ภายใต้นโยบาย &ldquo;ไทยช่วยไทย&rdquo; ของรัฐบาล ซึ่งหัวใจหลักที่จะใช้ระบบแฟรนไชส์เป็น &ldquo;ทางลัดในการสร้างอาชีพ&rdquo; ให้กับคนไทย โดยภาครัฐจะช่วยลดภาระให้กับประชาชนและนักธุรกิจหน้าใหม่ให้สามารถเข้าถึงธุรกิจแฟรนไชส์ได้ง่ายขึ้น ด้วยการอุดหนุนเงินทุนร่วมจ่ายมูลค่าแพ็กเกจลงทุนธุรกิจแฟรนไชส์ให้ 50% สูงสุดรายละไม่เกิน 10,000 บาท แก่ผู้ที่สนใจลงทุนในธุรกิจแฟรนไชส์ จำนวนไม่น้อยกว่า 10,000 ราย ผู้ที่ต้องการสร้างงาน สร้างอาชีพ เพิ่มรายได้สามารถเข้าเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ &ldquo;ไทยช่วยไทยแฟรนไชส์ คนละครึ่งพลัส&rdquo; เพื่อร่วมกันสร้างพลังทางธุรกิจให้กับคนไทย และขยายเครือข่ายแฟรนไชส์ไทยให้เติบโตไปพร้อมกัน ซึ่งจะชี้แจงรายละเอียดโครงการฯ และเปิดตัวโครงการฯ แก่เจ้าของธุรกิจแฟรนไชส์ที่สนใจปลายเดือนมิถุนายนนี้ สำหรับเจ้าของธุรกิจแฟรนไชส์ที่สนใจ สามารถสอบถามข้อมูลเบื้องต้นเพิ่มเติมได้ที่บูธ DBD Pavilion ภายในงาน Thailand Franchise &amp; Business Opportunities (TFBO) 2026 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 4 - 7 มิถุนายน 2569 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพมหานคร</p>
]]></description>
<enclosure url='https://queensirikit.prd.go.th/th/file/get/file/20260605a2afdc571d66d3b62c177a08b8668485102552.jpg' type='image/jpg' length='59661' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[รัฐบาลเดินหน้าปราบปรามผู้กระทำความผิดกฎหมายสรรพสามิต เผยเดือนพฤษภาคม 69 จับกุม 3,206 คดี คิดเป็นค่าปรับกว่า 734.70 ล้านบาท]]></title>
<link>https://queensirikit.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/509566</link>
<guid isPermaLink="false">4695c43b00b2de21bac8f8a8a2b0cfbd</guid>
<pubDate>Fri, 05 Jun 2026 09:21:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h3><strong>และประมาณการค่าปรับรวม 4,073.85 ล้านบาท</strong></h3>

<p>&nbsp;</p>

<p>นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยกระดับมาตรการป้องกันและปราบปราม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านการค้าและการลงทุนของประเทศ ผ่านการบูรณาการทำงานทั้งในย่านการค้า โกดังสินค้า และช่องทางออนไลน์ พร้อมกำชับให้ทุกหน่วยงานบูรณาการทำงานเร่งปราบปรามอย่างต่อเนื่อง</p>

<p>นางสาวพลอยทะเล กล่าวว่า ผลการปราบปรามผู้กระทำผิดกฎหมายสรรพสามิตทั่วประเทศ ประจำเดือนพฤษภาคม 2569 สามารถจับกุมคดีได้รวม 3,206 คดี คิดเป็นค่าปรับกว่า 734.70 ล้านบาท และประมาณการค่าปรับรวม 4,073.85 ล้านบาท โดยจำแนกเป็นรายประเภท ได้แก่<br />
1. ยาสูบ จำนวน 2,182 คดี ค่าปรับ69.14 ล้านบาท ของกลางแบ่งเป็นยาสูบในประเทศ 13,687 ซอง และยาสูบต่างประเทศ371,958 ซอง<br />
2. สุรา จำนวน 814 คดี ค่าปรับ 9.71 ล้านบาท ของกลางแบ่งเป็นสุราในประเทศ3,737.145 ลิตร และสุราต่างประเทศ 822.010 ลิตร<br />
3. น้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน จำนวน48 คดี ค่าปรับ 1.75 ล้านบาท ของกลาง77,555 ลิตร<br />
4. รถจักรยานยนต์ จำนวน 53 คดี ค่าปรับ 1.39 ล้านบาท ของกลาง 146 คัน<br />
5. ไพ่ จำนวน 26 คดี ค่าปรับ 0.33 ล้านบาท ของกลาง 1,566 สำรับ<br />
6. รถยนต์ จำนวน 21 คดี ค่าปรับ3.35 ล้านบาท ของกลาง 24 คัน<br />
7. เครื่องหอมและเครื่องสำอางจำนวน 16 คดี ค่าปรับ 0.33 ล้านบาท ของกลาง 3,416 ขวด และหัวน้ำหอม 4,000 กิโลกรัม<br />
8. เครื่องดื่ม จำนวน 13 คดี ค่าปรับ0.18 ล้านบาท ของกลาง 2,562.500 ลิตร<br />
9. แบตเตอรี่ จำนวน 24 คดี ค่าปรับ2.13 ล้านบาท ของกลาง 15,506 ก้อน<br />
10. ผลิตภัณฑ์ที่ใช้เป็นเครื่องดื่มจำนวน 4 คดี ค่าปรับ 0.03 ล้านบาท ของกลางเครื่องดื่มผง 60.420 กิโลกรัม</p>

<p>&ldquo;จากข้อมูลพบว่าคดียาสูบยังคงเป็นการกระทำผิดที่พบมากที่สุด คิดเป็น ร้อยละ 68.06 รองลงมาเป็นคดีสุรา ร้อยละ 25.39 ทั้งนี้ในช่วงเดือนมีนาคม &ndash; พฤษภาคม 2569 รัฐบาล โดยกรมสรรพสามิตได้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งฝ่ายปกครอง ทหาร และตำรวจ เพื่อสกัดกั้นสินค้าผิดกฎหมายไม่ให้เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ ส่งผลให้ผลการจับกุมผู้กระทำผิดเพิ่มขึ้นร้อยละ 12.37 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และสามารถจับกุมได้ในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะคดียาสูบ ซึ่งเป็นสินค้าที่มีการลักลอบนำเข้าและหลีกเลี่ยงภาษีจำนวนมากหนึ่งในคดีสำคัญ&rdquo;นางสาวพลอยทะเล กล่าว</p>

<p>ข้อมูลจาก&nbsp;<a href="https://www.thaigov.go.th/th/news/164802">https://www.thaigov.go.th/th/news/164802</a></p>
]]></description>
<enclosure url='https://queensirikit.prd.go.th/th/file/get/file/202606057bb631c782dd918c9d0f30b9500887bc092159.jpg' type='image/jpg' length='166173' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[รัฐบาลสั่ง “สารวัตรเกษตร Cyber” เดินหน้าปราบสินค้าเกษตรผิดกฎหมายออนไลน์ ยกระดับมาตรฐานเกษตรไทย-คุ้มครองความปลอดภัยผู้บริโภคทั้งระบบ]]></title>
<link>https://queensirikit.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/509562</link>
<guid isPermaLink="false">93599e6809d02fb8c4824ff4fe7ec19d</guid>
<pubDate>Fri, 05 Jun 2026 09:15:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันนี้ &nbsp;5 &nbsp;มิถุนายน 2569 &nbsp; ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงมาตรการคุ้มครองเกษตรกรและผู้บริโภคจากการลักลอบจำหน่ายปัจจัยการผลิตทางการเกษตรที่ไม่ได้มาตรฐานผ่านช่องทางออนไลน์ว่า ล่าสุดการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ &nbsp;ได้สั่งให้เพิ่มความเข้มข้นในการดำเนินงานของ &ldquo;สารวัตรเกษตร Cyber&rdquo; เพื่อเฝ้าระวัง ตรวจสอบ และปราบปรามการจำหน่ายปุ๋ยปลอม วัตถุอันตรายทางการเกษตรที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน และเมล็ดพันธุ์ควบคุมที่ผิดกฎหมายบนแพลตฟอร์มออนไลน์อย่างจริงจัง</p>

<p>ปัจจุบัน กรมวิชาการเกษตรได้ร่วมมือกับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซรายใหญ่ ทั้ง Shopee, Lazada และ TikTok ในการตรวจสอบและระงับการจำหน่ายสินค้าผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง โดยสามารถปิดร้านค้าออนไลน์ที่กระทำผิดกฎหมายแล้วจำนวน 94 ร้าน และอยู่ระหว่างขยายผลไปยังผู้ผลิต ผู้นำเข้า และเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป</p>

<p>&ldquo;รัฐบาลไม่เพียงมุ่งปราบปรามผู้กระทำผิด แต่ยังมุ่งสร้างความมั่นใจให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงปัจจัยการผลิตที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน และปลอดภัย ลดความเสี่ยงจากการตกเป็นเหยื่อของสินค้าปลอมหรือสินค้าด้อยคุณภาพที่อาจสร้างความเสียหายต่อผลผลิตและรายได้&rdquo; รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าว</p>

<p>ทั้งนี้ ปัจจัยการผลิตทางการเกษตรที่ไม่ได้มาตรฐาน อาจส่งผลให้ผลผลิตลดลง ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น และกระทบต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคเกษตรไทยในระยะยาว ขณะเดียวกัน การใช้วัตถุอันตรายที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนยังอาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยด้านอาหาร สิ่งแวดล้อม และสุขภาพของประชาชนอีกด้วย ดังนั้น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงได้ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องผ่านโครงการ Q-Shop ซึ่งเป็นร้านจำหน่ายปัจจัยการผลิตทางการเกษตร (เช่น ปุ๋ย เมล็ดพันธุ์ และสารเคมีทางการเกษตร) ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจาก กรมวิชาการเกษตร เพื่อให้มั่นใจในคุณภาพของสินค้าและความปลอดภัยของเกษตรกร<br />
<br />
นอกจากนี้ รัฐบาลยังสนับสนุนให้มีการพัฒนากรมวิชาการเกษตรสู่การเป็น &ldquo;Smart Regulator&rdquo; &nbsp;หน่วยงานที่ปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานให้ทันสมัย คล่องตัว และนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายและสร้างระบบตลาดปัจจัยการผลิตทางการเกษตรที่โปร่งใสและเป็นธรรม</p>

<p>&ldquo;เป้าหมายสำคัญของรัฐบาล คือ การสร้างระบบนิเวศทางการเกษตรที่มีคุณภาพและปลอดภัย ตั้งแต่ผู้ผลิต ผู้จำหน่าย แพลตฟอร์มออนไลน์ ไปจนถึงเกษตรกรผู้ใช้ เพื่อยกระดับมาตรฐานสินค้าเกษตรไทย สร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภค และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของภาคเกษตรไทยในตลาดโลก&rdquo; ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ กล่าว</p>

<p>ข้อมูลจาก&nbsp;<a href="https://www.thaigov.go.th/th/news/164801">https://www.thaigov.go.th/th/news/164801</a></p>
]]></description>
<enclosure url='https://queensirikit.prd.go.th/th/file/get/file/20260605e0193ffb0b4dac90be3f9e7bb7941331091539.jpg' type='image/jpg' length='84424' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[รัฐบาลเดินหน้า “ไทยช่วยไทย” ดัน SME และ OTOP สู่ตลาดออนไลน์เต็มรูปแบบ ผนึกกำลัง ดีอี–พาณิชย์–ไปรษณีย์ไทย ลดต้นทุน เพิ่มยอดขาย ขยายโอกาสการค้าในยุคดิจิทัล]]></title>
<link>https://queensirikit.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/509557</link>
<guid isPermaLink="false">2394b580bb97b83158503aefd014615f</guid>
<pubDate>Fri, 05 Jun 2026 09:12:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันนี้ (5 มิถุนายน 2569) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินหน้าสนับสนุนผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะกลุ่มวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) และผู้ประกอบการ OTOP ให้สามารถแข่งขันและเติบโตได้ในเศรษฐกิจดิจิทัล ผ่านความร่วมมือระหว่างกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงพาณิชย์ และบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ภายใต้โครงการ &ldquo;ไทยช่วยไทย&rdquo; ซึ่งมุ่งลดต้นทุน เพิ่มช่องทางการขาย และขยายตลาดออนไลน์ให้แก่ผู้ประกอบการไทยทั่วประเทศ</p>

<p>รองโฆษกฯ กล่าวว่า โครงการดังกล่าวจะช่วยผลักดันสินค้า SME และ OTOP ไทยเข้าสู่ตลาดออนไลน์อย่างเป็นระบบ ผ่านแพลตฟอร์ม ThailandPostMart ซึ่งเป็นช่องทางจำหน่ายสินค้าของไปรษณีย์ไทยที่เชื่อมโยงผู้ผลิต ผู้ประกอบการ และผู้บริโภคทั่วประเทศเข้าด้วยกัน โดยภาครัฐได้ออกมาตรการสนับสนุนหลายด้านเพื่อช่วยลดภาระและเพิ่มโอกาสทางการค้าให้แก่ผู้ประกอบการ</p>

<p>หนึ่งในมาตรการสำคัญคือการยกเว้นค่าธรรมเนียมส่วนแบ่งรายได้ (GP) ตลอดระยะเวลาของโครงการ ช่วยลดต้นทุนการขายออนไลน์ให้แก่ผู้ประกอบการโดยตรง ทำให้ร้านค้าสามารถนำรายได้กลับไปพัฒนาธุรกิจและเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันได้มากขึ้น</p>

<p>ในด้านการกระตุ้นกำลังซื้อ รัฐบาลได้จัดทำโค้ดส่วนลดสำหรับผู้บริโภคที่ซื้อสินค้าผ่านแพลตฟอร์ม โดยเมื่อมียอดสั่งซื้อขั้นต่ำ 200 บาท จะได้รับส่วนลด 100 บาท จำนวนรวม 500,000 สิทธิ์ คิดเป็นวงเงินสนับสนุนรวม 50 ล้านบาท เพื่อกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยและเพิ่มยอดขายให้ผู้ประกอบการทั่วประเทศ</p>

<p>ขณะเดียวกัน ไปรษณีย์ไทยยังสนับสนุนด้านโลจิสติกส์ โดยกำหนดอัตราค่าจัดส่งพิเศษเพียง 20 บาทต่อคำสั่งซื้อ และมอบคูปองส่งฟรีจำนวน 250 ใบต่อร้านค้า เพื่อช่วยลดต้นทุนการขนส่ง ซึ่งเป็นหนึ่งในต้นทุนสำคัญของการค้าขายออนไลน์</p>

<p>นอกจากนี้ โครงการยังส่งเสริมการตลาดดิจิทัลผ่านการใช้ Influencer และการจัดกิจกรรมไลฟ์สดจำหน่ายสินค้า เพื่อสร้างการรับรู้และกระตุ้นยอดขายแบบเรียลไทม์ ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้กว้างขึ้น เพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ และขยายฐานลูกค้าใหม่ในโลกออนไลน์</p>

<p>นางสาวลลิดา กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการยกระดับศักยภาพของผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายย่อยและชุมชนท้องถิ่น ให้สามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัลในการดำเนินธุรกิจ เพิ่มช่องทางการตลาด สร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้า และขยายโอกาสทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน</p>

<p>&ldquo;โครงการไทยช่วยไทยไม่เพียงช่วยลดภาระต้นทุนของผู้ประกอบการ แต่ยังเป็นการสร้างระบบนิเวศทางการค้าออนไลน์ที่เอื้อต่อการเติบโตของ SME และ OTOP ไทย ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงตลาดใหม่ เพิ่มยอดขาย สร้างรายได้ และยกระดับเศรษฐกิจฐานรากของประเทศให้เข้มแข็งมากขึ้น&rdquo; รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าว</p>

<p>ข้อมูลจาก&nbsp;<a href="https://www.thaigov.go.th/th/news/164799">https://www.thaigov.go.th/th/news/164799</a></p>
]]></description>
<enclosure url='https://queensirikit.prd.go.th/th/file/get/file/2026060500a99477295a905737347579a205f051091307.jpg' type='image/jpg' length='116593' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[อธิบดีกรมการปกครองสั่งทุกอำเภอ! อำนวยความสะดวกประชาชน ยืนยันสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ครอบคลุม 13.19 ล้านคน 4-21 มิถุนายน 69 พร้อมเดินหน้าค้นหาผู้ตกหล่นกว่า 1 ล้านรายทั่วประเทศ]]></title>
<link>https://queensirikit.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/509488</link>
<guid isPermaLink="false">121f6d21d0fd06c488ffebe5d9ce33a8</guid>
<pubDate>Thu, 04 Jun 2026 18:14:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง เปิดเผยว่า ด้วยคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบและอนุมัติโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 ตามที่สำนักงานปลัดกระทรวงการคลังเสนอ วัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้มีรายได้น้อยตามโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2565 จำนวน 13.19 ล้านคน ทำการยืนยันยัน เข้าร่วมโครงการฯ ปี 2569 ทุกราย ผ่าน 5 ช่องทางที่กระทรวงการคลังกำหนด และดำเนินการสำรวจ และรับลงทะเบียนผู้ไม่มีบัตรฯ ที่เป็นกลุ่มตกหล่นตามฐานข้อมูลความจำเป็นพื้นฐาน (จปฐ.) ของกระทรวงมหาดไทย (กรมการพัฒนาชุมชน) และระบบสมุดพกครอบครัวอิเล็กทรอนิกส์ (MSO - LOGBOOK) ของกระทรวง การพัฒนาสังคมและความมันคงของมนุษย์ รวมจำนวนประมาณ 1,044,785 คน โดยมอบหมายให้ กรมการปกครอง กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สำรวจกลุ่มตกหล่นที่ยังไม่สามารถเข้าถึงโครงการฯ และรับลงทะเบียนผ่าน &quot;ระบบตรวจสอบข้อมูลตกสำรวจการได้รับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ&quot; ของกรมการปกครอง ภายในระหว่างวันที่ 4-21 มิถุนายน 2569 จากนั้นกรมการปกครองจึงนำส่งนำส่งข้อมูล ผู้ลงทะเบียนให้สำนักงานปลัดกระทรวงการคลังดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนดต่อไป</p>

<p>วันที่ 3 มิถุนายน 2569 อธิบดีกรมการปกครองได้ลงนามในหนังสือด่วนที่สุด สั่งการให้ทุกจังหวัดบูรณาการความร่วมมือกับกรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ เร่งดำเนินการสำรวจและติดตามกลุ่มเป้าหมาย ระหว่างวันที่ 4 &ndash; 21 มิถุนายน 2569 ผ่าน &ldquo;ระบบตรวจสอบข้อมูลผู้ตกสำรวจการได้รับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ&rdquo; เพื่อให้ความช่วยเหลือเข้าถึงประชาชนได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ</p>

<p>กรมการปกครองยังได้สั่งการให้ที่ทำการปกครองอำเภอทั่วประเทศจัดตั้ง ศูนย์บริการร่วม (One Stop Service : OSS) เพื่ออำนวยความสะดวกในการให้คำปรึกษา ตรวจสอบข้อมูล และยืนยันตัวตนของประชาชน</p>

<p>สำหรับประชาชนที่เคยได้รับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐในปี 2565 สามารถยืนยันสิทธิเข้าร่วมโครงการใหม่ได้ผ่าน 5 ช่องทาง ได้แก่</p>

<p>* แอปพลิเคชัน &ldquo;เป๋าตัง&rdquo;</p>

<p>* แอปพลิเคชัน &ldquo;ทางรัฐ&rdquo;</p>

<p>* เว็บไซต์โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ</p>

<p>* เครื่อง ATM ของธนาคารกรุงไทย</p>

<p>* สาขาธนาคารของรัฐ 5 แห่ง ตามที่กระทรวงการคลังกำหนด</p>

<p>กรณีประชาชนกลุ่มตกหล่น ไม่มีบัตรฯ ที่ยังไม่สามารถเข้าถึงสิทธิของรัฐได้อีกประมาณ 1,044,785 คน ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) บุคลากรองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคีเครือข่ายในพื้นที่ ลงพื้นที่เชิงรุกสำรวจผู้มีสิทธิจากฐานข้อมูลความจำเป็นพื้นฐาน (จปฐ.) และระบบสมุดพกครอบครัวอิเล็กทรอนิกส์ (MSO-LOGBOOK) ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ดำเนินการเร่งสำรวจและรับลงทะเบียน ในระหว่างวันที่ 4-10 มิถุนายน 2569</p>

<p>นอกจากนี้ ให้คณะกรรมการหมู่บ้าน (กม.) หรือ คณะกรรมการชุมชน จัดเวทีประชาคมหมู่บ้านและชุมชน เพื่อร่วมกันตรวจสอบข้อมูลให้ครอบคลุมและโปร่งใส รวมทั้งเปิดโอกาสให้ชุมชนช่วยกันค้นหาผู้ที่สมควรได้รับสิทธิแต่ยังไม่ได้รับการบันทึกข้อมูลในระบบ เพื่อให้ไม่มีประชาชนผู้เดือดร้อนถูกทอดทิ้งหรือหลุดจากการช่วยเหลือของภาครัฐ ระหว่างวันที่ 4-17 มิถุนายน 2569 ให้ได้รับการลงทะเบียนทุกราย</p>

<p>ทั้งนี้ เมื่อดำเนินการสอบทานตามบัญชีรายชื่อครบถ้วนแล้วให้เร่งยืนยันและส่งข้อมูล ภายในวันที่ 21 มิถุนายน 2569 เวลา 23.59 น. เพื่อกรมการปกครองจะได้นำส่งให้กระทรวงการคลังดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติและเงื่อนไขที่กำหนดต่อไป</p>

<p>อธิบดีกรมการปกครอง ได้กำชับทุกจังหวัดเร่งประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้แก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง พร้อมเตือนให้ระมัดระวังมิจฉาชีพที่อาจแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐเรียกรับผลประโยชน์ หรือหลอกลวงเกี่ยวกับการลงทะเบียนและการได้รับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ โดยขอให้ติดตามข้อมูลจากหน่วยงานภาครัฐที่เชื่อถือได้เท่านั้น</p>

<p>&ldquo;เป้าหมายสำคัญของโครงการคือการไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ให้ประชาชนผู้มีรายได้น้อยและกลุ่มเปราะบางสามารถเข้าถึงสวัสดิการของรัฐได้อย่างทั่วถึง เท่าเทียม และได้รับการดูแลตามความจำเป็นอย่างแท้จริง&rdquo; อธิบดีกรมการปกครอง กล่าว</p>
]]></description>
<enclosure url='https://queensirikit.prd.go.th/th/file/get/file/20260604bf4222365aa4f1a6ad2423be647176bd181426.jpg' type='image/jpg' length='126302' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ศิริราชรวมพลังภาคีภาครัฐ–เอกชน เปิดโครงการ “แสงนำใจไทยทั้งชาติ เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 12 เฉลิมพระเกียรติ” ชวนคนไทยทั่วประเทศร่วมออกกำลังกาย ป้องกันสโตรก ภายใต้แนวคิด “สโตรก 4 โรค 6 พฤติกรรม รู้แล้วทำ ป้องกันได้”]]></title>
<link>https://queensirikit.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/509428</link>
<guid isPermaLink="false">f3c4a5f634a1a31c37b789260b179abc</guid>
<pubDate>Thu, 04 Jun 2026 15:57:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันนี้ (4 มิถุนายน 2569) คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล โดยศูนย์โรคหลอดเลือดสมองศิริราช จัดงานแถลงข่าว &quot;เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 12&quot; หัวข้อ: สโตรก 4 โรค 6 พฤติกรรม รู้แล้วทำ ป้องกันได้ ณ ห้องประชุมวีกิจ วีรานุวัตติ์ ตึกอัษฎางค์ ชั้น 4 คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล โดยร่วมกับภาคีเครือข่ายภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรสนับสนุนทั่วประเทศ เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนคนไทยตระหนักถึงความสำคัญของการป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง ผ่านการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และการปรับพฤติกรรมสุขภาพในชีวิตประจำวัน โครงการในปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด &ldquo;สโตรก 4 โรค 6 พฤติกรรม รู้แล้วทำ ป้องกันได้&rdquo; โดยตั้งเป้าผู้ร่วมกิจกรรม 400,000 คนทั่วประเทศ จัดกิจกรรมพร้อมกันในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ครอบคลุม 98 สนาม ใน 77 จังหวัด เปิดรับสมัครผ่านเว็บไซต์ wrb12.thai.run ตั้งแต่วันที่ 4 มิถุนายน &ndash; 31 สิงหาคม 2569</p>

<p><a href="https://www.facebook.com/hashtag/walkrunbike12?__cft__[0]=AZYaoMVaE-M9Cru2lvSTFlBgi7VhZWpDD9cPz3GhaovujxMPQnRYnHJqHvh5S_94HF7UsG2VK82tFuWEu5tcJEUH3Bad30NzVNM-sJbj_g2ZWQ_t19l_KmTdDSzqYpTmGDi0tWU-vT9GaUCAX0UQ8PodI8-Ihu2PcIV36fJjmR7QqYaMlsWjNHLx12rfaM3dbYCEeijR1GQM9Bj1jr0b-pfp&amp;__tn__=*NK-R" role="link" tabindex="0">#walkrunbike12</a> <a href="https://www.facebook.com/hashtag/wrb12?__cft__[0]=AZYaoMVaE-M9Cru2lvSTFlBgi7VhZWpDD9cPz3GhaovujxMPQnRYnHJqHvh5S_94HF7UsG2VK82tFuWEu5tcJEUH3Bad30NzVNM-sJbj_g2ZWQ_t19l_KmTdDSzqYpTmGDi0tWU-vT9GaUCAX0UQ8PodI8-Ihu2PcIV36fJjmR7QqYaMlsWjNHLx12rfaM3dbYCEeijR1GQM9Bj1jr0b-pfp&amp;__tn__=*NK-R" role="link" tabindex="0">#wrb12</a> <a href="https://www.facebook.com/hashtag/wrbfightingstroke?__cft__[0]=AZYaoMVaE-M9Cru2lvSTFlBgi7VhZWpDD9cPz3GhaovujxMPQnRYnHJqHvh5S_94HF7UsG2VK82tFuWEu5tcJEUH3Bad30NzVNM-sJbj_g2ZWQ_t19l_KmTdDSzqYpTmGDi0tWU-vT9GaUCAX0UQ8PodI8-Ihu2PcIV36fJjmR7QqYaMlsWjNHLx12rfaM3dbYCEeijR1GQM9Bj1jr0b-pfp&amp;__tn__=*NK-R" role="link" tabindex="0">#WRBFightingStroke</a> <a href="https://www.facebook.com/hashtag/%E0%B9%81%E0%B8%AA%E0%B8%87%E0%B8%99%E0%B8%B3%E0%B9%83%E0%B8%88%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4?__cft__[0]=AZYaoMVaE-M9Cru2lvSTFlBgi7VhZWpDD9cPz3GhaovujxMPQnRYnHJqHvh5S_94HF7UsG2VK82tFuWEu5tcJEUH3Bad30NzVNM-sJbj_g2ZWQ_t19l_KmTdDSzqYpTmGDi0tWU-vT9GaUCAX0UQ8PodI8-Ihu2PcIV36fJjmR7QqYaMlsWjNHLx12rfaM3dbYCEeijR1GQM9Bj1jr0b-pfp&amp;__tn__=*NK-R" role="link" tabindex="0">#แสงนำใจไทยทั้งชาติ</a> <a href="https://www.facebook.com/hashtag/%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%87?__cft__[0]=AZYaoMVaE-M9Cru2lvSTFlBgi7VhZWpDD9cPz3GhaovujxMPQnRYnHJqHvh5S_94HF7UsG2VK82tFuWEu5tcJEUH3Bad30NzVNM-sJbj_g2ZWQ_t19l_KmTdDSzqYpTmGDi0tWU-vT9GaUCAX0UQ8PodI8-Ihu2PcIV36fJjmR7QqYaMlsWjNHLx12rfaM3dbYCEeijR1GQM9Bj1jr0b-pfp&amp;__tn__=*NK-R" role="link" tabindex="0">#งานวิ่ง</a> <a href="https://www.facebook.com/hashtag/%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%99?__cft__[0]=AZYaoMVaE-M9Cru2lvSTFlBgi7VhZWpDD9cPz3GhaovujxMPQnRYnHJqHvh5S_94HF7UsG2VK82tFuWEu5tcJEUH3Bad30NzVNM-sJbj_g2ZWQ_t19l_KmTdDSzqYpTmGDi0tWU-vT9GaUCAX0UQ8PodI8-Ihu2PcIV36fJjmR7QqYaMlsWjNHLx12rfaM3dbYCEeijR1GQM9Bj1jr0b-pfp&amp;__tn__=*NK-R" role="link" tabindex="0">#เดินวิ่งปั่น</a> <a href="https://www.facebook.com/hashtag/%E0%B8%A8%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A?__cft__[0]=AZYaoMVaE-M9Cru2lvSTFlBgi7VhZWpDD9cPz3GhaovujxMPQnRYnHJqHvh5S_94HF7UsG2VK82tFuWEu5tcJEUH3Bad30NzVNM-sJbj_g2ZWQ_t19l_KmTdDSzqYpTmGDi0tWU-vT9GaUCAX0UQ8PodI8-Ihu2PcIV36fJjmR7QqYaMlsWjNHLx12rfaM3dbYCEeijR1GQM9Bj1jr0b-pfp&amp;__tn__=*NK-R" role="link" tabindex="0">#ศิริราช</a> <a href="https://www.facebook.com/hashtag/%E0%B8%A8%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%8A%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2?__cft__[0]=AZYaoMVaE-M9Cru2lvSTFlBgi7VhZWpDD9cPz3GhaovujxMPQnRYnHJqHvh5S_94HF7UsG2VK82tFuWEu5tcJEUH3Bad30NzVNM-sJbj_g2ZWQ_t19l_KmTdDSzqYpTmGDi0tWU-vT9GaUCAX0UQ8PodI8-Ihu2PcIV36fJjmR7QqYaMlsWjNHLx12rfaM3dbYCEeijR1GQM9Bj1jr0b-pfp&amp;__tn__=*NK-R" role="link" tabindex="0">#ศิริราชชวนคนไทย</a> <a href="https://www.facebook.com/hashtag/%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%87?__cft__[0]=AZYaoMVaE-M9Cru2lvSTFlBgi7VhZWpDD9cPz3GhaovujxMPQnRYnHJqHvh5S_94HF7UsG2VK82tFuWEu5tcJEUH3Bad30NzVNM-sJbj_g2ZWQ_t19l_KmTdDSzqYpTmGDi0tWU-vT9GaUCAX0UQ8PodI8-Ihu2PcIV36fJjmR7QqYaMlsWjNHLx12rfaM3dbYCEeijR1GQM9Bj1jr0b-pfp&amp;__tn__=*NK-R" role="link" tabindex="0">#สมอง</a></p>
]]></description>
<enclosure url='https://queensirikit.prd.go.th/th/file/get/file/20260604fed43f95bf4d6ee9f452f0127f5b2cca160130.jpg' type='image/jpg' length='735694' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[รัฐบาลเผย “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” เดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่อง ยอดใช้จ่ายสะสมทะลุ 6,214 ล้านบาท]]></title>
<link>https://queensirikit.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/509283</link>
<guid isPermaLink="false">c5100c9cd429bc677ac11ee8e7e13d87</guid>
<pubDate>Thu, 04 Jun 2026 12:42:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h3><strong>ประชาชนใช้สิทธิแล้วกว่า 16.5 ล้านคน</strong></h3>

<p>&nbsp;</p>

<p>วันนี้ (4 มิถุนายน 2569) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า โครงการ&nbsp;&ldquo;ไทยช่วยไทย พลัส 60/40&rdquo;&nbsp;ซึ่งเริ่มเปิดให้ประชาชนใช้สิทธิตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 ยังคงได้รับการตอบรับอย่างดีจากประชาชนและผู้ประกอบการทั่วประเทศ ส่งผลให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยและเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากและเพิ่มกำลังซื้อให้ประชาชน</p>

<p>รองโฆษกฯ กล่าวว่า ข้อมูลจากสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง ณ วันที่ 3 มิถุนายน 2569 เวลา 17.00 น. พบว่ามีประชาชนได้รับสิทธิในโครงการแล้วจำนวน 26,040,623 ราย และมีผู้ใช้จ่ายสำเร็จแล้ว 16,527,898 คน</p>

<p>ในส่วนของยอดการใช้จ่ายสะสมภายใต้โครงการ มีมูลค่ารวม 6,214.99 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินที่รัฐบาลร่วมจ่ายจำนวน 3,614.79 ล้านบาท และเงินที่ประชาชนร่วมจ่ายจำนวน 2,600.20 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นถึงการมีส่วนร่วมของประชาชนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการกระจายเม็ดเงินสู่ร้านค้าทั่วประเทศ</p>

<p>สำหรับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ ปัจจุบันมีร้านค้าที่ลงทะเบียนสำเร็จและพร้อมใช้งานแล้วรวม 951,013 ร้านค้า แบ่งเป็นร้านค้าเดิม 851,247 ร้านค้า และร้านค้าใหม่ 99,766 ร้านค้า ขณะที่มีร้านค้าที่อยู่ระหว่างการพิจารณายอมรับเงื่อนไข (T&amp;C) จำนวน 128,333 ร้านค้า และอยู่ระหว่างการตรวจสอบอีก 3,652 ร้านค้า</p>

<p>นอกจากนี้ ยังมีร้านค้าที่มีการใช้จ่ายผ่านโครงการแล้วจำนวน 829,130 ร้านค้า แสดงให้เห็นว่าโครงการสามารถช่วยเพิ่มโอกาสทางการค้าและสร้างรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการรายย่อย ร้านค้าชุมชน และธุรกิจท้องถิ่นในวงกว้าง</p>

<p>นางสาวลลิดา กล่าวว่า ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของประชาชนต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล และแสดงให้เห็นว่าเม็ดเงินจากโครงการสามารถลงสู่ระบบเศรษฐกิจจริงได้อย่างรวดเร็ว ช่วยสร้างการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจในระดับชุมชนและท้องถิ่นทั่วประเทศ</p>

<p>&ldquo;รัฐบาลจะติดตามผลการดำเนินโครงการอย่างใกล้ชิด เพื่อให้มาตรการต่าง ๆ สามารถตอบโจทย์การฟื้นฟูเศรษฐกิจ เพิ่มกำลังซื้อให้ประชาชน และสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยได้อย่างมีประสิทธิภาพและทั่วถึง&rdquo; รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าว</p>

<p>ข้อมุลจาก&nbsp;<a href="https://www.thaigov.go.th/th/news/164781">https://www.thaigov.go.th/th/news/164781</a></p>
]]></description>
<enclosure url='https://queensirikit.prd.go.th/th/file/get/file/202606044d211e6da6afd238a56075d4ec6c8703124349.jpeg' type='image/jpg' length='116570' />
</item>
</channel>
</rss>
