<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[ข่าวภาครัฐ]]></title>
<link>https://queensirikit.prd.go.th/th/content/category/index/id/39</link>
<atom:link href="https://queensirikit.prd.go.th/th/content/category/index/id/39" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[พรุ่งนี้รู้พร้อมกัน! ใครคือ “ศิลปินแห่งชาติ” ประจำปี 2568?]]></title>
<link>https://queensirikit.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/538983</link>
<guid isPermaLink="false">215b870022f0d49b18d4d3f58b473343</guid>
<pubDate>Sun, 06 Sep 2026 17:21:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>✨ อีกเพียง <strong>1 วัน</strong> ชื่อของบุคคลผู้สร้างสรรค์ สืบสาน และสร้างคุณูปการอันทรงคุณค่าแก่ศิลปวัฒนธรรมไทย จะได้รับการประกาศอย่างเป็นทางการ</p>

<p><strong>กระทรวงวัฒนธรรม</strong> เตรียมแถลงข่าวผลการคัดเลือก<br />
🏆 <strong>ศิลปินแห่งชาติ ประจำปีพุทธศักราช 2568</strong></p>

<p>บุคคลผู้ทุ่มเทแรงกาย แรงใจ และความสามารถ เพื่อสร้างสรรค์ผลงานอันทรงคุณค่า รวมถึงสืบทอดมรดกทางศิลปวัฒนธรรมให้คงอยู่จากรุ่นสู่รุ่น</p>

<p>📅 <strong>7 กันยายน 2569</strong><br />
⏰ <strong>เวลา 11.45 น.</strong><br />
📍 <strong>ห้องประชุม 1 ชั้น 8 กระทรวงวัฒนธรรม</strong></p>

<p>🎙️ ขอเชิญสื่อมวลชนและผู้สนใจ <strong>ร่วมติดตามการแถลงข่าว</strong> พร้อมร่วมกันเผยแพร่เรื่องราวและคุณูปการของบุคคลสำคัญ ผู้สร้างผลงานอันเป็นส่วนหนึ่งของมรดกทางศิลปวัฒนธรรมของชาติ</p>

<p>💛 <strong>&ldquo;ศิลปินแห่งชาติ&rdquo; ไม่ใช่เพียงรางวัล&hellip;</strong><br />
แต่คือการยกย่องบุคคลผู้ใช้ชีวิตและผลงาน <strong>สร้างคุณค่า สืบสานภูมิปัญญา และส่งต่อมรดกทางวัฒนธรรมให้คนรุ่นต่อไป</strong></p>

<p>⏳ <strong>พรุ่งนี้&hellip;มาร่วมลุ้นและร่วมภาคภูมิใจไปพร้อมกัน</strong></p>

<p>🇹🇭 <strong>7 กันยายน 2569 | 11.45 น.</strong><br />
<strong>แล้วพบกัน&hellip;ใครจะเป็น &ldquo;ศิลปินแห่งชาติ&rdquo; ประจำปี 2568?</strong></p>
]]></description>
<enclosure url='https://queensirikit.prd.go.th/th/file/get/file/202609065cf9f869b73d87c599f8c83ea4909527172159.jpg' type='image/jpg' length='448290' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[นายกฯ “อนุทิน” เปิดงาน 60 ปี ชมรม 9 สมาคมจีน ย้ำไทย–จีน “พี่น้อง” สู่ “หุ้นส่วนสร้างอนาคต” เชื่อมคนรุ่นใหม่–ธุรกิจ–เทคโนโลยี]]></title>
<link>https://queensirikit.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/538981</link>
<guid isPermaLink="false">404f03cca5100dd7e47e98061943041c</guid>
<pubDate>Sun, 06 Sep 2026 17:19:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันที่ (6 กันยายน 2569) เวลา 10.00 น. ณ หอประชุมจือปิงติ้ง สมาคมแต้จิ๋วแห่งประเทศไทย เขตสาทร กรุงเทพมหานคร นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดงานเฉลิมฉลองครบรอบ 60 ปี การสถาปนาชมรม 9 สมาคมจีน โดยมีนายอู๋ จื้ออู่ อุปทูตรักษาการแทนเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย นายสมชาย เวชากร ประธานชมรม 9 สมาคมจีน สมาคมแต้จิ๋วแห่งประเทศไทย คณะกรรมการหอการค้าไทย&ndash;จีน นายกสมาคมชาวจีนเชื้อสายต่าง ๆ ในประเทศไทย และคณะผู้บริหารชมรมฯ เข้าร่วมงาน</p>

<p>ก่อนเริ่มงาน นายกรัฐมนตรีและผู้เข้าร่วมงานยืนสงบนิ่งแสดงความอาลัยถวายสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา จากนั้นได้ยืนตรงเคารพเพลงชาติไทยและเพลงชาติจีน พร้อมรับชมการเชิดสิงโต และวีดิทัศน์ภาพรวม 60 ปีของชมรม 9 สมาคมจีน</p>

<p>จากนั้น นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การครบรอบ 60 ปี สะท้อนความผูกพันที่ยาวนาน โดยตลอด 6 ทศวรรษ ชมรม 9 สมาคมจีนไม่ได้เป็นเพียงศูนย์รวมของพี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีน แต่เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างประเทศไทย ทั้งการสร้างธุรกิจ สร้างงาน ช่วยเหลือสังคม และเชื่อมโยงประชาชนไทยกับประชาชนจีน ขณะเดียวกัน พี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีนยังรักษาภาษา วัฒนธรรม และสายสัมพันธ์กับประเทศจีนไว้อย่างเข้มแข็ง ซึ่งถือเป็นทุนทางสังคมที่สามารถต่อยอดความสัมพันธ์ไทย&ndash;จีนไปสู่โอกาสใหม่</p>

<p>โดยเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาได้เดินทางเยือนจีนอย่างเป็นทางการ และหารือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง นายกรัฐมนตรีหลี่ เฉียง รวมถึงภาคธุรกิจและบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของจีน สิ่งที่เห็นชัดคือ จีนให้ความสำคัญกับประเทศไทย และมองไทยเป็นหุ้นส่วนที่สามารถเดินหน้าไปด้วยกัน โดยประธานาธิบดีสี จิ้นผิง กล่าวถึงสายสัมพันธ์ไทย&ndash;จีนว่า &ldquo;ไทย&ndash;จีน ครอบครัวเดียวกัน&rdquo; และจีนเป็น &ldquo;หุ้นส่วนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ที่ไว้วางใจและพึ่งพาได้ของไทย&rdquo; และขอให้ประเทศไทยคิดว่าจีนเป็นเพื่อนสนิทที่อยู่ใกล้ชิด สะท้อนทั้งความผูกพันในอดีตและความมุ่งหมายที่จะสร้างอนาคตร่วมกัน</p>

<p>นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า อนาคตของความสัมพันธ์ไทย&ndash;จีนคือการเติบโตไปด้วยกันในโลกเศรษฐกิจใหม่ ทั้งการค้า การลงทุน AI และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต โดยเดินหน้าความเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์รอบด้าน ผ่านการลงนาม MOU 15 ฉบับ และเปิดสำนักงาน BOI ที่นครเฉิงตู เพื่อเชื่อมไทยกับจีนตะวันตกในอุตสาหกรรมสำคัญ อาทิ เซมิคอนดักเตอร์ AI หุ่นยนต์ ยานยนต์ และพลังงานสะอาด โดยมองว่าสำนักงานแห่งนี้ไม่ใช่เพียงสำนักงาน แต่เป็น &ldquo;ประตู&rdquo; เชื่อมโอกาสระหว่างไทยกับจีน และเป็นพื้นที่ให้เครือข่ายชมรม 9 สมาคมจีนเข้ามามีบทบาท</p>

<p>นายกรัฐมนตรีกล่าวอีกว่า ตลอด 60 ปี ชมรม 9 สมาคมจีนทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมผู้คน วัฒนธรรม และมิตรภาพระหว่างไทยกับจีน และใน 60 ปีข้างหน้า อยากเห็นสะพานแห่งนี้เชื่อมถึงคนรุ่นใหม่ ธุรกิจใหม่ เทคโนโลยีใหม่ และโอกาสใหม่ ๆ โดยอยากให้ลูกหลานไทยรู้จักจีนไม่เพียงในฐานะแผ่นดินของบรรพบุรุษ แต่เป็นหนึ่งในพื้นที่แห่งโอกาสของโลก ขณะเดียวกัน อยากเห็นคนจีนรุ่นใหม่มองประเทศไทยมากกว่าประเทศเพื่อนบ้านหรือจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยว แต่เป็นประเทศที่สามารถเข้ามาลงทุน สร้างธุรกิจ สร้างนวัตกรรม และสร้างอนาคตร่วมกันได้</p>

<p>&ldquo;รัฐบาลพร้อมทำหน้าที่เปิดประตูและสร้างสภาพแวดล้อมให้เกิดสิ่งเหล่านี้ และต้องการพลังจากทุกท่านมาร่วมกันประสานให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนไทยและจีน&rdquo; นายกรัฐมนตรีกล่าว</p>

<p>ในโอกาสครบรอบ 60 ปี นายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณคนรุ่นก่อนที่ร่วมสร้างสะพานแห่งมิตรภาพไทย&ndash;จีน พร้อมฝากคนรุ่นปัจจุบันร่วมกันทำให้สะพานแห่งนี้กว้างขึ้น แข็งแรงขึ้น และเชื่อมโยงไปสู่โอกาสใหม่ เพื่อให้ความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศเกิดประโยชน์ต่อประชาชนในระยะยาว</p>

<p>นายกรัฐมนตรีกล่าวทิ้งท้ายว่า &ldquo;จีน&ndash;ไทย ใช่อื่นไกล พี่น้องกัน&rdquo; เป็นความจริงที่ได้รับการพิสูจน์มาแล้วหลายชั่วอายุคน และจากนี้ควรเพิ่มความหมายว่า เราไม่ได้เป็นเพียงพี่น้องที่มีอดีตร่วมกัน แต่เป็น &ldquo;หุ้นส่วนที่กำลังสร้างอนาคตร่วมกัน&rdquo; พร้อมขอให้มิตรภาพไทย&ndash;จีนและความผูกพันระหว่างประชาชนของสองประเทศเจริญงอกงาม มั่นคง และนำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรืองร่วมกันตลอดไป</p>

<p>ที่มา :&nbsp;<a href="https://www.thaigov.go.th/th/news/168566">https://www.thaigov.go.th/th/news/168566</a></p>
]]></description>
<enclosure url='https://queensirikit.prd.go.th/th/file/get/file/20260906eda628d46b486c5a8256a1d0d2c0f5f9171920.jpg' type='image/jpg' length='125858' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[“แก้หนี้ครูต้องแก้ทั้งระบบ” รัฐบาลเดินหน้าลดต้นทุน–ปรับโครงสร้าง–ป้องกันหนี้ใหม่ ไม่ใช่แค่ลดดอกเบี้ย]]></title>
<link>https://queensirikit.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/538939</link>
<guid isPermaLink="false">f5f4128a1de631ab03f1be2b9faad6ee</guid>
<pubDate>Sun, 06 Sep 2026 11:01:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยขยับจากการช่วยลดภาระดอกเบี้ย ไปสู่การแก้ปัญหา &ldquo;ทั้งระบบ&rdquo; โดยเฉพาะหนี้จากสหกรณ์ออมทรัพย์ครู ซึ่งเป็นภาระสำคัญของครูจำนวนมาก พร้อมบูรณาการการทำงานระหว่างกระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อวางแนวทางแก้หนี้ที่ครอบคลุมตั้งแต่แหล่งเงินทุนของสหกรณ์ ไปจนถึงภาระหนี้ของสมาชิก</p>

<p>ข้อมูลจากกรมส่งเสริมสหกรณ์ระบุว่า ปัจจุบันมีสหกรณ์ออมทรัพย์ครู 116 แห่ง มีสมาชิก 862,539 ราย และมีเงินให้กู้รวม 1,141,545 ล้านบาท &nbsp;ขณะที่อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูมีค่าเฉลี่ย 5.60% และสูงสุดถึง 9% โดยมีสหกรณ์ 15 แห่ง หรือ 13% ที่กำหนดอัตราดอกเบี้ยสูงกว่า 7%</p>

<p>&ldquo;แก้หนี้ครูจะมองแค่การลดดอกเบี้ยไม่ได้ เพราะหากต้นทุนในการหาเงินมาปล่อยกู้ของสหกรณ์ยังสูง ภาระหนี้และระยะเวลาชำระยังไม่เหมาะสม และสมาชิกยังสามารถก่อหนี้เพิ่มได้ ปัญหาก็อาจกลับมาอีก รัฐบาลจึงต้องแก้ตั้งแต่ต้นทางของเงินทุน ไปจนถึงการบริหารหนี้ของครูแต่ละคน&rdquo; ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ กล่าว</p>

<p>รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จากการหารือเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 ระหว่างนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กับนางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบให้จัดตั้ง คณะกรรมการร่วมระหว่างกระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยมีเลขาธิการ สกสค. และอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์เป็นประธานกรรมการฝ่ายละหน่วย พร้อมเชิญผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเข้าร่วมพิจารณาข้อกฎหมาย เพื่อให้การแก้ไขปัญหาสามารถเดินหน้าได้อย่างรวดเร็วและนำไปใช้ได้จริง</p>

<p>สำหรับแนวทางที่อยู่ระหว่างการศึกษา จะครอบคลุมตั้งแต่การหาแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำให้สหกรณ์ เพื่อลดต้นทุนในการนำเงินมาปล่อยกู้และช่วยให้สหกรณ์มีเงินเพียงพอในการบริหารจัดการ ไปจนถึงการช่วยสมาชิก เปลี่ยนไปใช้แหล่งเงินกู้ที่มีต้นทุนต่ำลง การรวมหนี้เป็นก้อนเดียว การปรับแผนชำระหนี้ และการยืดระยะเวลาผ่อนชำระ เพื่อให้ยอดที่ต้องจ่ายในแต่ละเดือนสอดคล้องกับรายได้และความสามารถในการชำระหนี้ของสมาชิกมากขึ้น โดยแนวทางของกรมส่งเสริมสหกรณ์เสนอให้บูรณาการกับหน่วยงานภาครัฐเพื่อจัดหาแหล่งสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำมาช่วยลดภาระทางการเงินของสมาชิกและสหกรณ์</p>

<p>ขณะเดียวกัน การแก้หนี้ต้องไม่จบแค่การช่วยชำระหนี้เดิม แต่ต้องป้องกันไม่ให้เกิดหนี้ก้อนใหม่ โดยกรมส่งเสริมสหกรณ์มีแนวทางนำเครื่องมือ Credit Lock มาใช้ร่วมกับบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (NCB) เพื่อป้องกันสมาชิกที่เข้าร่วมโครงการไม่ให้ไปก่อหนี้เพิ่มกับสถาบันการเงินหรือผู้ให้สินเชื่อรายอื่นตามเงื่อนไขที่กำหนด ปัจจุบันมีสหกรณ์ 14 แห่งนำเครื่องมือนี้ไปใช้กับสมาชิก 914 รายแล้ว ในจำนวนนี้เป็นสหกรณ์ออมทรัพย์ครู 9 แห่ง สมาชิก 864 ราย</p>

<p>นอกจากนี้ ยังมีแนวทาง กำหนดอัตราเงินปันผลให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมกับผลการดำเนินงานของสหกรณ์ เพื่อให้การบริหารสหกรณ์มีความสมดุลและไม่เพิ่มแรงกดดันให้ต้องหารายได้จากการปล่อยสินเชื่อที่มีความเสี่ยง รวมถึงปรับหลักเกณฑ์การปล่อยกู้ให้เป็นไปตามแนวคิด &ldquo;การปล่อยกู้อย่างรับผิดชอบ&rdquo; (Responsible Lending) โดยพิจารณาความสามารถของสมาชิกในการชำระหนี้ในระยะยาว รวมถึงภาระทางการเงินที่จะเกิดขึ้นหลังเกษียณ</p>

<p>&ldquo;เป้าหมายของรัฐบาลไม่ใช่แค่ทำให้ครูจ่ายดอกเบี้ยน้อยลง แต่ต้องทำให้ครูมีหนี้ที่บริหารจัดการได้ มีเงินเหลือเพียงพอต่อการดำรงชีวิต และมีระบบที่ช่วยป้องกันไม่ให้กลับไปเป็นหนี้เพิ่มอีก&rdquo; รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าว</p>

<p>ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ กล่าวต่อว่า ปัญหาที่ต้องเร่งแก้คือกรณีครูบางส่วนมีภาระหนี้จนถูกหักเงินเดือนในสัดส่วนสูง เหลือเงินใช้จ่ายในชีวิตประจำวันไม่ถึง 30% ของเงินเดือน ซึ่งกระทบโดยตรงต่อการดำรงชีวิต ดังนั้น การแก้หนี้ครูจึงต้องทำควบคู่กันทั้ง &ldquo;ลดต้นทุน &ndash; ลดภาระผ่อนต่อเดือน &ndash; ปรับหนี้ให้เหมาะกับรายได้ &ndash; ป้องกันหนี้ใหม่&rdquo;</p>

<p>ทั้งนี้ คณะกรรมการร่วม 2 กระทรวงจะเร่งศึกษารายละเอียดทั้งด้านมาตรการ แหล่งเงินทุน แนวทางปรับหนี้ และข้อกฎหมาย ก่อนรายงานผลภายใน 30 วัน เพื่อนำไปสู่แนวทางปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมต่อไป</p>

<p>&ldquo;จากลดดอกเบี้ย ต้องไปให้ถึงลดต้นทุน จากลดต้นทุน ต้องไปถึงการปรับหนี้ให้เหมาะกับรายได้ และจากนั้นต้องสร้างระบบที่ช่วยให้ครูไม่กลับไปเป็นหนี้ซ้ำ เป้าหมายสุดท้ายคือทำให้ครูมีความมั่นคงทางการเงิน มีเงินเหลือสำหรับดำรงชีวิต และสามารถกลับไปทุ่มเทกับการสอนและดูแลนักเรียนได้อย่างเต็มที่&rdquo; รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าว</p>

<p>ที่มา :&nbsp;<a href="https://www.thaigov.go.th/th/news/168565">https://www.thaigov.go.th/th/news/168565</a></p>
]]></description>
<enclosure url='https://queensirikit.prd.go.th/th/file/get/file/202609062645e8fcdc9cc154940a6c949d063294110117.jpeg' type='image/jpg' length='170976' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[รัฐบาลย้ำป้ายทะเบียนรถ “TC” และ “QC” เป็นเครื่องหมายสำหรับรถวิ่งทดสอบก่อนการผลิตและทดสอบคุณภาพ ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนด หากฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท]]></title>
<link>https://queensirikit.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/538938</link>
<guid isPermaLink="false">1a6584bf2b730b50afb0da15232a504d</guid>
<pubDate>Sun, 06 Sep 2026 10:51:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า &nbsp;จากกรณีมีภาพปรากฏรถยนต์ที่ติดป้ายทะเบียนตัวอักษรภาษาอังกฤษ TC หรือ QC วิ่งอยู่บนท้องถนน กรมการขนส่งทางบกชี้แจงว่า ป้ายทะเบียนที่มีตัวอักษร TC และ QC เป็นเครื่องหมายแสดงการใช้รถที่ได้รับอนุญาตจากกรมการขนส่งทางบกในการนำรถออกไปวิ่งทดสอบความสมบูรณ์และสมรรถนะของตัวรถ ประเมินความพร้อมของระบบต่าง ๆ รวมถึงมาตรฐานก่อนการผลิต ซึ่งจะช่วยสร้างความมั่นใจในคุณภาพและความปลอดภัยสูงสุด โดยป้ายทะเบียน TC และ QC มีความแตกต่างกันดังนี้</p>

<p>1. ป้ายทะเบียน TC &nbsp;ใช้สำหรับ &ldquo;รถทดสอบก่อนการผลิต&rdquo; ซึ่งเป็นรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ต้นแบบที่ผลิตหรือประกอบขึ้นใหม่ นำเข้า หรือเปลี่ยนแปลงส่วนหนึ่งส่วนใดของส่วนควบหรือเครื่องอุปกรณ์สำหรับรถต้นแบบที่ผู้ผลิตมีความจำเป็นต้องนำรถออกมาทดสอบสมรรถนะและประสิทธิภาพบนสภาพการใช้งานจริง เพื่อให้มั่นใจว่ารถมีคุณภาพและมาตรฐานก่อนผลิตจริง ทั้งนี้ หนังสืออนุญาตมีอายุ 180 วัน นับแต่วันอนุญาต &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;<br />
&bull; รถยนต์ : ป้ายทะเบียนจะมีลักษณะเป็นโลหะพื้นสีขาวสะท้อนแสง ขนาดกว้าง 15 เซนติเมตร ยาว 34 เซนติเมตร บรรทัดแรกแสดงตัวอักษร TC นำหน้าหมายเลขไม่เกิน 4 หลัก บรรทัดที่สองแสดงชื่อจังหวัดกรุงเทพมหานคร และมีเครื่องหมาย &ldquo;ขส&rdquo; อัดเป็นรอยดุนที่มุมล่างด้านขวา&nbsp;<br />
&bull; รถจักรยานยนต์ : ตัวแผ่นป้ายจะมีขนาดกว้าง 17.20 เซนติเมตร ยาว 22 เซนติเมตร มี 3 บรรทัด บรรทัดแรก เป็นตัวอักษร TC บรรทัดที่สองเป็นชื่อจังหวัดกรุงเทพมหานคร บรรทัดที่สามเป็นเลขไม่เกิน 4 หลัก และมีเครื่องหมาย &ldquo;ขส&rdquo;อัดเป็นรอยดุนอยู่ที่มุมบนด้านขวา</p>

<p>2. ป้ายทะเบียน QC ใช้สำหรับ &ldquo;รถทดสอบคุณภาพ&rdquo; ซึ่งเป็นรถที่ผลิต ประกอบ หรือนำเข้า และถูกสุ่มตัวอย่างเพื่อนำมาทดสอบคุณภาพก่อนนำออกจำหน่าย ตัวแผ่นป้าย มีขนาดกว้าง 15 เซนติเมตร ยาว 34 เซนติเมตร บรรทัดแรก เป็นตัวอักษร QC นำหน้าหมายเลขไม่เกิน 4 หลัก บรรทัดที่สองแสดงชื่อจังหวัดกรุงเทพมหานคร และมีเครื่องหมาย &ldquo;ขส&rdquo; อัดเป็นรอยดุนที่มุมล่างด้านขวา ทั้งนี้ หนังสืออนุญาตมีอายุ 90 วัน นับแต่วันอนุญาต</p>

<p>&ldquo;การนำรถที่ติดแผ่นป้าย TC หรือ QC ออกทดสอบบนท้องถนน ต้องมีสำเนาหนังสืออนุญาตไว้กับตัวรถตลอดระยะเวลาทดสอบ และต้องมีหลักฐานการเอาประกันภัยตามที่เงื่อนไขกำหนด รวมถึงผู้ขับรถทดสอบต้องมีใบอนุญาตขับรถตรงตามลักษณะรถเท่านั้น หากผู้ได้รับอนุญาตใช้แผ่นป้ายทะเบียนดังกล่าว ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนด เป็นความผิดตามมาตรา 6/1 วรรคสาม และต้องระวางโทษตามมาตรา 60 แห่งพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 มีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท&rdquo;นางสาวพลอยทะเล กล่าว</p>

<p>ที่มา :&nbsp;<a href="https://www.thaigov.go.th/th/news/168564">https://www.thaigov.go.th/th/news/168564</a></p>
]]></description>
<enclosure url='https://queensirikit.prd.go.th/th/file/get/file/202609066fc920c762758ed0f267f9f5852b8677105131.jpeg' type='image/jpg' length='141917' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ทบ. รับนโยบาย กห. เปิดรับสมัคร “พลทหารอาสา” ปี 2570 จำนวน 18,784 อัตรา สมัครใจรับราชการ 4 ปี เลือกผลัด–หน่วยได้ทั่วประเทศ พร้อมสิทธิประโยชน์และโอกาสต่อยอดสู่ทหารอาชีพ]]></title>
<link>https://queensirikit.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/538937</link>
<guid isPermaLink="false">ba5c74d532dca2c471a09fca81e64b83</guid>
<pubDate>Sun, 06 Sep 2026 10:46:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>กองทัพบกขอเชิญชวนชายไทยที่มีอายุระหว่าง 18 &ndash; 26 ปีบริบูรณ์ ที่มีความสนใจประกอบอาชีพทหารและร่วมปฏิบัติภารกิจสนับสนุนกองทัพ สมัครเข้ารับราชการเป็นทหารกองประจำการในรูปแบบ &ldquo;พลทหารอาสา&rdquo; ประจำปี 2570 จำนวน 18,784 อัตรา ซึ่งเป็นการคัดสรรกำลังพลเข้าปฏิบัติงานในกองทัพบกรูปแบบใหม่ ทดแทนโครงการ &ldquo;พลทหารออนไลน์&rdquo; ตามนโยบายกระทรวงกลาโหม โดยผู้สมัครสามารถเลือกผลัดและหน่วยทหารที่ต้องการปฏิบัติงานได้ทั่วประเทศ รวม 221 หน่วย</p>

<p>&ldquo;พลทหารอาสา&rdquo; คือทหารกองประจำการที่สมัครใจเข้าปฏิบัติหน้าที่ในลักษณะการทำสัญญาจ้างเป็นระยะเวลา 4 ปี ซึ่งจะได้รับการฝึกและปฏิบัติงานภายในหน่วยเช่นเดียวกับทหารกองประจำการทั่วไป แต่จะได้รับสิทธิประโยชน์ตามเงื่อนไขของโครงการ คือ ได้รับเงินเดือนเริ่มต้น เดือนละ 12,090 บาท และค่าตอบแทนพิเศษ เดือนละ 2,880 บาท (สำหรับเป็นค่าอาหารหรือค่าประกอบเลี้ยง)</p>

<p>นอกจากนี้ ผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่พลทหารอาสาตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไป จะได้รับโควตาในการสอบเข้าเป็นนักเรียนนายสิบทหารบก ในกลุ่มโควตาทหารกองประจำการ ที่กำหนดที่นั่งร้อยละ 80 ของยอดการเปิดรับนักเรียนนายสิบทั้งหมด ในประเภทเดียวกับพลทหารออนไลน์ ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 30 ของที่นั่งในโควตาดังกล่าว หรือเท่ากับ 453 อัตรา รวมทั้งการได้รับคะแนนเพิ่มพิเศษในภาควิชาการในการสอบบรรจุเข้าเป็นข้าราชการในกองทัพบก เริ่มต้นที่ร้อยละ 5 ด้วย ซึ่งถือเป็นการเสริมสร้างความมั่นคงทางรายได้และเปิดโอกาสต่อยอดในเส้นทางทหารอาชีพให้กับผู้สมัครใจเป็นพลทหารอาสา ควบคู่กับการได้รับโอกาสอื่นๆ อาทิ การฝึกทักษะทางวิชาชีพ และการเรียนการสอนผ่านระบบการศึกษานอกเวลา ทำให้ได้รับวุฒิการศึกษาที่สูงขึ้นระหว่างช่วงเข้ารับราชการ</p>

<p>สำหรับการรับสมัคร เปิดโอกาสให้กลุ่มชายไทยไม่จำกัดวุฒิการศึกษา และในหลายประเภท ประกอบด้วย ทหารกองเกิน อายุ 18 &ndash; 20 ปีบริบูรณ์ (เกิดปี พ.ศ.2550 - 2552) , ทหารกองเกินที่มีอายุ 22 &ndash; 26 ปีบริบูรณ์ (เกิดปี พ.ศ.2544 - 2548) ที่ผ่านการตรวจเลือกแล้ว แต่ไม่ถูกเข้ากองประจำการ (จับได้สลากดำ หรือมียอดผู้สมัครใจเข้ากองประจำการ ณ หน่วยตรวจเลือกครบตามจำนวน) , ทหารกองหนุนประเภท 1 ซึ่งปลดจากกองประจำการแล้ว และมีอายุไม่เกิน 26 ปีบริบูรณ์ในปี พ.ศ.2570 รวมทั้งทหารกองประจำการที่จะครบกำหนดปลดจากกองประจำการในวันที่ 1 พ.ค.70 หรือ 1 พ.ย.70 ซึ่งมีอายุไม่เกิน 26 ปีบริบูรณ์ในปี พ.ศ.2570 และต้องปลดเป็นทหารกองหนุน ก่อนทำสัญญาจ้างเป็นพลทหารอาสา</p>

<p>ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม และสมัครได้ผ่านระบบออนไลน์ที่เว็บไซต์ <a href="https://l.facebook.com/l.php?u=https%3A%2F%2Frcm.rta.mi.th%2F%3Ffbclid%3DIwcGRvZgFleHRuA2FlbQIxMABicmlkETEwbTRxa0JnUGdRelRLdWdCc3J0YwZhcHBfaWQQMjIyMDM5MTc4ODIwMDg5MgABHo55sYixEFdYF1KofQdAPtoyjrNpUOP8KtdYRt9IwloRmxM4vttZlwxlMAMe_aem_Ai_zoiJ2hnwtENpf7t-tVg&amp;h=AUB5QFTZoZSfVV7qj4ZJZ8HAmlPWVwcqnHB4cYT46QrgP3w89kIQ6UvUHGFZei1KoUBJYG0C3gCZao9k45trVlJ1EZgXpDbQyvhwNrIecC5PjLTvBdpTPTAidNNPxrR-4YoMtP6EzlJcvig1&amp;__tn__=-UK-R&amp;c[0]=AUDn6qhFE24DEiF68tOuK49N51-D0MyJ8SXHxMyGN5IijH_5TDkVZdYJmQpOlaC4XUkFTMNw8jUU_JtCNMAp1BIApxsyTguvUp7M7KPizDL-u_bWNgkZTVo1DGclwpmmptOkQEBL-A3UsX0Zen78xVOYwAkva1DzSmkghJxa7g" rel="nofollow noreferrer" role="link" tabindex="0" target="_blank">http://rcm.rta.mi.th</a> หรือสมัครด้วยตนเอง ณ หน่วยทหารสังกัดกองทัพบกที่เปิดรับสมัครทั้ง 221 หน่วย รวมทั้งที่สำนักงานสัสดีอำเภอหรือสำนักงานสัสดีจังหวัด ได้ตั้งแต่วันที่ 10 ก.ย.69 ถึง 24 ม.ค.70</p>

<p>กองทัพบกพร้อมขับเคลื่อนนโยบายกระทรวงกลาโหมในการปรับระบบกำลังพลสู่รูปแบบสมัครใจ เปิดโอกาสให้ชายไทยที่สนใจเข้ารับราชการทหารได้ร่วมสนับสนุนภารกิจด้านความมั่นคง พร้อมมุ่งดูแลและส่งเสริมโอกาสอย่างครอบคลุม ตลอดจนพัฒนาสวัสดิการและสิทธิประโยชน์ให้สอดคล้องและเท่าทันต่อสถานการณ์ในยุคปัจจุบัน</p>

<p>&hellip;&hellip;&hellip;&hellip;&hellip;&hellip;&hellip;&hellip;&hellip;&hellip;&hellip;&hellip;&hellip;&hellip;...&hellip;&hellip;</p>

<p>ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก โดยทีมโฆษกกองทัพบก, 5 กันยายน 2569</p>
]]></description>
<enclosure url='https://queensirikit.prd.go.th/th/file/get/file/202609060fbf03a1123c589bb521bd64a4e26bc1104635.jpg' type='image/jpg' length='61723' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[“รัชดา” ชี้รัฐบาลทำจริง นโยบาย “ทหารอาสา” ตามแถลงต่อสภา ชวนคนรุ่นใหม่สมัครรับใช้ประเทศ เปิด 4 โอกาสสร้างอนาคต]]></title>
<link>https://queensirikit.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/538935</link>
<guid isPermaLink="false">5f7c9a2249c594e69dbae45b708bae54</guid>
<pubDate>Sun, 06 Sep 2026 10:44:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าพัฒนาระบบการรับราชการทหารไปสู่ระบบสมัครใจ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งนโยบายที่นายกฯอนุทินแถลงต่อรัฐสภาแล้วผลักดันสู่การปฎิบัติจริง โดยในปีงบประมาณ 2570 กองทัพบกจะดำเนินโครงการทหารอาสา (ทอส.) เปิดโอกาสให้กำลังพลสำรองเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ตามความสมัครใจ ควบคู่กับการสร้างแรงจูงใจและเส้นทางอนาคตให้ผู้สมัคร เพื่อให้การรับราชการทหารเป็นทั้งการทำหน้าที่เพื่อประเทศและโอกาสในการพัฒนาตนเอง</p>

<p>โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ผู้เข้าร่วมโครงการจะได้รับ 4 โอกาสสำคัญ ได้แก่</p>

<p>1. โอกาสมีรายได้และสวัสดิการ ได้รับเงินเดือนและเบี้ยเลี้ยงรวม 15,000 บาทต่อเดือน พร้อมสิทธิรักษาพยาบาล เงินช่วยเหลือกรณีบ้านประสบภัยธรรมชาติ และประกันชีวิต</p>

<p>2. โอกาสพัฒนาตนเองและทักษะ ได้รับการฝึกและประสบการณ์จากการปฏิบัติงานจริง เสริมสร้างระเบียบวินัย สมรรถภาพร่างกายและจิตใจ รวมถึงทักษะที่สามารถนำไปใช้ในการทำงานต่อไป</p>

<p>3. โอกาสทางการศึกษาและวิชาชีพ สามารถพัฒนาความรู้ เพิ่มวุฒิการศึกษาและทักษะวิชาชีพ เพื่อเพิ่มทางเลือกในการประกอบอาชีพหลังพ้นหน้าที่</p>

<p>4. โอกาสต่อยอดสู่อาชีพในอนาคต มีโอกาสเข้าสู่เส้นทางรับราชการ โดยได้รับโควตาพิเศษในการสอบเข้าเป็นนักเรียนนายสิบทหารบก และคะแนนเพิ่มพิเศษภาควิชาการในการสอบบรรจุเข้ารับราชการในสังกัดกองทัพบก รวมถึงสามารถนำทักษะและประสบการณ์ไปต่อยอดการทำงานในภาคเอกชนหรือประกอบอาชีพส่วนตัว</p>

<p>สำหรับผู้สนใจ เปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 10 กันยายน 2569 &ndash; 24 มกราคม 2570 สมัครได้ 2 ช่องทาง คือ สมัครออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ rcm.rta.mi.th หรือ สมัครด้วยตนเองที่หน่วยทหารที่เปิดรับสมัครทั่วประเทศ รวมถึงสำนักงานสัสดีอำเภอและสำนักงานสัสดีจังหวัด</p>

<p>โครงการเปิดรับผู้สำเร็จการฝึกนักศึกษาวิชาทหาร (รด. ปี 3&ndash;5) และทหารกองหนุนหรือพลทหารที่ปลดประจำการแล้ว โดยตำแหน่งนายทหารสัญญาบัตรกำหนดวุฒิปริญญาตรี อายุ 18&ndash;35 ปี และตำแหน่งนายทหารประทวน วุฒิ ม.6 หรือ ปวช. อายุ 18&ndash;30 ปี ผู้สมัครสามารถเลือกหน่วยและตำแหน่งที่เปิดรับตามคุณสมบัติที่กำหนด ทำสัญญาครั้งละ 4 ปี และต่อสัญญาได้ 1 ครั้ง รวมไม่เกิน 8 ปี</p>

<p>&ldquo;รัฐบาลเร่วผลักดันทุกนโยบายที่แถลงต่อรัฐสภาสู่การปฏิบัติ สำหรับนโยบายทหารอาสานั้น ให้ประโยชน์ทั้งกับประชาชนและประเทศ เพราะนอกจากผู้สมัครจะได้รับโอกาสทั้งรายได้ ทักษะ การศึกษา และอาชีพ ประเทศจะได้กำลังพลที่เข้ามาด้วยความสมัครใจ มีแรงจูงใจ และสามารถคัดเลือกให้ตรงกับภารกิจของกองทัพมากขึ้น เป็นการปรับระบบกำลังพลให้มีขนาดและองค์ประกอบเหมาะสมกับภารกิจ ลดการพึ่งพาการเกณฑ์ทหารตามลำดับ และช่วยให้การใช้ทรัพยากรและงบประมาณด้านกำลังพลของรัฐมีประสิทธิภาพมากขึ้น&rdquo; นางสาวรัชดา กล่าว</p>

<p>ที่มา :&nbsp;<a href="https://www.thaigov.go.th/th/news/168563">https://www.thaigov.go.th/th/news/168563</a></p>
]]></description>
<enclosure url='https://queensirikit.prd.go.th/th/file/get/file/20260906c74bf3edfc1ab09640cd4b0b10c61429104501.jpeg' type='image/jpg' length='107875' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[รัฐบาลเดินหน้า 4 กลไกสกัดสินค้าปลอม–ไลฟ์ละเมิดออนไลน์ เชื่อมข้อมูล IP–ขยายผลเส้นทางเงิน หลัง 7 เดือนระงับแล้ว 1,471 รายการ แชร์]]></title>
<link>https://queensirikit.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/538934</link>
<guid isPermaLink="false">c7c21741821bccaa186e7495b140f458</guid>
<pubDate>Sun, 06 Sep 2026 10:43:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันนี้ (6 กันยายน 2569) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้ายกระดับการคุ้มครองผู้บริโภคและผู้ประกอบการสุจริตจากปัญหาสินค้าปลอมและการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาบนตลาดออนไลน์ โดยกระทรวงพาณิชย์ ภายใต้การกำกับของ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้มอบหมายกรมทรัพย์สินทางปัญญาเร่งทำงานร่วมกับเจ้าของสิทธิและผู้ให้บริการแพลตฟอร์มออนไลน์ วาง 4 กลไกสำคัญ ตั้งแต่การปิดกั้นเว็บไซต์และไลฟ์ที่มีเนื้อหาละเมิด การเชื่อมโยงข้อมูลทรัพย์สินทางปัญญาแบบ Real-Time การพัฒนาแนวทางรับรองร้านค้าที่ใช้สิทธิอย่างถูกต้อง ไปจนถึงการตรวจสอบเส้นทางการเงินและขยายผลถึงเครือข่ายที่อยู่เบื้องหลัง</p>

<p>ผลการดำเนินงานในช่วงเดือนมกราคม&ndash;กรกฎาคม 2569 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถจับกุมคดีละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาบนช่องทางออนไลน์ได้ 140 คดี ยึดของกลางรวม 322,077 ชิ้น คิดเป็นมูลค่าความเสียหาย 104,344,850 บาท และระงับการจำหน่ายสินค้าที่เข้าข่ายละเมิดบนแพลตฟอร์มออนไลน์รวม 1,471 รายการ สะท้อนถึงการยกระดับการปราบปรามจากการนำสินค้าละเมิดออกจากตลาด ไปสู่การป้องกันและตัดวงจรการละเมิดตั้งแต่ต้นทาง</p>

<p>นางสาวลลิดา กล่าวว่า แนวทางความร่วมมือที่ทุกฝ่ายกำหนดร่วมกันมี 4 ด้านสำคัญ ได้แก่ ประการแรก การปิดกั้นเว็บไซต์และการถ่ายทอดสดที่มีเนื้อหาละเมิดลิขสิทธิ์ โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญาจะประสานกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการระงับหรือลบเนื้อหาที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย โดยเฉพาะการเผยแพร่ภาพยนตร์ เพลง และผลงานลิขสิทธิ์ผ่านเว็บไซต์หรือการถ่ายทอดสดออนไลน์</p>

<p>ประการที่สอง การพัฒนาระบบเชื่อมโยงข้อมูลทรัพย์สินทางปัญญากับแพลตฟอร์มผ่าน API แบบ Real-Time เพื่อให้แพลตฟอร์มสามารถตรวจสอบข้อมูลประกอบการคัดกรองร้านค้าและสินค้าได้รวดเร็วยิ่งขึ้น เช่น เลขคำขอ ชื่อเจ้าของสิทธิ สถานะคำขอ และรายการสินค้า ทั้งนี้ ระบบดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนาและกำหนดรายละเอียดร่วมกัน</p>

<p>ประการที่สาม การพัฒนาแนวทางรับรองร้านค้าที่ได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิอย่างถูกต้อง โดยเตรียมหารือกับแพลตฟอร์มเพื่อจัดทำเครื่องหมายหรือสัญลักษณ์ &ldquo;IP Verified&rdquo; สำหรับร้านค้าที่ผ่านการตรวจสอบข้อมูลด้านทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อเพิ่มข้อมูลประกอบการตัดสินใจให้ผู้บริโภค และสนับสนุนผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการพัฒนาหลักเกณฑ์และยังไม่ได้เปิดใช้ครบทุกแพลตฟอร์ม</p>

<p>ประการที่สี่ การยกระดับการดำเนินคดีจากการจับผู้ขายไปสู่การขยายผลถึงเครือข่าย โดยประสานหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายและหน่วยงานด้านการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงินและเชื่อมโยงไปยังผู้จัดหา ผู้นำเข้า ผู้รับผลประโยชน์ และผู้เกี่ยวข้อง เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายสามารถตัดวงจรการละเมิดได้ตั้งแต่ต้นทาง ไม่ใช่เพียงนำรายการสินค้าที่ตรวจพบออกจากแพลตฟอร์ม</p>

<p>&ldquo;รัฐบาลต้องการให้ตลาดออนไลน์เป็นพื้นที่ที่ประชาชนซื้อสินค้าได้อย่างมั่นใจ ขณะเดียวกันผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจอย่างถูกต้องต้องไม่เสียเปรียบจากการแข่งขันกับสินค้าปลอมหรือสินค้าละเมิดสิทธิ การแก้ปัญหาจึงต้องทำทั้งระบบ ตั้งแต่ตรวจจับและระงับรายการ เชื่อมข้อมูลให้ตรวจสอบได้รวดเร็วขึ้น ไปจนถึงติดตามเส้นทางการเงินและขยายผลถึงเครือข่ายที่อยู่เบื้องหลัง&rdquo; นางสาวลลิดา กล่าว</p>

<p>ปัจจุบัน กรมทรัพย์สินทางปัญญาใช้กลไกความร่วมมือภายใต้บันทึกความเข้าใจกับแพลตฟอร์มออนไลน์ รวมถึงมาตรการ Notice and Takedown ในการรับแจ้ง ตรวจสอบ และระงับรายการสินค้าที่เข้าข่ายละเมิดออกจากระบบ ขณะที่การเชื่อมโยงข้อมูลผ่าน API แบบ Real-Time และแนวทาง IP Verified จะเป็นกลไกที่จะพัฒนาต่อ โดยต้องกำหนดรายละเอียด หลักเกณฑ์ และแพลตฟอร์มที่เข้าร่วมให้ชัดเจนก่อนนำมาใช้</p>

<p>นางสาวลลิดา กล่าวเพิ่มเติมว่า ประชาชนและเจ้าของสิทธิที่พบการจำหน่ายสินค้าหรือเนื้อหาที่อาจเข้าข่ายละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่กองป้องปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา กรมทรัพย์สินทางปัญญา โทร. 0 2547 4702 สายด่วน 1368 หรือเว็บไซต์กรมทรัพย์สินทางปัญญา รวมถึงช่องทางรับแจ้งของแพลตฟอร์มที่มีความร่วมมือกับกรม ได้แก่ Shopee, Lazada, TikTok Shop, LINE และ Nex Gen Commerce</p>

<p>ทั้งนี้ ก่อนซื้อสินค้าทางออนไลน์ ประชาชนควรตรวจสอบชื่อร้านค้า รายละเอียดและราคาสินค้า รีวิว เงื่อนไขการคืนสินค้า และเก็บหลักฐานการซื้อขายทุกครั้ง ขณะเดียวกัน ไม่ควรสรุปว่าร้านค้าที่ไม่มีเครื่องหมาย IP Verified เป็นร้านค้าที่ผิดกฎหมาย เนื่องจากแนวทางรับรองดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการพัฒนาและกำหนดหลักเกณฑ์ก่อนนำมาใช้อย่างเป็นทางการ</p>

<p>ที่มา :&nbsp;<a href="https://www.thaigov.go.th/th/news/168562">https://www.thaigov.go.th/th/news/168562</a></p>
]]></description>
<enclosure url='https://queensirikit.prd.go.th/th/file/get/file/2026090655716eea23ecc024fcee8a26f357436b104318.jpeg' type='image/jpg' length='95868' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[รัฐบาลชวนประชาชนใช้สิทธิ “ไทยช่วยไทย พลัส” โค้งสุดท้าย ยอดใช้จ่ายทะลุ 1.38 แสนล้านบาท กระจายรายได้สู่ร้านค้ากว่า 1.19 ล้านราย]]></title>
<link>https://queensirikit.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/538894</link>
<guid isPermaLink="false">3bbedd7aa104be2f21c9add39b8321ef</guid>
<pubDate>Sat, 05 Sep 2026 20:19:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันนี้ (5 กันยายน 2569) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเชิญชวนประชาชนที่ได้รับสิทธิโครงการ &ldquo;ไทยช่วยไทย พลัส&rdquo; ใช้สิทธิในช่วงเดือนสุดท้ายของโครงการ เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน พร้อมกระจายรายได้สู่ร้านค้ารายย่อยและผู้ประกอบการทั่วประเทศ โดยข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 4 กันยายน 2569 เวลา 23.00 น. มียอดใช้จ่ายสะสมแล้ว 138,379.3 ล้านบาท มีประชาชนได้รับสิทธิ 26,040,623 ราย และร้านค้าที่ผ่านการตรวจสอบข้อมูลแล้ว 1,192,565 ราย</p>

<p>นางสาวลลิดา กล่าวว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ย้ำให้ประชาชนที่ได้รับสิทธิโครงการ &ldquo;ไทยช่วยไทย พลัส&rdquo; ใช้ประโยชน์จากมาตรการในช่วงเดือนสุดท้ายของโครงการ โดยโครงการในรูปแบบร่วมจ่าย 60/40 มีเป้าหมายช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพของประชาชน ควบคู่กับการกระตุ้นการใช้จ่ายและกระจายรายได้ไปยังร้านค้ารายย่อย ร้านอาหาร และผู้ประกอบการในชุมชนทั่วประเทศ</p>

<p>สำหรับยอดใช้จ่ายสะสม 138,379.3 ล้านบาท แบ่งเป็นส่วนที่รัฐบาลสนับสนุน 79,505.2 ล้านบาท โดยเป็นการใช้จ่ายผ่านร้านค้าทั่วไป 76,604.2 ล้านบาท และ Food Delivery 2,901.0 ล้านบาท ขณะที่ส่วนที่ประชาชนร่วมจ่ายมีจำนวน 58,874.1 ล้านบาท แบ่งเป็นการใช้จ่ายผ่านร้านค้าปกติ 56,618.5 ล้านบาท และ Food Delivery 2,255.6 ล้านบาท</p>

<p>เมื่อรวมการใช้จ่ายผ่าน Food Delivery ทั้งส่วนของรัฐบาลและประชาชน มีเงินหมุนเวียนผ่านช่องทางดังกล่าวแล้ว 5,156.6 ล้านบาท ขณะที่จำนวนร้านค้าที่ผ่านการตรวจสอบข้อมูลเข้าร่วมโครงการมีมากกว่า 1.19 ล้านราย ช่วยเพิ่มช่องทางการขายและสร้างรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการทั้งหน้าร้านและช่องทางออนไลน์</p>

<p>&ldquo;ขณะนี้โครงการเข้าสู่เดือนสุดท้ายแล้ว รัฐบาลขอเชิญชวนประชาชนที่ได้รับสิทธิและยังมีวงเงินคงเหลือ ตรวจสอบสิทธิและวางแผนใช้จ่ายภายในระยะเวลาที่กำหนด เพราะทุกการใช้จ่ายไม่เพียงช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน แต่ยังช่วยส่งต่อรายได้ไปยังร้านค้ารายย่อย ร้านอาหาร และผู้ประกอบการในชุมชน ทำให้เม็ดเงินหมุนเวียนต่อในระบบเศรษฐกิจและกระจายลงสู่พื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ&rdquo; นางสาวลลิดา กล่าว</p>

<p>รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลขอให้ประชาชนตรวจสอบวงเงินคงเหลือและเงื่อนไขการใช้สิทธิของตนเอง พร้อมใช้จ่ายกับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการตามความจำเป็นในช่วงเวลาที่เหลือ เพื่อให้ได้รับประโยชน์จากสิทธิอย่างเต็มที่ก่อนสิ้นสุดโครงการ ขณะเดียวกันยังเป็นการช่วยสนับสนุนร้านค้ารายย่อยและผู้ประกอบการให้มีรายได้เพิ่มขึ้นในช่วงโค้งสุดท้ายของมาตรการ</p>

<p>ที่มา :&nbsp;<a href="https://www.thaigov.go.th/th/news/168553">https://www.thaigov.go.th/th/news/168553</a></p>
]]></description>
<enclosure url='https://queensirikit.prd.go.th/th/file/get/file/20260905b8c73b94b1811747e0e006272a39a9bb201933.png' type='image/png' length='335768' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ปฏิรูประบบราชการถึงไหน! รัฐบาลแจงทำครบ“คน-งาน-เทคโนโลยี” ยึดหลัก “รัฐเล็กลง บริการดีขึ้น” เดินหน้าเกษียณก่อนกำหนด]]></title>
<link>https://queensirikit.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/538893</link>
<guid isPermaLink="false">8bd5fb9ed0139900273b8552cf1541aa</guid>
<pubDate>Sat, 05 Sep 2026 20:15:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันนี้ (5 กันยายน 2569) นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยความคืบหน้าการขับเคลื่อนนโยบายปฏิรูประบบราชการของรัฐบาล ภายใต้แนวคิด &ldquo;รัฐขนาดเล็ก คล่องตัว โปร่งใส&rdquo; ว่า ขณะนี้มาตรการเกษียณอายุก่อนกำหนดสำหรับข้าราชการพลเรือนสามัญมีความคืบหน้า โดยนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้หารือร่วมกับสำนักงาน ก.พ. สำนักงบประมาณ และกรมบัญชีกลาง และเห็นชอบหลักการสำคัญแล้ว พร้อมมอบหมายสำนักงาน ก.พ. เร่งจัดทำรายละเอียด หลักเกณฑ์ และเงื่อนไข เพื่อเสนอคณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ (คปร.) ก่อนนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป</p>

<p>อย่างไรก็ตาม การปฏิรูประบบราชการของรัฐบาลไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะมาตรการเกษียณก่อนกำหนด แต่กำลังดำเนินการควบคู่กันใน 3 ด้านสำคัญ ได้แก่ 1) ปรับกำลังคน 2) ปรับกระบวนงาน และ 3) ปรับวิธีทำงานด้วยเทคโนโลยี เพื่อให้โครงสร้างภาครัฐมีขนาดเหมาะสมกับภารกิจ ขณะที่ประสิทธิภาพการให้บริการประชาชนต้องดีขึ้น</p>

<p><strong>ส่วนที่ 1 ปรับกำลังคน &ndash; เกษียณก่อนกำหนดควบคู่ตรึงอัตรา</strong></p>

<p>สำหรับมาตรการเกษียณอายุก่อนกำหนด กลุ่มเป้าหมายแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ 1) ผู้มีอายุ 50 ปีขึ้นไป หรือมีอายุราชการ 25 ปีขึ้นไป และ 2) ผู้มีอายุ 40&ndash;49 ปี ซึ่งมีอายุราชการตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป โดยเห็นชอบหลักการกำหนดเงินก้อนสูงสุดของทั้งสองกลุ่มในอัตราเท่ากัน ไม่เกิน 12 เท่า พร้อมเงื่อนไขไม่กลับเข้ารับราชการหรือเป็นพนักงานประจำของหน่วยงานภาครัฐอีก</p>

<p>ขณะเดียวกัน รัฐบาลได้วางกรอบบริหารจัดการกำลังคนภาครัฐโดยควบคุมและตรึงอัตรากำลัง รวมถึงบริหารอัตราว่างและอัตราที่เกิดจากการเกษียณอย่างเข้มงวด เพื่อไม่ให้จำนวนบุคลากรและภาระค่าใช้จ่ายภาครัฐเพิ่มขึ้นโดยไม่จำเป็น</p>

<p>นางสาวรัชดากล่าวว่า แนวทางดังกล่าวไม่ได้มีเป้าหมาย &ldquo;ลดข้าราชการแบบเหมาเข่ง&rdquo; แต่เป็นการใช้โอกาสจากการเปลี่ยนแปลงกำลังคนมาปรับโครงสร้างให้สอดคล้องกับภารกิจของรัฐในอนาคต ลดตำแหน่งหรืองานที่มีความจำเป็นน้อยลง และรักษากำลังคนไว้ในภารกิจที่ประชาชนยังต้องการบริการจากภาครัฐ</p>

<p><strong>ส่วนที่ 2 ปรับกระบวนงาน ลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็นต้องลดตาม</strong></p>

<p>ปรับปรุงกระบวนงานภาครัฐควบคู่กับการปรับกำลังคน โดยได้ผลักดัน พระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ. 2569 ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 4 มกราคม 2570 โดยขณะนี้หน่วยงานของรัฐอยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมและทบทวนกระบวนงานต่าง ๆ ทั้งนี้ เป็นกลไกสำคัญในการทบทวนกระบวนการอนุมัติ อนุญาต และการให้บริการของหน่วยงานรัฐ ให้เหลือขั้นตอนเท่าที่จำเป็น ลดการเรียกเอกสารและข้อมูลซ้ำซ้อน ลดภาระประชาชนในการติดต่อราชการ และลดการทุจริต</p>

<p><strong>ส่วนที่ 3 ปรับวิธีทำงานด้วยเทคโนโลยี</strong></p>

<p>หน่วยงานภาครัฐนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาทดแทนงานประจำที่ทำซ้ำ เชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงาน ลดการขอเอกสารจากประชาชนในสิ่งที่ภาครัฐมีข้อมูลอยู่แล้ว พร้อมเปิดทางให้ใช้บุคลากรภายนอกที่มีทักษะเฉพาะสนับสนุนงาน Digital Transformation แทนการเพิ่มอัตรากำลังประจำ</p>

<p>&ldquo;การปฏิรูประบบราชการครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องมาตรการเกษียณก่อนกำหนดเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการปรับคน งาน และเทคโนโลยีไปพร้อมกัน เป้าหมายคือทำให้รัฐมีขนาดเหมาะสมและคล่องตัวขึ้น โดยประชาชนต้องไม่เป็นผู้แบกรับภาระจากการลดขนาดรัฐ ตรงกันข้าม ประชาชนต้องได้รับบริการที่ง่ายขึ้น เร็วขึ้น ขั้นตอนน้อยลง เงินภาษีถูกใช้อย่างคุ้มค่ามากขึ้น และระบบราชการมีความโปร่งใสตรวจสอบได้มากขึ้น&rdquo; นางสาวรัชดา กล่าว</p>

<p>ที่มา :&nbsp;<a href="https://www.thaigov.go.th/th/news/168552">https://www.thaigov.go.th/th/news/168552</a></p>
]]></description>
<enclosure url='https://queensirikit.prd.go.th/th/file/get/file/202609050583d94529c39dccf6b48c4c393d77e7201516.jpg' type='image/jpg' length='96432' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[นายกฯ เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ยกระดับ รพ.ดำเนินสะดวก สู่ "รพ.สมเด็จพระสังฆราช" ขยายการดูแลสุขภาพประชาชน]]></title>
<link>https://queensirikit.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/538892</link>
<guid isPermaLink="false">a7b27e4a5bf866f9d82d3ee681d7d3cb</guid>
<pubDate>Sat, 05 Sep 2026 20:07:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันนี้ (5 ก.ย.69) เวลา 09.30 น. สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงเป็นประธานในพิธีเจริญพระพุทธมนต์และทรงวางศิลาฤกษ์ &quot;อาคารฉลองสตวัสส์&quot; สำหรับตรวจรักษาและส่งเสริมสุขภาพระดับปฐมภูมิ และ &quot;อาคารพิพรรธน์ศตพรรษ์&quot; สำหรับฟื้นฟูสภาพ ในโครงการก่อสร้างอาคารตรวจรักษาและส่งเสริมสุขภาพ และอาคารฟื้นฟูสภาพ รพ.สมเด็จพระสังฆราช (อมฺพรมหาเถร) ต.ท่านัด อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี โดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานฝ่ายฆราวาส</p>

<p>โครงการนี้ สืบเนื่องจาก สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงประทานพระอนุญาตให้กระทรวงสาธารณสุขเชิญพระนามเป็นชื่อ รพ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี ว่า &ldquo;โรงพยาบาลสมเด็จพระสังฆราช (อมฺพรมหาเถร)&rdquo; เพื่อเฉลิมพระเกียรติเนื่องในมงคลสมัยที่ทรงเจริญพระชนมายุ 100 พรรษาในปี พ.ศ. 2570 มีเป้าหมายเพื่อ ขยายขีดความสามารถในการดูแลรักษาพระภิกษุสงฆ์ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง และประชาชนในพื้นที่ ให้เข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่มีคุณภาพได้อย่างเท่าเทียมและทั่วถึง</p>
]]></description>
<enclosure url='https://queensirikit.prd.go.th/th/file/get/file/20260905b03d53e627bc4fef5dd068176826e4d2200724.jpg' type='image/jpg' length='50714' />
</item>
</channel>
</rss>
