<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[ทันข่าว]]></title>
<link>https://queensirikit.prd.go.th/th/content/category/index/id/33</link>
<atom:link href="https://queensirikit.prd.go.th/th/content/category/index/id/33" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[ดีอี หารือ รองผู้ว่าฯ อยุธยา เดินหน้าผลักดันการใช้งานระบบ e-Office ภายใต้ GDC]]></title>
<link>https://queensirikit.prd.go.th/th/content/category/detail/id/33/iid/509730</link>
<guid isPermaLink="false">d08fc8296a68a2afdd5bb94867d69dbd</guid>
<pubDate>Fri, 05 Jun 2026 14:42:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>ดีอี หารือ รองผู้ว่าฯ อยุธยา เดินหน้าผลักดันการใช้งานระบบ e-Office ภายใต้ GDCC</p>

<p>วันที่ 5 มิถุนายน 2569 นางสาวพิยะดา สุดกังวาล ที่ปรึกษาด้านการสื่อสาร กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วย นางธิรดา ชัยเดชอัครกุล สถิติจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และเจ้าหน้าที่กองงานดิจิทัลจังหวัด ร่วมหารือแนวทางการเตรียมความพร้อมและเชื่อมโยงระบบ e-Office ภายใต้ GDCC กับ นายวรวิทย์ ยอแสง รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ณ ห้องประชุมมงคลบพิตร 1 ศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา</p>

<p>ทั้งนี้ ที่ปรึกษาด้านการสื่อสาร ได้ชี้แจงและเชิญชวนหน่วยงานราชการในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาให้มาใช้งานระบบ e-Office ภายใต้ GDCC เนื่องจากเป็นบริการในรูปแบบซอฟต์แวร์บริการ (SaaS) บน GDCC ที่สนับสนุนให้หน่วยงานรัฐทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคสามารถใช้งานได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งจะช่วยยกระดับการการดำเนินงานด้านเอกสารรูปแบบไร้กระดาษ (Paperless) รองรับการทำงานนอกสถานที่ (Work From Anywhere) ทำให้สามารถเสนอและลงนามเอกสารได้ทุกที่ ทุกเวลา สอดรับกับข้อสั่งการนายกรัฐมนตรีที่ให้หน่วยงานราชการ ดำเนินมาตรการ Work From Home เนื่องจากสถานการณ์ขาดแคลนพลังงานในปัจจุบัน รวมถึงเพิ่มความรวดเร็วในการปฏิบัติราชการ ช่วยให้การบริการประชาชนมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น</p>

<p>#DE&nbsp;<br />
#ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม&nbsp;<br />
#กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม<br />
#eOffice #GDCC</p>
]]></description>
<enclosure url='https://queensirikit.prd.go.th/th/file/get/file/20260605ff04b5615344c65f83c9d2a2cf46b8d5144238.jpg' type='image/jpg' length='376563' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ดีอี ร่วม พิธีเปิดงาน วันรณรงค์ต่อต้านการค้ามนุษย์ 2569]]></title>
<link>https://queensirikit.prd.go.th/th/content/category/detail/id/33/iid/509729</link>
<guid isPermaLink="false">96c200f206d70a8160f99885b8960daa</guid>
<pubDate>Fri, 05 Jun 2026 14:41:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันที่ 5 มิถุนายน 2569 ว่าที่ ร.ต.ธนะสิทธิ์ เอี่ยมอนันชัย รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เข้าร่วมพิธีเปิดงาน วันรณรงค์ต่อต้านการค้ามนุษย์ ประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิด &quot;Together We Can Stop Human Trafficking&quot; ร่วมเป็นพลังสำคัญในการสร้างสังคมที่ปลอดภัย ไม่เพิกเฉยต่อการแสวงหาประโยชน์จากมนุษย์ในทุกรูปแบบ เพราะ &ldquo;การค้ามนุษย์&rdquo; เป็นเรื่องใกล้ตัวกว่าที่คิด โดยมี นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธานเปิดงาน ณ ลานอเนกประสงค์ อาคารบี ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ</p>
]]></description>
<enclosure url='https://queensirikit.prd.go.th/th/file/get/file/202606050ea49b8089e52335e58eec498f147b8b144148.jpg' type='image/jpg' length='343551' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[“สรรเพชญ” ลงพื้นที่ท่าเรือแหลมฉบัง ติดตามเฟส 3 - วาง Buffer Zone แก้จราจร กทท. รายงานงานก่อสร้างทางทะเลคืบหน้ากว่า 95% เร่งสรุปแนวทางส่งมอบพื้นที่ เดินหน้าโครงสร้างพื้นฐาน รองรับโลจิสติกส์ระยะยาว ยึดประโยชน์รัฐเป็นหลัก]]></title>
<link>https://queensirikit.prd.go.th/th/content/category/detail/id/33/iid/509728</link>
<guid isPermaLink="false">b0c24a4cfbaf83b6beb1e42d0a177bac</guid>
<pubDate>Fri, 05 Jun 2026 14:40:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2569 นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม และนายปัญญา ชูพานิช รองปลัดกระทรวงคมนาคม หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านการขนส่ง ลงพื้นที่ท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี เพื่อตรวจติดตามการดำเนินงานและมอบนโยบายแก่การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) โดยมีนายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ว่าที่ร้อยตรี รัฐกร เขียวไพศาล รองผู้อำนวยการ กทท. สายบริหารการเงินและกลยุทธ์องค์กร รักษาการแทนผู้อำนวยการ กทท. พร้อมคณะผู้บริหาร กทท. ให้การต้อนรับและรายงานความคืบหน้าการดำเนินงานสำคัญของท่าเรือแหลมฉบัง โดยเฉพาะโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ซึ่งเป็นโครงการโครงสร้างพื้นฐานหลักด้านโลจิสติกส์ของประเทศ</p>

<p>นายสรรเพชญฯ กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการติดตามงานต่อเนื่องจากการมอบนโยบายให้ กทท. เมื่อวันที่ 30 เมษายนที่ผ่านมา โดยต้องการรับฟังข้อมูลความคืบหน้า ปัญหา และอุปสรรคของท่าเรือแหลมฉบังจากผู้ปฏิบัติงานโดยตรง เนื่องจากท่าเรือแหลมฉบังเป็นประตูเศรษฐกิจสำคัญของประเทศ และเป็นจุดเชื่อมโยงระบบขนส่งและโลจิสติกส์ไทยสู่สากล โดยเฉพาะโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ซึ่งยังมีประเด็นที่ต้องเร่งพิจารณาให้ได้ข้อยุติโดยเร็ว พร้อมกำชับให้ กทท. เดินหน้าโครงการให้ชัดเจนในทุกประเด็น ทั้งด้านพื้นที่ เทคนิค สัญญา และการทำงานกับคู่สัญญา โดยต้องดำเนินการอย่างรวดเร็ว ถูกต้อง โปร่งใส และไม่ให้รัฐเสียประโยชน์</p>

<p>ด้านว่าที่ร้อยตรี รัฐกรฯ ได้รายงานความคืบหน้าโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3โดยภาพรวมงานก่อสร้างทางทะเล ณ วันที่ 29 พฤษภาคม 2569 มีความคืบหน้าประมาณ 95.57% ส่วนงานก่อสร้างระบบสาธารณูปโภคมีความคืบหน้าประมาณ 19.82% และอยู่ระหว่างดำเนินการตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขแบบและสัญญา ซึ่งต้องเสนอให้คณะกรรมการ กทท. พิจารณาตามอำนาจหน้าที่ ทั้งนี้ กทท. ได้ติดตามงานอย่างใกล้ชิด พร้อมเตรียมแผนเร่งรัดในส่วนที่สามารถดำเนินการได้ เพื่อให้โครงการเดินหน้าต่อเนื่อง</p>

<p>สำหรับความคืบหน้าหลังการมอบนโยบายเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2569 คณะทำงานฯ ได้ประชุมหารือร่วมกับบริษัท จีพีซี อินเตอร์เนชั่นแนล เทอร์มินอล จำกัด อย่างต่อเนื่อง เพื่อกำหนดแนวทางการส่งมอบพื้นที่โครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ในส่วนของท่าเทียบเรือ F และระบบสาธารณูปโภคที่ใช้ร่วมกัน โดยบริษัท จีพีซีฯ ได้ชี้แจงข้อมูล ข้อเสนอทางเทคนิค ประมาณการด้านราคา และผลกระทบที่เกี่ยวข้อง ขณะที่ กทท. ได้รวบรวมข้อมูลและข้อเท็จจริงจากทุกฝ่าย พร้อมประสานผู้รับจ้างออกแบบเพื่อขอข้อมูลเชิงวิศวกรรมเพิ่มเติมสำหรับใช้ประกอบการพิจารณาในประเด็นพื้นที่ F1 และ F2 โดยเฉพาะข้อกำหนดด้านคุณภาพงานถมทะเลตามสัญญา รวมถึงเตรียมขอความเห็นทางวิชาการจากวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาก่อนกำหนดแนวทางดำเนินการในขั้นตอนต่อไป</p>

<p>ทั้งนี้ กทท. อยู่ระหว่างเร่งรัดการพิจารณาเพื่อให้การส่งมอบพื้นที่ได้ข้อยุติโดยเร็วและไม่ส่งผลกระทบต่อแผนการดำเนินโครงการในภาพรวม โดยจะนำความเห็น ข้อเสนอแนะ และข้อมูลทางวิชาการจาก วสท. มาใช้ประกอบการพิจารณาร่วมกับข้อมูลด้านเทคนิคและข้อเท็จจริงที่ได้รับจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก่อนนำไปหารือร่วมกับบริษัท จีพีซีฯ อีกครั้ง เพื่อกำหนดแนวทางที่เหมาะสมและสามารถปฏิบัติได้จริง สำหรับประเด็นข้อเรียกร้องของคู่สัญญาอยู่ระหว่างการพิจารณาของฝ่ายกฎหมาย กทท. ท่าเรือแหลมฉบัง และที่ปรึกษากฎหมาย เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างครบถ้วน โปร่งใส ตรวจสอบได้ และเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย &nbsp;คาดว่าการเปิดให้บริการท่าเทียบเรือ F1 จะอยู่ภายในปี 2574</p>

<p>นายสรรเพชญฯ ได้กำชับให้ กทท. บริหารโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 อย่างรอบคอบและเป็นระบบ โดยเร่งเดินหน้างานส่วนที่สามารถดำเนินการได้ทันที ควบคู่กับการหาข้อยุติในประเด็นที่ยังอยู่ระหว่างพิจารณา เพื่อให้โครงการเดินหน้าตามเป้าหมาย โปร่งใส ตรวจสอบได้ และรักษาประโยชน์ของรัฐ</p>

<p>นอกจากนี้ ยังได้มอบนโยบายมาตรการเร่งรัดปี 2569 เพื่อยกระดับมาตรฐานท่าเรือแหลมฉบัง โดยให้ กทท. บริหารพื้นที่ Buffer Zone กว่า 127 ไร่ เป็นลานพักรถบรรทุกก่อนเข้าสู่ท่าเทียบเรือ เพื่อลดแถวคอยบนถนนสายหลัก กำชับท่าเทียบเรือคู่สัญญารักษามาตรฐานการระบายรถผ่าน Sub Gate ไม่น้อยกว่า 50 คันต่อชั่วโมง และใช้พื้นที่ SRTO รองรับตู้สินค้าขาออก เพื่อลดความแออัดในลานเอกชน พร้อมให้คณะทำงานแก้ไขปัญหาจราจรบูรณาการเจ้าหน้าที่ ผู้ประกอบการ กรมศุลกากร ทล. ทช. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และตำรวจ ตลอด 24 ชั่วโมง ควบคู่กับการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาบริหารจราจรและคิวรถอย่างเป็นระบบ</p>

<p>ในระยะยาวให้เร่งจัดทำ Master Plan พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ปรับโครงสร้างอัตราค่าภาระ ลดตู้สินค้าคงค้าง เร่งรัดโครงการท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 เพิ่มสัดส่วนขนส่งทางรางระหว่างไอซีดีลาดกระบัง&ndash;ท่าเรือแหลมฉบังให้ได้อย่างน้อยร้อยละ 50 และส่งเสริมการขนส่งทางน้ำภายในประเทศ เพื่อลดความแออัดการจราจร ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวจะช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการขนส่ง สนับสนุนบทบาทท่าเรือแหลมฉบังในฐานะประตูการค้าหลักของประเทศและเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานกับระบบโลจิสติกส์ไทยให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น รองรับการค้า การลงทุน และการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในระยะยาว</p>
]]></description>
<enclosure url='https://queensirikit.prd.go.th/th/file/get/file/20260605a394ddbe951380cda67c804f007da4bb144045.jpg' type='image/jpg' length='163606' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ศธ. ปักหมุดโคราช โมเดลต้นแบบ “เรียนรู้ตลอดชีวิต” เดินหน้าสร้างโอกาสทางการศึกษาใกล้บ้าน ใกล้ชุมชน]]></title>
<link>https://queensirikit.prd.go.th/th/content/category/detail/id/33/iid/509658</link>
<guid isPermaLink="false">b21ed4bf449ef17a8a2c62ecbb3425bb</guid>
<pubDate>Fri, 05 Jun 2026 12:22:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h3><strong>นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยนายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ข้าราชการการเมือง และผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการ พบปะผู้บริหารสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.)</strong></h3>

<p>&nbsp;</p>

<p>วันนี้ (5&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2569)&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น. นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยนายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ข้าราชการการเมือง และผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการ พบปะผู้บริหารสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ทั้ง&nbsp;32&nbsp;อำเภอ ณ ห้องประชุม&nbsp;B2102&nbsp;อาคารเรียนรวม&nbsp;1&nbsp;มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.)</p>

<p>นายประเสริฐ กล่าวว่า สกร. เป็นกลไกสำคัญของกระทรวงศึกษาธิการในการสร้างโอกาสทางการศึกษาให้กับประชาชนทุกช่วงวัย โดยเฉพาะผู้ที่พลาดโอกาสจากระบบการศึกษาปกติ ผู้สูงอายุ ผู้ใช้แรงงาน ผู้พิการ และกลุ่มเปราะบางในชุมชน ผ่านการทำงานเชิงรุกที่เข้าถึงประชาชนในทุกพื้นที่</p>

<p>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้เน้นย้ำ&nbsp;5&nbsp;นโยบายสำคัญของกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมมอบแนวทางให้ สกร. ขับเคลื่อนงานอย่างใกล้ชิดกับชุมชน ภาคประชาสังคม องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคเอกชน เพื่อร่วมกันค้นหาและดึงเด็กและเยาวชนที่หลุดออกจากระบบการศึกษาให้กลับเข้าสู่กระบวนการเรียนรู้อีกครั้ง รวมถึงพัฒนาทักษะอาชีพ ทักษะดิจิทัล และทักษะที่สอดคล้องกับโลกการทำงานยุคใหม่</p>

<p>&ldquo;สกร. ไม่ใช่เพียงหน่วยงานจัดการศึกษา แต่เป็นหน่วยงานสร้างโอกาสให้คนไทยได้เรียนรู้ตลอดชีวิต โดยต้องลงไปทำงานเคียงข้างชุมชน รับฟังความต้องการของประชาชน และออกแบบการเรียนรู้ที่ตอบโจทย์ชีวิตจริง เพื่อให้ทุกคนสามารถพัฒนาตนเอง มีอาชีพ มีรายได้ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น&rdquo; นายประเสริฐ กล่าว</p>

<p>ทั้งนี้ ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมายังมีเด็กและเยาวชนที่หลุดออกนอกระบบการศึกษากว่า&nbsp;16,000&nbsp;คน ซึ่ง สกร. จะเป็นกำลังสำคัญในการประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อติดตาม ช่วยเหลือ และสร้างทางเลือกทางการศึกษาให้เข้าถึงผู้เรียนแต่ละกลุ่มได้อย่างเหมาะสม</p>

<p>นอกจากนี้ ยังมีแนวทางพัฒนาศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาและห้องสมุดประชาชนให้เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ของชุมชน รองรับการเรียนรู้ตลอดชีวิตของประชาชนทุกวัย และเป็นพื้นที่สร้างแรงบันดาลใจในการพัฒนาตนเองในยุคดิจิทัล</p>

<p>ด้านนายอัครนันท์ กล่าวว่า กระทรวงศึกษาธิการให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ของประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะการพัฒนาห้องสมุดประชาชน ศูนย์การเรียนรู้ และหลักสูตรวิชาชีพที่สามารถนำไปต่อยอดสร้างรายได้ได้จริง พร้อมผลักดันการนำเทคโนโลยีและ&nbsp;AI&nbsp;มาเป็นเครื่องมือในการเรียนรู้และพัฒนาทักษะอาชีพ</p>

<p>พร้อมกันนี้ ยังเตรียมนำร่องโครงการ &ldquo;1&nbsp;ปี&nbsp;1&nbsp;วุฒิ&rdquo; สำหรับทหารกองประจำการ พระภิกษุสงฆ์ และผู้ต้องขังในจังหวัดนครราชสีมา รวมถึงผลักดันจังหวัดนครราชสีมาเป็นพื้นที่ต้นแบบ (Sandbox)&nbsp;ด้านการศึกษาตลอดชีวิต โดยบูรณาการความร่วมมือจากทุกหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อสร้างระบบการเรียนรู้ที่เข้าถึงประชาชนทุกกลุ่มอย่างแท้จริง</p>

<p>การขับเคลื่อนงานของ สกร. ในครั้งนี้ สะท้อนเป้าหมายสำคัญของกระทรวงศึกษาธิการในการทำให้ &ldquo;การศึกษาเป็นโอกาสของทุกคน&rdquo; ผ่านการทำงานเชิงรุก ลงพื้นที่ เข้าถึงประชาชน และสร้างการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงกับชีวิตจริง เพื่อให้คนไทยสามารถเรียนรู้ พัฒนา และเติบโตได้ตลอดชีวิต</p>

<p>ข้อมูลจาก&nbsp;<a href="https://www.thaigov.go.th/th/news/164818">https://www.thaigov.go.th/th/news/164818</a></p>
]]></description>
<enclosure url='https://queensirikit.prd.go.th/th/file/get/file/20260605c40b8243428b578ac3af0fe0cc2fa885122335.jpg' type='image/jpg' length='104230' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ดีอี ยันข่าวจริง “ ไทยช่วยไทยพลัส ไม่ส่งข้อมูลรายได้จาก “แอปถุงเงิน” ให้กรมสรรพากรเก็บภาษีย้อนหลัง” ขอ ปชช. เลือกเชื่อ - แชร์ ข้อมูลทางการเท่านั้น]]></title>
<link>https://queensirikit.prd.go.th/th/content/category/detail/id/33/iid/509657</link>
<guid isPermaLink="false">db8043dddeb06fbdfc3b01d2761a78be</guid>
<pubDate>Fri, 05 Jun 2026 12:21:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน</p>

<p>ทั้งนี้ ในวันที่ 3 มิถุนายน 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 130,460 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 2,054 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 2,041 ข้อความ ตามมาด้วยช่องทาง Line Official 13 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 17 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 10 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็น ข่าวจริง 2 เรื่อง ข่าวปลอม 4 เรื่อง และข่าวบิดเบือน 1 เรื่อง ได้แก่</p>

<p>อันดับที่ 1 ข่าวปลอม เรื่อง ด่านชายแดนไทย - กัมพูชา เข้า/ออกง่าย พร้อมรถบริการทุกอย่าง</p>

<p>อันดับที่ 2 ข่าวปลอม เรื่อง กองทัพภาคที่ 1 ปล่อยกัมพูชารุกล้ำเขตแดน เพื่อขุดทับทิมสยามขาย</p>

<p>อันดับที่ 3 ข่าวจริง เรื่อง โครงการไทยช่วยไทยพลัส ไม่ส่งข้อมูลรายได้จากแอปถุงเงิน ให้กรมสรรพากรเก็บภาษีย้อนหลัง</p>

<p>อันดับที่ 4 ข่าวปลอม เรื่อง วิตามินดีจากอาหารเสริม ไม่สามารถทดแทนวิตามินดีจากแสงแดดได้</p>

<p>อันดับที่ 5 ข่าวบิดเบือน เอกสาร รฟท. งดเดินรถเชิงสังคม 30 ขบวนทั่วประเทศ เริ่มตั้งแต่ 1 มิ.ย.</p>

<p>อันดับที่ 6 ข่าวจริง เรื่อง พบผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สะสมกว่า 1.7 แสนคน เสียชีวิตแล้ว 16 ราย<br />
อันดับที่ 7 ข่าวปลอม เรื่อง ตร.ไทยแต่งตัวเป็นแดนเซอร์ บุกจับเอเย่นต์ยา</p>

<p>สำหรับข่าวที่น่าสนใจ คือ &ldquo;โครงการไทยช่วยไทยพลัส ไม่ส่งข้อมูลรายได้จากแอปถุงเงิน ให้กรมสรรพากรเก็บภาษีย้อนหลัง&rdquo; กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับ สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี พบว่าเป็น &ldquo;ข่าวจริง&rdquo; โดยรัฐบาลยืนยันว่า ข้อมูลยอดขายในแอปถุงเงิน จะไม่ถูกส่งไปให้กรมสรรพากร เพื่อนำมาคิดภาษีย้อนหลังแบบเฉพาะเจาะจงอย่างแน่นอน ซึ่งหากร้านค้ามีรายได้จากการขายสินค้าถึงเกณฑ์ขั้นต่ำที่กรมสรรพากรกำหนด คือ ยอดขายรวมทุกช่องทาง ไม่ใช่แค่เฉพาะยอดจากโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 ก็มีหน้าที่ต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปี</p>

<p>ทั้งนี้ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัส ส่วนใหญ่เป็นร้านค้ารายเล็กถึงรายย่อย ซึ่งมักจะมีรายได้ตลอดทั้งปี ไม่ถึง 1.8 ล้านบาท จึงไม่เข้าเกณฑ์ที่น่าจะต้องกังวลเรื่องภาระภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) แต่อย่างใด</p>

<p>ขณะเดียวกัน เกณฑ์การเสียภาษีจะดูรายได้เฉลี่ยทั้งปีเป็นหลัก ไม่ใช่แค่ช่วงที่เข้าร่วมโครงการฯ และมียอดขายพุ่งสูงขึ้นชั่วคราว ขอให้ร้านค้าอย่ากังวล อย่าหลงเชื่อข่าวเท็จที่มีการพูดกันปากต่อปาก</p>

<p>อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง &nbsp;โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด</p>

<p>หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่<br />
| เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com<br />
| Line ID: @antifakenewscenter<br />
| Facebook : Anti-Fake News Center Thailand<br />
| X : @AFNCThailand<br />
| TikTok : @antifakenewscenter<br />
| IG : afnc_thailand/<br />
-------------------------------------------------------------------------</p>

<p>ข้อมูลจาก&nbsp;<a href="https://www.thaigov.go.th/th/news/164820">https://www.thaigov.go.th/th/news/164820</a></p>
]]></description>
<enclosure url='https://queensirikit.prd.go.th/th/file/get/file/20260605d279670cabfdfb16a0454d33d57b8e01122212.jpg' type='image/jpg' length='209527' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ดีอี แจงข่าวจริง “เพิ่มวันหยุดราชการพิเศษ 16 ต.ค. 69 เฉพาะพื้นที่ กทม.” รับจัดประชุมธนาคารโลก]]></title>
<link>https://queensirikit.prd.go.th/th/content/category/detail/id/33/iid/509346</link>
<guid isPermaLink="false">0710695ceeda13f32eeddeaadbc1bf1d</guid>
<pubDate>Thu, 04 Jun 2026 14:27:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน</p>

<p>ทั้งนี้ ในวันที่ 2 มิถุนายน 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 160,658 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 2,733 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 2,728 ข้อความ ตามมาด้วยช่องทาง Line Official 5 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 23 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 9 เรื่องในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็น ข่าวจริง 2 เรื่อง ข่าวปลอม 2 เรื่อง และข่าวบิดเบือน 3 เรื่อง ได้แก่</p>

<p>อันดับที่ 1 ข่าวจริง เรื่อง เพิ่มวันหยุดราชการพิเศษ วันที่ 16 ต.ค. 69 เฉพาะในพื้นที่ กทม.</p>

<p>อันดับที่ 2 ข่าวปลอม เรื่อง มันแกวมีวิตามินสูงกว่าแอปเปิล 400 เท่า</p>

<p>อันดับที่ 3 ข่าวบิดเบือน เรื่อง ซุปกระดูกเป็นสุดยอดอาหารฟื้นฟูร่างกาย</p>

<p>อันดับที่ 4 ข่าวปลอม เรื่อง รอยเลื่อนศรีสวัสดิ์ กาญจนบุรีห่างกทม. 200 กม. สะสมพลัง 100 ปี พร้อมปล่อยพลัง 7.0 ริกเตอร์</p>

<p>อันดับที่ 5 ข่าวบิดเบือน เรื่อง กัมพูชาขุดพลอยในดินไทยจนคลองเปลี่ยนเส้นทาง</p>

<p>อันดับที่ 6 ข่าวจริง เรื่อง ใช้ไทยช่วยไทยพลัส ชำระค่าโดยสาร รถไฟฟ้า BTS ได้</p>

<p>อันดับที่ 7 ข่าวบิดเบือน เรื่อง ไทยพบยอดติดเชื้อโควิด เดือนพฤษภาคม 2569 พุ่งถึง 10,000 กว่าราย</p>

<p>สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวจริง เรื่อง &ldquo;เพิ่มวันหยุดราชการพิเศษ วันที่ 16 ต.ค. 69 เฉพาะในพื้นที่ กทม.&rdquo; กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี สำนักนายกรัฐมนตรี ยืนยันเป็น &ldquo;ข่าวจริง&rdquo; โดยมาจากมติคณะรัฐมนตรี เรื่อง &ldquo;การเตรียมการสำหรับการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ปี 2569 ในส่วนของการแต่งตั้งคณะกรรมการระดับชาติ การกำหนดวันหยุดราชการเป็นกรณีพิเศษ และการรับเงินค่าเช่าห้อง&rdquo; ซึ่งคณะรัฐมนตรีอนุมัติให้วันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม 2569 เป็นวันหยุดราชการเป็นกรณีพิเศษในพื้นที่กรุงเทพมหานคร</p>

<p>นอกจากนี้ยังเห็นชอบให้หน่วยงานราชการในพื้นที่กรุงเทพมหานครปฏิบัติงานนอกสถานที่ตั้ง (Work from Home) ในวันจันทร์ที่ 12 ตุลาคม 2569 และในช่วงระหว่างวันพุธที่ 14 ตุลาคม 2569 และวันพฤหัสบดีที่ 15 ตุลาคม 2569 เพื่อบรรเทาปัญหาด้านการจราจร และอำนวยความสะดวกในการเดินทางของผู้เข้าร่วมการประชุม รวมทั้งเพื่อให้การอารักขาและการรักษาความปลอดภัยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และผู้ว่าการธนาคารกลางของประเทศสมาชิกเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพสูงสุด</p>

<p>อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง &nbsp;โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด</p>

<p>หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่<br />
| เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com<br />
| Line ID: @antifakenewscenter<br />
| Facebook : Anti-Fake News Center Thailand<br />
| X : @AFNCThailand<br />
| TikTok : @antifakenewscenter<br />
| IG : afnc_thailand/<br />
--------------------------------------------------------------------------</p>

<p>ข้อมูลจาก&nbsp;<a href="https://www.thaigov.go.th/th/news/164784">https://www.thaigov.go.th/th/news/164784</a></p>
]]></description>
<enclosure url='https://queensirikit.prd.go.th/th/file/get/file/202606042925f1aed4fa5a45b7ffb8395464692f143339.jpg' type='image/jpg' length='204296' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ดีอี หารือแก้กฎหมายสกัดอาชญากรรมออนไลน์กำกับแพลตฟอร์มดิจิทัล]]></title>
<link>https://queensirikit.prd.go.th/th/content/category/detail/id/33/iid/509280</link>
<guid isPermaLink="false">0f4fda0c4fe7e50484cdfe65e0584fbb</guid>
<pubDate>Thu, 04 Jun 2026 12:33:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันที่ 4 มิถุนายน 2569 นางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมหารือการแก้ไขกฎหมาย พ.ร.ก.มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ กฎหมายกำกับแพลตฟอร์มดิจิทัล โดยมี ดร.ชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) พร้อมด้วยผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 1001 ชั้น 10 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม</p>

<p>ข้อมูลจาก&nbsp;<a href="https://www.thaigov.go.th/th/news/164773">https://www.thaigov.go.th/th/news/164773</a></p>
]]></description>
<enclosure url='https://queensirikit.prd.go.th/th/file/get/file/20260604443172656755867c247badc02dfc3ac1123356.jpg' type='image/jpg' length='404469' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[“กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา” หนุนศึก VNL 2026 ดัน Sports Tourism สร้างรายได้กว่า 2,000 ล้านบาท]]></title>
<link>https://queensirikit.prd.go.th/th/content/category/detail/id/33/iid/509229</link>
<guid isPermaLink="false">4a79976e63997875e3fd862e7e758852</guid>
<pubDate>Thu, 04 Jun 2026 10:40:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เดินหน้าสนับสนุนการแข่งขันวอลเลย์บอลหญิงเนชันส์ ลีก 2026 (Volleyball Nations League 2026 : VNL 2026) เพื่อยกระดับประเทศไทยสู่ศูนย์กลางการจัดการแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติ พร้อมผลักดัน &ldquo;Sports Tourism&rdquo; สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและภาพลักษณ์ประเทศในเวทีโลก</p>

<p>นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า การแข่งขัน VNL 2026 ซึ่งเริ่มสนามแรกวันนี้ (3 มิถุนายน 2569) ณ เมืองหนานจิง สาธารณรัฐประชาชนจีน ถือเป็นมหกรรมกีฬาระดับโลกที่ได้รับความนิยมอย่างสูง และสะท้อนศักยภาพของประเทศไทยในการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬานานาชาติ ทั้งด้านสนามแข่งขัน ระบบบริหารจัดการ และการต้อนรับนักกีฬาและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก</p>

<p>&ldquo;รัฐบาลให้ความสำคัญกับการใช้กีฬาเป็น Soft Power เพื่อสร้างรายได้ กระตุ้นการท่องเที่ยว และเสริมภาพลักษณ์ประเทศ โดยการแข่งขัน VNL 2026 จะช่วยสร้างการรับรู้ประเทศไทยในระดับนานาชาติ พร้อมกระตุ้นเศรษฐกิจในหลายภาคส่วน ทั้งโรงแรม ร้านอาหาร การเดินทาง และธุรกิจบริการที่เกี่ยวข้อง&rdquo; รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าว</p>

<p>กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เชื่อมั่นว่า การเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันในช่วงสัปดาห์ที่ 2 ของไทย จะช่วยตอกย้ำบทบาทประเทศไทยในฐานะ &ldquo;World-Class Sports Destination&rdquo; และสนับสนุนนโยบาย &ldquo;Tourism and Sports Hub&rdquo; ของรัฐบาลได้อย่างเป็นรูปธรรม</p>

<p>ทั้งนี้ กองเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและกีฬา ประเมินว่า การจัดการแข่งขัน VNL 2026 ในประเทศไทย จะสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจมากกว่า 2,000 ล้านบาท จากการเดินทางของนักกีฬา เจ้าหน้าที่ สื่อมวลชน และแฟนกีฬาทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ครอบคลุมธุรกิจที่พัก ร้านอาหาร การเดินทาง ขนส่ง ค้าปลีก และบริการด้านการท่องเที่ยวและกีฬา ตลอดจนช่วยกระตุ้นการจ้างงานและรายได้ในพื้นที่</p>

<p>นอกจากนี้ การแข่งขันยังเป็นโอกาสสำคัญในการประชาสัมพันธ์ประเทศไทยผ่านการถ่ายทอดสดและสื่อดิจิทัลทั่วโลก ช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางด้านกีฬาและการท่องเที่ยวระดับโลก พร้อมต่อยอดการเติบโตของอุตสาหกรรม Sports Tourism ของไทยในระยะยาว</p>

<p>ข้อมูลจาก&nbsp;<a href="https://www.thaigov.go.th/th/news/164767">https://www.thaigov.go.th/th/news/164767</a></p>
]]></description>
<enclosure url='https://queensirikit.prd.go.th/th/file/get/file/2026060421a98b5c5db364f6af472292ad08dc1e104019.jpg' type='image/jpg' length='261006' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมพิธีเปิดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน]]></title>
<link>https://queensirikit.prd.go.th/th/content/category/detail/id/33/iid/509213</link>
<guid isPermaLink="false">c81c796b75e82a733409f3ebf53bb5c2</guid>
<pubDate>Thu, 04 Jun 2026 10:19:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันที่ 2 มิถุนายน 2569 &nbsp;เวลา 17.00 น. นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วย นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เข้าร่วมพิธีเปิดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี 3 &nbsp;มิถุนายน 2569 โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธี ณ บริเวณแฟชั่นฮอลล์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร&nbsp;</p>

<p>การจัดนิทรรศการในครั้งนี้ รัฐบาลได้กำหนดจัดขึ้นเพื่อแสดงความจงรักภักดี และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี โดยภายในงานได้นำเสนอพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจ ที่พระองค์ทรงปฏิบัติเพื่อประโยชน์สุขของปวงชนชาวไทย ทั้งนี้ เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนได้ศึกษาเรียนรู้ และน้อมนำพระราชปณิธานมาเป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิต ตลอดจนสร้างแรงบันดาลใจในการร่วมกันพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้าสืบไป</p>

<p>สำหรับบรรยากาศภายในพิธีเปิด ได้รับเกียรติจาก คุณหญิงชฎา วัฒนศิริธรรม ประธานกรรมการ บริษัท สยามพารากอน ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด เป็นผู้กล่าวต้อนรับ และ นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้กล่าวถึงความเป็นมาและวัตถุประสงค์ของการจัดนิทรรศการฯ จากนั้นประธานในพิธีได้ถวายธูปเทียนแพ (เปิดกรวยกระทงดอกไม้) พร้อมกล่าวถวายพระพรชัยมงคล และเปิดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติฯ อย่างเป็นทางการ นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการแสดงรำถวายพระพร การจัดแสดงแฟชั่นโชว์ชุดไทยพระราชทาน และการสาธิตทางศิลปวัฒนธรรมให้ผู้เข้าร่วมงานได้ร่วมชมอีกด้วย</p>

<p>กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มุ่งมั่นในการส่งเสริมและเทิดทูนสถาบัน ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมอันดีงาม ซึ่งถือเป็นต้นทุนที่สำคัญในการต่อยอดและขับเคลื่อนนโยบายการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ เพื่อนำเสนอเอกลักษณ์ความงดงามของผ้าไทยและศิลปะไทยให้เป็นที่ประจักษ์แก่สายตานักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่เดินทางมาเยือน</p>

<p>ข้อมูลจาก&nbsp;<a href="https://www.thaigov.go.th/th/news/164760">https://www.thaigov.go.th/th/news/164760</a></p>
]]></description>
<enclosure url='https://queensirikit.prd.go.th/th/file/get/file/202606046766ae1df308d7fb71c67b1b015af23f102004.jpg' type='image/jpg' length='931658' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[กรมสรรพสามิตเผยผลปราบปรามเดือนพฤษภาคม 2569 จับกุม 3,206 คดี เร่งสกัดยาสูบผิดกฎหมาย หลังพบคดียาสูบสูงสุด]]></title>
<link>https://queensirikit.prd.go.th/th/content/category/detail/id/33/iid/509209</link>
<guid isPermaLink="false">c56ec9d88427b04982f16ae8ab978f1f</guid>
<pubDate>Thu, 04 Jun 2026 10:17:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h3><strong>กรมสรรพสามิตเผยผลการปราบปรามผู้กระทำผิดกฎหมายสรรพสามิตทั่วประเทศ ประจำเดือนพฤษภาคม 2569 สามารถจับกุมคดีได้รวม 3,206 คดี คิดเป็นค่าปรับกว่า 734.70 ล้านบาท และประมาณการค่าปรับรวม 4,073.85 ล้านบาท</strong></h3>

<p>&nbsp;</p>

<p>กรมสรรพสามิตเผยผลการปราบปรามผู้กระทำผิดกฎหมายสรรพสามิตทั่วประเทศ ประจำเดือนพฤษภาคม 2569 สามารถจับกุมคดีได้รวม 3,206 คดี คิดเป็นค่าปรับกว่า 734.70 ล้านบาท และประมาณการค่าปรับรวม 4,073.85 ล้านบาท โดยพบว่าคดียาสูบยังคงเป็นการกระทำผิดที่พบมากที่สุด คิดเป็น ร้อยละ 68.06 รองลงมาเป็นคดีสุรา ร้อยละ 25.39 แสดงให้เห็นถึงผลการขับเคลื่อนนโยบายปราบปรามเชิงรุกเพื่อสกัดกั้นสินค้าผิดกฎหมายไม่ให้เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ</p>

<p>ดร. พรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า กรมสรรพสามิตยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ภายใต้นโยบายสำคัญ &ldquo;ปราบปรามเชิงรุก ยุติวงจรผิดกฎหมาย&rdquo; โดยมุ่งเน้นการดำเนินการเชิงรุกผ่านการวิเคราะห์และใช้ฐานข้อมูลในการพุ่งเป้าสืบสวนไปยังต้นตอและเครือข่ายขบวนการรายใหญ่ (Data Driven Enforcement) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปราบปรามให้ครอบคลุมและตรงจุดมากยิ่งขึ้น โดยการปราบปรามสินค้าผิดกฎหมายและสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานออกจากระบบเป็นหนึ่งในภารกิจของกรมสรรพสามิตนอกเหนือจากการจัดเก็บภาษี เพื่อเป็นการสร้างความปลอดภัยให้แก่สังคม คุ้มครองผู้บริโภค และสร้างความเป็นธรรมทางการค้าให้กับผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยดำเนินการอย่างครบวงจรตลอดห่วงโซ่ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ เพื่อป้องกันการลักลอบนำเข้า ผลิต ขนส่ง จำหน่าย และกระจายสินค้าผิดกฎหมายในทุกช่องทาง รวมถึงการเฝ้าระวังและปราบปรามการจำหน่ายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์</p>

<p>สำหรับผลการจับกุมในเดือนพฤษภาคม 2569 กรมสรรพสามิตสามารถจับกุมคดีได้ รวม 3,206 คดี คิดเป็นค่าปรับกว่า 734.70 ล้านบาท โดยจำแนกเป็นรายประเภท ได้แก่<br />
1. ยาสูบ จำนวน 2,182 คดี ค่าปรับ69.14 ล้านบาท ของกลางแบ่งเป็นยาสูบในประเทศ 13,687 ซอง และยาสูบต่างประเทศ371,958 ซอง<br />
2. สุรา จำนวน 814 คดี ค่าปรับ 9.71 ล้านบาท ของกลางแบ่งเป็นสุราในประเทศ3,737.145 ลิตร และสุราต่างประเทศ 822.010 ลิตร<br />
3. น้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน จำนวน48 คดี ค่าปรับ 1.75 ล้านบาท ของกลาง77,555 ลิตร<br />
4. รถจักรยานยนต์ จำนวน 53 คดี ค่าปรับ 1.39 ล้านบาท ของกลาง 146 คัน<br />
5. ไพ่ จำนวน 26 คดี ค่าปรับ 0.33 ล้านบาท ของกลาง 1,566 สำรับ<br />
6. รถยนต์ จำนวน 21 คดี ค่าปรับ3.35 ล้านบาท ของกลาง 24 คัน<br />
7. เครื่องหอมและเครื่องสำอางจำนวน 16 คดี ค่าปรับ 0.33 ล้านบาท ของกลาง 3,416 ขวด และหัวน้ำหอม 4,000 กิโลกรัม<br />
8. เครื่องดื่ม จำนวน 13 คดี ค่าปรับ0.18 ล้านบาท ของกลาง 2,562.500 ลิตร<br />
9. แบตเตอรี่ จำนวน 24 คดี ค่าปรับ2.13 ล้านบาท ของกลาง 15,506 ก้อน<br />
10. ผลิตภัณฑ์ที่ใช้เป็นเครื่องดื่มจำนวน 4 คดี ค่าปรับ 0.03 ล้านบาท ของกลางเครื่องดื่มผง 60.420 กิโลกรัม</p>

<p>อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวเพิ่มเติมว่า ในช่วงเดือนมีนาคม &ndash; พฤษภาคม 2569 กรมสรรพสามิตได้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งฝ่ายปกครอง ทหาร และตำรวจ เพื่อสกัดกั้นสินค้าผิดกฎหมายไม่ให้เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ ส่งผลให้ผลการจับกุมผู้กระทำผิดเพิ่มขึ้นร้อยละ 12.37 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และสามารถจับกุมได้ในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะคดียาสูบ ซึ่งเป็นสินค้าที่มีการลักลอบนำเข้าและหลีกเลี่ยงภาษีจำนวนมากหนึ่งในคดีสำคัญ ได้แก่ สำนักงานสรรพสามิตภาคที่ 7 ร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี สามารถจับกุมคดียาสูบ ตรวจยึดบุหรี่ผิดกฎหมายรวม65,900 ซอง คิดเป็นภาษีที่รัฐสูญเสีย3,627,266.60 บาท และประมาณการค่าปรับสูงถึง 108,817,998 บาท</p>

<p>ในอีกกรณีหนึ่ง การจับกุมในพื้นที่จังหวัดสระแก้ว โดยสำนักงานสรรพสามิตภาคที่ 2 ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คลองหาด สามารถตรวจยึดบุหรี่ผิดกฎหมาย จำนวน 56,560 ซองพร้อมรถยนต์กระบะบรรทุก 2 คัน คิดเป็นภาษีที่รัฐสูญเสีย2,845,632.25 บาท และประมาณการค่าปรับ42,684,483.75 บาท</p>

<p>นอกจากนี้ สำนักงานสรรพสามิตภาคที่ 3 ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง จับกุมผู้กระทำผิดพร้อมบุหรี่ผิดกฎหมาย 10,630 ซอง บริเวณทางหลวงพิเศษ M6 จังหวัดนครราชสีมาคิดเป็นภาษีที่รัฐสูญเสีย 667,564 บาท และประมาณการค่าปรับ6,675,640 บาท</p>

<p>อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวทิ้งท้ายว่า กรมสรรพสามิตจะยังคงเดินหน้าปราบปรามสินค้าผิดกฎหมายอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง โดยใช้ข้อมูล เทคโนโลยี และการบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อยุติวงจรสินค้าผิดกฎหมาย สร้างความปลอดภัยให้ประชาชน และรักษาความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจของประเทศ</p>

<p><a href="https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=pfbid02U8d1Smvdu9xDNeP4T3CB8YAo4NQmTojKK86SbBQSS8XZtYegawiwRJhzm5rGtVbEl&amp;id=100064644015622" rel="noopener noreferrer" target="_blank">https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=pfbid02U8d1Smvdu9xDNeP4T3CB8YAo4NQmTojKK86SbBQSS8XZtYegawiwRJhzm5rGtVbEl&amp;id=100064644015622</a></p>

<p><a href="https://webdev.excise.go.th/act2560/suppress-news/79-2569/1311-2569-3-206-18" rel="noopener noreferrer" target="_blank">https://webdev.excise.go.th/act2560/suppress-news/79-2569/1311-2569-3-206-18</a></p>

<p>ข้อมูลจาก&nbsp;<a href="https://www.thaigov.go.th/th/news/164758">https://www.thaigov.go.th/th/news/164758</a></p>
]]></description>
<enclosure url='https://queensirikit.prd.go.th/th/file/get/file/202606047aeae3a744210889410f9032065a6f97101832.jpg' type='image/jpg' length='927180' />
</item>
</channel>
</rss>
