<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[บทความ]]></title>
<link>https://queensirikit.prd.go.th/th/content/category/index/id/31</link>
<atom:link href="https://queensirikit.prd.go.th/th/content/category/index/id/31" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[21 กันยายน “วันสันติภาพโลก” ]]></title>
<link>https://queensirikit.prd.go.th/th/content/category/detail/id/31/iid/543546</link>
<guid isPermaLink="false">85dee7df28ae953af5660a907eadc078</guid>
<pubDate>Mon, 21 Sep 2026 16:22:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p data-pm-slice="1 1 []">&nbsp;</p>

<p data-pm-slice="1 1 []"><img alt="🕊️" height="16" referrerpolicy="origin-when-cross-origin" src="https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/tba/1/16/1f54a.png" width="16" />&nbsp;ทุกวันที่ <strong>21 กันยายนของทุกปี</strong> เป็น &ldquo;วันสันติภาพสากล&rdquo; (International Day of Peace) วันที่องค์การสหประชาชาติ (United Nations: UN) กำหนดขึ้นเพื่อส่งเสริมอุดมการณ์แห่งสันติภาพ ทั้งภายในประเทศ ระหว่างประเทศ และระหว่างประชาชนทุกกลุ่ม พร้อมทั้งเป็นโอกาสให้คนทั่วโลกร่วมกันตระหนักถึงคุณค่าของการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ ปราศจากความรุนแรงและความขัดแย้ง</p>

<p data-pm-slice="1 1 []">ในปี <strong>2569 (2026)</strong> วันสันติภาพสากลมีแนวคิด <strong>&ldquo;Invest in Peace: For Everyone, Everywhere, Every Day&rdquo;</strong> หรือ <strong>&ldquo;ลงทุนในสันติภาพ เพื่อทุกคน ทุกแห่งหน ทุกวัน&rdquo;</strong> สะท้อนแนวคิดว่าสันติภาพไม่ได้เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ แต่ต้องอาศัยการมีส่วนร่วมและการลงมือทำของทุกคน ตั้งแต่ระดับบุคคล ชุมชน ไปจนถึงรัฐบาลและประชาคมระหว่างประเทศ</p>

<h3 data-pm-slice="1 1 []"><strong>❤️️จากแนวคิดสู่ &ldquo;วันสันติภาพโลก&rdquo;</strong></h3>

<p>วันสันติภาพสากลมีจุดเริ่มต้นจากมติของสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ <strong>มติที่ 36/67 เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2524</strong> ซึ่งกำหนดให้วันเปิดการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติในเดือนกันยายนเป็นวันสันติภาพสากล เพื่อรำลึกและส่งเสริมอุดมการณ์แห่งสันติภาพทั้งภายในและระหว่างประเทศและประชาชน โดยเริ่มจัดขึ้นครั้งแรกในเดือนกันยายน 2525</p>

<p>ต่อมาในปี <strong>2544 (2001)</strong> สมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติได้มีมติ <strong>55/282</strong> กำหนดให้วันที่ <strong>21 กันยายนของทุกปี</strong> เป็นวันสันติภาพสากลอย่างถาวร และที่สำคัญคือกำหนดให้วันนี้เป็น <strong>วันแห่งการไม่ใช้ความรุนแรงและการหยุดยิงทั่วโลก (global ceasefire and non-violence)</strong> พร้อมเชิญชวนทุกประเทศและประชาชนทั่วโลกให้ร่วมกันยุติการสู้รบและการกระทำที่เป็นปรปักษ์ในวันดังกล่าว</p>

<h3 data-pm-slice="1 1 []"><strong>&ldquo;หยุดยิง&rdquo; ไม่ใช่เพียงการหยุดอาวุธ แต่คือการเปิดพื้นที่ให้สันติภาพ&nbsp;🌼</strong></h3>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ท่ามกลางความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ของโลก การหยุดยิงมีความสำคัญมากกว่าการหยุดการใช้อาวุธชั่วคราว เพราะช่วงเวลาที่เสียงปืนสงบลงสามารถเปิดพื้นที่ให้เกิด <strong>การเจรจา การช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม การคุ้มครองประชาชน และการแสวงหาทางออกทางการเมืองโดยสันติวิธี</strong><br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;สันติภาพจึงไม่ได้หมายถึงเพียง &ldquo;การไม่มีสงคราม&rdquo; แต่ยังหมายถึงการที่ผู้คนสามารถดำรงชีวิตได้อย่างปลอดภัย มีศักดิ์ศรี มีโอกาส และสามารถอยู่ร่วมกันท่ามกลางความแตกต่างได้ องค์การสหประชาชาติเน้นย้ำว่าสันติภาพที่ยั่งยืนต้องอาศัยการสร้างความไว้วางใจ การเคารพสิทธิมนุษยชน การเจรจา และการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งด้วยสันติวิธี</p>

<h3><strong>ความรุนแรงหนึ่งครั้ง อาจส่งผลกระทบต่อผู้คนอีกนับไม่ถ้วน</strong></h3>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;เมื่อเกิดความขัดแย้ง ผู้ที่ได้รับผลกระทบไม่ได้มีเพียงคู่ขัดแย้ง แต่ยังรวมถึงประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะเด็ก ผู้สูงอายุ และกลุ่มเปราะบางที่อาจต้องเผชิญกับการสูญเสียชีวิต บ้านเรือน การดำรงชีวิต การศึกษา และโอกาสทางเศรษฐกิจ<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;การยุติความรุนแรงจึงเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์ทุกคน เพราะเมื่อความรุนแรงลดลง ย่อมเปิดโอกาสให้ความช่วยเหลือสามารถเข้าถึงผู้ที่ได้รับผลกระทบ ให้ครอบครัวสามารถกลับมาใช้ชีวิต ให้เด็กสามารถกลับเข้าสู่ห้องเรียน และให้สังคมสามารถเริ่มต้นกระบวนการฟื้นฟูและสร้างความไว้วางใจขึ้นใหม่<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ด้วยเหตุนี้ วันสันติภาพสากลจึงไม่ได้เป็นเพียงวันสำหรับการกล่าวถึง &ldquo;สันติภาพ&rdquo; แต่เป็นวันที่ประชาคมโลกถูกเชิญชวนให้ <strong>หยุดความรุนแรง หยุดการสู้รบ และสร้างพื้นที่สำหรับการพูดคุยและการแก้ไขความขัดแย้งอย่างสันติ</strong></p>

<h3><strong>👩&zwj;❤️&zwj;👨สันติภาพเริ่มต้นจากทุกคน</strong></h3>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;แม้การยุติสงครามและความขัดแย้งระหว่างประเทศจะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลและผู้นำประเทศ แต่การสร้างวัฒนธรรมแห่งสันติภาพสามารถเริ่มต้นได้จากทุกคนในชีวิตประจำวัน การรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่างโดยไม่ใช้ความรุนแรง การเคารพศักดิ์ศรีและสิทธิของผู้อื่น การไม่เผยแพร่ข้อมูลที่สร้างความเกลียดชัง การไม่กลั่นแกล้งกันทั้งในโลกจริงและโลกออนไลน์ ตลอดจนการเลือกใช้การพูดคุยและการประนีประนอมเพื่อแก้ไขความขัดแย้ง ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสังคมที่สงบและปลอดภัย<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;องค์การสหประชาชาติระบุว่า ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในการสร้างสันติภาพได้ ไม่ว่าจะเป็นอาสาสมัคร นักเรียน ครู ผู้นำชุมชน ภาคประชาสังคม หรือผู้ปฏิบัติงานด้านสันติภาพ เพราะสันติภาพไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในห้องประชุมระหว่างประเทศ แต่ยังเกิดขึ้นจากการกระทำเล็ก ๆ ในชุมชนและชีวิตประจำวัน</p>

<h3><strong>🌸21 กันยายนนี้ ขอให้ &ldquo;เสียงแห่งสันติภาพ&rdquo; ดังไปทั่วโลก&nbsp;🌞</strong></h3>

<p>&nbsp; &nbsp; วันสันติภาพสากลจึงเป็นมากกว่าวันสำคัญในปฏิทิน แต่เป็นเครื่องเตือนใจว่า <strong>การยุติความรุนแรงคือจุดเริ่มต้นของการสร้างอนาคตที่ดีกว่า</strong></p>

<p>&nbsp; &nbsp; การหยุดยิงแม้เพียงช่วงเวลาหนึ่ง อาจเปิดทางให้ความช่วยเหลือไปถึงผู้ที่กำลังเดือดร้อน การเจรจาเริ่มต้นขึ้น และความหวังกลับคืนสู่ผู้คน ขณะที่การยุติความรุนแรงอย่างยั่งยืนจะต้องเดินหน้าควบคู่ไปกับการสร้างความเข้าใจ การเคารพสิทธิมนุษยชน และการแก้ไขรากเหง้าของความขัดแย้ง</p>

<p>&nbsp; &nbsp; ในวันที่ 21 กันยายนนี้ ขอให้ทุกประเทศและประชาชนทั่วโลกร่วมกันส่งเสียงเดียวกันว่า<strong>&nbsp;&ldquo;หยุดความรุนแรง หยุดการสู้รบ เปิดทางสู่การเจรจา และร่วมกันสร้างสันติภาพ&rdquo;&nbsp;🤝</strong></p>

<p>&nbsp; &nbsp; เพราะสันติภาพไม่ใช่หน้าที่ของคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของมนุษยชาติ และทุกการกระทำที่นำไปสู่ความเข้าใจและการไม่ใช้ความรุนแรง ล้วนเป็นก้าวเล็ก ๆ ที่ช่วยสร้างโลกที่ปลอดภัยและน่าอยู่ยิ่งขึ้นสำหรับทุกคน</p>

<p>&nbsp;</p>

<p data-pm-slice="1 1 []">&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://queensirikit.prd.go.th/th/file/get/file/202609212e29918b17c316e59bf677c02f4a46f9170103.png' type='image/png' length='1763466' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[เตือนภัยไซเบอร์ยุคใหม่! เมื่อมิจฉาชีพใช้ AI เป็นอาวุธ สวมรอยแนบเนียน เร็วกว่าเดิมหลายเท่าตัว]]></title>
<link>https://queensirikit.prd.go.th/th/content/category/detail/id/31/iid/543505</link>
<guid isPermaLink="false">bba0f35c857ed5d5b932416ba6e3a39b</guid>
<pubDate>Mon, 21 Sep 2026 15:54:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>ในยุคที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์หรือ AI เข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวัน น่าเสียดายที่มิจฉาชีพและกลุ่มอาชญากรไซเบอร์ได้นำ AI มาใช้เป็น &quot;เครื่องมือ&quot; ในการก่ออาชญากรรมที่รุนแรงและแนบเนียนยิ่งขึ้น จนหน่วยงานด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ต้องออกมาแจ้งเตือนให้ประชาชนและองค์กรต่างๆ เพิ่มความระมัดระวังขั้นสูงสุด</p>

<p>ศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (ThaiCERT) ได้ออกแจ้งเตือนเกี่ยวกับความเสี่ยงทางไซเบอร์ยุคใหม่&nbsp;เนื่องจากปัจจุบันกลุ่มผู้ไม่ประสงค์ดีได้นำเทคโนโลยี<b _ngcontent-ng-c144549330="" data-start-index="251">ปัญญาประดิษฐ์ (AI)</b> มาใช้เป็นเครื่องมือในการค้นหาจุดอ่อน วิเคราะห์ระบบ และพัฒนาวิธีการโจมตีได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงขึ้นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน</p>

<p>⚠️ <b _ngcontent-ng-c144549330="" data-start-index="405">3 รูปแบบภัยคุกคามจาก AI ที่ประชาชนและองค์กรต้องระวัง</b></p>

<ol _ngcontent-ng-c1619440736="" dir="auto">
	<li _ngcontent-ng-c144549330="" data-start-index="457"><b _ngcontent-ng-c144549330="" data-start-index="457">ปลอมเสียงและข้อความเนียนกริบ (Deepfake &amp; AI Voice)</b> ผู้โจมตีใช้ AI สังเคราะห์ข้อความและเสียง (AI-Generated Media) เลียนแบบเป็นผู้บริหารหรือเจ้าหน้าที่ระดับสูง&nbsp;เพื่อหลอกลวงให้เหยื่อเชื่อใจและยอมคลิกลิงก์ที่แฝงมัลแวร์ โดยมักใช้ข้ออ้างว่า <i _ngcontent-ng-c144549330="" data-start-index="692">&quot;ขอเปลี่ยนช่องทางสื่อสารเพื่อความปลอดภัยหรือความรวดเร็ว&quot;</i></li>
	<li _ngcontent-ng-c144549330="" data-start-index="748"><b _ngcontent-ng-c144549330="" data-start-index="748">ขโมยรหัสผ่านและเข้าถึงข้อมูลผ่านคลาวด์</b> มีการใช้ AI ช่วยสำรวจช่องโหว่ของระบบ และนำข้อมูลการเข้าถึงบัญชีที่รั่วไหลมาใช้ซ้ำ (Credential Reuse) เพื่อแอบเข้าถึงระบบคลาวด์หรือผู้ให้บริการรายใหญ่ แล้วขยายผลไปขโมยข้อมูลของลูกข่ายต่อเพื่อนำไปเรียกค่าไถ่</li>
	<li _ngcontent-ng-c144549330="" data-start-index="992"><b _ngcontent-ng-c144549330="" data-start-index="992">การจารกรรมไซเบอร์อัตโนมัติ</b> ผู้โจมตีเริ่มใช้ AI ในการดำเนินงานโจมตีหลายขั้นตอนแบบกึ่งอัตโนมัติ ตั้งแต่การสำรวจเครือข่าย การเขียนและทดสอบโค้ดโจมตี ไปจนถึงการรวบรวมรหัสผ่านและดึงข้อมูลออกนอกระบบ</li>
</ol>

<p>🛡️ <b _ngcontent-ng-c144549330="" data-start-index="1465">5 วิธีป้องกันและรับมือภัยไซเบอร์ยุค AI</b></p>

<ul _ngcontent-ng-c1619440736="" dir="auto">
	<li _ngcontent-ng-c144549330="" data-start-index="1503"><b _ngcontent-ng-c144549330="" data-start-index="1503">&ldquo;ตั้งสติ และอย่าเพิ่งเชื่อสิ่งที่เห็นหรือได้ยินทันที&rdquo;&nbsp;:</b> อย่าปักใจเชื่อเสียงหรือวิดีโอที่เห็นเพียงอย่างเดียว เพราะ AI สามารถสร้าง Deepfake เลียนแบบบุคคลได้</li>
	<li _ngcontent-ng-c144549330="" data-start-index="1636"><b _ngcontent-ng-c144549330="" data-start-index="1636">ตรวจสอบซ้ำก่อนโอนเงินหรือส่งข้อมูล:</b> หากมีการแจ้งเปลี่ยนบัญชีรับเงินหรือขอข้อมูลสำคัญ ให้โทรศัพท์หรือติดต่อยืนยันผ่านช่องทางอื่นอีกครั้งเสมอ และไม่ควรอุปกรณ์หรืออนุมัติรายการสำคัญโดยคนเพียงคนเดียว</li>
	<li _ngcontent-ng-c144549330="" data-start-index="1831"><b _ngcontent-ng-c144549330="" data-start-index="1831">เปิดใช้งานการยืนยันตัวตนหลายชั้น (MFA):</b> บังคับใช้การยืนยันตัวตนหลายปัจจัย เช่น การใช้ Passkey หรือ FIDO2 กับบัญชีสำคัญ เพื่อป้องกันการถูกสวมรอย</li>
	<li _ngcontent-ng-c144549330="" data-start-index="1974"><b _ngcontent-ng-c144549330="" data-start-index="1974">สำรองข้อมูลสำคัญ (หลัก 3-2-1):</b> ทำการสำรองข้อมูลอย่างสม่ำเสมอ โดยเก็บไว้ในรูปแบบที่แก้ไขหรือลบได้ยาก เพื่อให้กู้คืนระบบได้รวดเร็วหากเกิดเหตุ</li>
	<li _ngcontent-ng-c144549330="" data-start-index="2113"><b _ngcontent-ng-c144549330="" data-start-index="2113">ติดตามข่าวสารจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ:</b> ติดตามการแจ้งเตือนและข่าวสารภัยคุกคามทางไซเบอร์จาก ThaiCERT หรือหน่วยงานที่น่าเชื่อถืออย่างต่อเนื่อง</li>
</ul>

<p><strong><span style="color:#0000cd;">การรู้เท่าทันและไม่ประมาท จะช่วยให้เราปลอดภัยจากภัยไซเบอร์ในยุค AI ที่กำลังระบาดในขณะนี้</span></strong></p>

<p><strong>ที่มา</strong> ศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (Thaicert)</p>
]]></description>
<enclosure url='https://queensirikit.prd.go.th/th/file/get/file/20260921f3d4855aa906bc0eb0dc0642d5a427b1162131.jpg' type='image/jpg' length='636174' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[𝟓,𝟎𝟎𝟎 𝐌𝐞𝐭𝐫𝐞𝐬 𝐨𝐟 𝐭𝐡𝐞 𝐆𝐫𝐞𝐚𝐭 𝐋𝐞𝐠𝐚𝐜𝐲: มหัศจรรย์ผ้าทอคราม 5,000 เมตร ประกาศศักดาภูมิปัญญาไทย สู่แนวหน้าแฟชั่นซีเกมส์]]></title>
<link>https://queensirikit.prd.go.th/th/content/category/detail/id/31/iid/543102</link>
<guid isPermaLink="false">cf2cec28896a8e626ce2c2a9db6cc606</guid>
<pubDate>Sun, 20 Sep 2026 15:47:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>เบื้องหลังความเท่ ล้ำสมัย และความสง่างามของ &quot;ชุดนักกีฬาทีมชาติไทย&quot; ในภาพนี้ คือเรื่องราวการเดินทางของเส้นด้ายที่ถักทอด้วยหัวใจ... นี่คืองานศิลปะแห่งผืนผ้าที่เต็มเปี่ยมไปด้วยชีวิต เพราะ &quot;สถาปัตยกรรมแห่งเส้นด้าย&quot; ความยาว 5,000 เมตรนี้ สร้างสรรค์ขึ้นจากสองมือ งานฝีมือ และหยาดเหงื่อของคนในชุมชนอย่างแท้จริง!</p>

<p>ความยาว 5,000 เมตร หรือ 5 กิโลเมตร หากเป็นระยะทางวิ่งอาจใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที แต่เมื่อมันคือ &quot;ความยาวของผืนผ้าทอมือ&quot; นี่คือความมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นจากการกระตุกกี่ทอผ้านับล้านๆ ครั้ง ผ้าผืนนี้คือภาพสะท้อนของการร่วมแรงร่วมใจจากสองมือของแม่ๆ ยายๆ รอยยิ้มเปื้อนสีครามของพี่ๆ ป้าๆ ในลานย้อม ไปจนถึงแววตาของเยาวชนคนรุ่นใหม่ในหมู่บ้านที่มาร่วมเรียนรู้และช่วยกรอด้าย ทุกเส้นฝ้ายที่พุ่งผ่านฟืมจึงเป็นการส่งต่อลมหายใจ และสอดแทรกคำอวยพรจากรุ่นสู่รุ่นด้วยความอบอุ่น</p>

<p>แต่ความยิ่งใหญ่ที่หลอมรวมใจผู้คนให้เป็นหนึ่งเดียวกันได้ถึงเพียงนี้ จะไม่มีวันเกิดขึ้นได้เลยหากปราศจากรากฐานอันมั่นคง จากพระมหากรุณาธิคุณของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงชุบชีวิตลมหายใจของกี่ทอผ้า เปลี่ยนผ้าทอพื้นบ้านที่เกือบจะเลือนหาย ให้กลายเป็นมรดกอันล้ำค่าของชาติ</p>

<p>มรดกแห่งแผ่นดินนี้ ได้รับการสืบสาน รักษา และต่อยอด สู่โลกแฟชั่นระดับสากล โดย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา พระองค์ทรงนำวิสัยทัศน์แห่งแฟชั่นสมัยใหม่มาผสานกับรากเหง้าดั้งเดิม จนเกิดเป็นโครงการ &quot;ดอนกอยโมเดล&quot; (Donkoi Model) ภายใต้แนวคิด &quot;ผ้าไทยใส่ให้สนุก&quot;</p>

<p>กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย น้อมนำพระดำริมาเป็นแนวทาง และส่งเสริมการพัฒนาให้กับผู้ประกอบการอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์ให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล สร้างยอดสั่งซื้อจำนวนมหาศาลที่หลั่งไหลกลับสู่ชุมชน ก่อให้เกิดเศรษฐกิจฐานรากที่แข็งแกร่ง</p>

<p>วันนี้ ผ้าทอคราม 5,000 เมตร ได้ถูกส่งไม้ต่อเพื่อทำหน้าที่ที่ยิ่งใหญ่ระดับโลก ไม่เพียงแต่ถูกนำมาออกแบบและตัดเย็บเป็น &quot;ชุดแฟชั่นนักกีฬาทีมชาติไทย&quot; เพื่อสู้ศึกซีเกมส์เท่านั้น แต่ความงดงามนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในสนามแข่ง เพราะคนไทยทุกคนสามารถร่วมภาคภูมิใจและเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ผ้าครามจาก &quot;ดอนกอยโมเดล&quot; ได้ ผ่านคอลเลกชันสุดเอ็กซ์คลูซีฟของแบรนด์ Sirivannavari Bangkok</p>

<p>เมื่อทัพนักกีฬาไทยก้าวเข้าสู่สเตเดียม กองทัพแรงเชียร์ทีมไทย สามารถร่วมภาคภูมิใจในภูมิปัญญาไทยที่ก้าวสู่เวทีโลก เสมือนอยู่ติดขอบสนาม ด้วยสินค้า Collection <a href="https://www.facebook.com/hashtag/cheerteamthai?__cft__[0]=AZi8b0g88g2K4PhGhRJg4YZwvQoVPSfPa8WaBpECnmfS7-taZvAY7CY3dqqf4yN7Z544jcbI-dlu4u1Jo2EyDKNkOVDsWNFKjag1mfcQH1HAiNRiqhylPRzFRp7Spf4QIm7lTIEqomv6YVwXlTRCI7I6er5phEXqlZB1y-Sy1pjdmRqTxtGFO-WLVUU&amp;__tn__=*NK-R" role="link" tabindex="0">#CheerTeamThai</a> เพื่อถ่ายทอดพลังแห่งความเป็นหนึ่งเดียว รายได้ส่วนหนึ่งจากการจำหน่ายจะนำไปสนับสนุนนักกีฬาพาราลิมปิก โดยคณะกรรมการพาราลิมปิกแห่งประเทศไทย</p>

<p>ที่มา :&nbsp;กรมการพัฒนาชุมชน</p>
]]></description>
<enclosure url='https://queensirikit.prd.go.th/th/file/get/file/20260920c5ec28ee5f5d53080b956bd85d9ed4e1154743.jpg' type='image/jpg' length='56245' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[วันที่ 20 กันยายนของทุกปี เป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของพระมหากษัตริย์ไทย  2 พระองค์ ]]></title>
<link>https://queensirikit.prd.go.th/th/content/category/detail/id/31/iid/543069</link>
<guid isPermaLink="false">1abb0883640483638918e26a51cc1567</guid>
<pubDate>Sun, 20 Sep 2026 12:14:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันที่ 20 กันยายนของทุกปี เป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของพระมหากษัตริย์ไทย 2 พระองค์ ได้แก่ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงพระราชสมภพเมื่อ วันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2396 และพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร รัชกาลที่ 8 ทรงพระราชสมภพเมื่อ วันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2468 โดยพระมหากษัตริย์ทั้งสองพระองค์ ได้ขึ้นครองราชย์สมบัติขณะยังทรงพระเยาว์ด้วยนั้นเอง</p>
]]></description>
<enclosure url='https://queensirikit.prd.go.th/th/file/get/file/202609209e74657d47c6cb551b60b54177e1725d121410.jpg' type='image/jpg' length='95579' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ทำไมช้างป่าต้องหลบฝน?]]></title>
<link>https://queensirikit.prd.go.th/th/content/category/detail/id/31/iid/543065</link>
<guid isPermaLink="false">e80e10bc2d24866371ae54ce82c49e85</guid>
<pubDate>Sun, 20 Sep 2026 11:59:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><img alt="🐘" height="16" referrerpolicy="origin-when-cross-origin" src="https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/tf3/1/16/1f418.png" width="16" /><img alt="🌧️" height="16" referrerpolicy="origin-when-cross-origin" src="https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/td0/1/16/1f327.png" width="16" /> จากภาพช้างป่าฝูงใหญ่มุงตัวอยู่ใต้ร่มเงาต้นไม้ใหญ่ต้นเดียว ที่กลายเป็นภาพน่ารักที่ถูกพูดถึงในโซเชียลมีเดียเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา วันนี้ทางแอดมิน ขอพาทุกคนไปไขข้อสงสัยกันว่า &quot;ทำไมช้างป่าต้องหลบฝน?&quot;</p>

<p>1. ผิวหนังช้าง ไม่ได้กันน้ำอย่างที่คิด</p>

<p>แม้ผิวหนังช้างจะหนาถึง 2-3 เซนติเมตร แต่กลับมีรอยย่นและรอยแตกจำนวนมาก ทำให้ดูดซับความชื้นได้ง่าย เมื่อเปียกฝนนาน ๆ ตัวช้างจะสูญเสียความร้อนเร็วกว่าปกติ โดยเฉพาะลูกช้างตัวเล็กที่ยังปรับอุณหภูมิร่างกายได้ไม่ดีเท่าตัวโต</p>

<p>2. ช้างไม่มีต่อมเหงื่อ ต้องพึ่งสิ่งแวดล้อมช่วยควบคุมอุณหภูมิ</p>

<p>ช้างระบายความร้อนผ่านหู เส้นเลือดใต้ผิวหนัง และพฤติกรรม เช่น การพ่นน้ำ อาบโคลน หรือหาร่มเงา การหลบฝนใต้ต้นไม้ใหญ่จึงเป็นอีกหนึ่งวิธีธรรมชาติที่ช้างใช้รักษาสมดุลอุณหภูมิร่างกาย ไม่ให้เย็นหรือร้อนจนเกินไป</p>

<p>3. พฤติกรรมฝูง สะท้อนความเป็นสังคมของช้าง</p>

<p>ช้างป่าอยู่กันเป็นครอบครัว นำโดยช้างพังตัวโต (แม่ใหญ่) ที่จะพาสมาชิกในฝูง โดยเฉพาะลูกช้าง เข้าไปอยู่ตรงกลางวงล้อม เพื่อปกป้องทั้งจากสภาพอากาศและอันตรายรอบข้าง ภาพที่เห็นจึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่คือสัญชาตญาณการดูแลกันของโขลงช้าง</p>

<p>4. ต้นไม้ใหญ่ = &quot;บ้านฉุกเฉิน&quot; ของสัตว์ป่า</p>

<p>ต้นไม้ทรงพุ่มหนาแบบในภาพไม่ได้ให้แค่ร่มเงายามแดดจัด แต่ยังเป็นเกราะกำบังฝนและลมได้เป็นอย่างดี สะท้อนความสำคัญของผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์ต่อการดำรงชีวิตของสัตว์ป่าทุกช่วงเวลา</p>

<p><img alt="🌳" height="16" referrerpolicy="origin-when-cross-origin" src="https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/t6b/1/16/1f333.png" width="16" /> ภาพความน่ารักนี้จึงไม่ใช่แค่โมเมนต์ประทับใจ แต่ยังเป็นบทเรียนธรรมชาติที่สอนให้เราเห็นคุณค่าของผืนป่าและระบบนิเวศที่สมบูรณ์ อุทยานแห่งชาติกุยบุรียังคงเดินหน้าดูแลถิ่นอาศัยของช้างป่าให้ปลอดภัยและยั่งยืนต่อไป</p>

<p>ที่มา :&nbsp;กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช</p>
]]></description>
<enclosure url='https://queensirikit.prd.go.th/th/file/get/file/2026092032b081c3e930ffe25bba2215ace0aa27115939.jpg' type='image/jpg' length='59520' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[20 กันยายน ของทุกปีเป็น “วันอนุรักษ์และพัฒนาแม่น้ำ คู คลอง แห่งชาติ”]]></title>
<link>https://queensirikit.prd.go.th/th/content/category/detail/id/31/iid/543017</link>
<guid isPermaLink="false">b195bded022ec864a499c29d08567d2a</guid>
<pubDate>Sun, 20 Sep 2026 06:56:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>มติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2538 กำหนดให้วันที่ 20 กันยายน ของทุกปีเป็น &ldquo;วันอนุรักษ์และพัฒนาแม่น้ำ คู คลอง แห่งชาติ&rdquo; เนื่องด้วยเป็นวันที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จประพาสคลองแสนแสบ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการพลิกฟื้นสภาพแม่น้ำ คู คลอง เพื่อร่วมกันป้องกันแก้ไขปัญหาน้ำท่วม รวมทั้งอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมตามแนวพระราชดำริฯ ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันประชาชนคนไทยใช้ประโยชน์จากแม่น้ำ คู คลอง อย่างมหาศาล ทั้งสองฝั่งคลองซึ่งเป็นที่ตั้งถิ่นฐานบ้านเรือน การใช้เป็นเส้นทางคมนาคมขนส่งทางน้ำ รวมถึงเป็นแหล่งน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค และเพื่อการเกษตร อีกทั้งเป็นแหล่งผลิตอาหาร และแหล่งกำเนิดศิลปวัฒนธรรม ประเพณีทางน้ำมากมาย อย่างประเพณีการแข่งเรือ ประเพณีลอยกระทง เป็นต้น แต่ทุกวันนี้สภาพแม่น้ำ คู คลอง มีความเสื่อมโทรมลงอย่างมาก จากกิจกรรมต่างๆ ที่เกิดขึ้น ดังนั้นหากทุกภาคส่วนสร้างความร่วมมือในการอนุรักษ์แม่น้ำ คู คลอง ร่วมกันอย่างจริงจัง จะสามารถช่วยฟื้นฟูสภาพสิ่งแวดล้อม แม่น้ำ คู คลองให้กลับมาอุดมสมบูรณ์ได้อีกครั้งหนึ่ง เพื่อเป็นแหล่งอาหาร แหล่งนันทนาการ รวมถึงรักษาพื้นที่ป่าริมน้ำไว้ได้อีกทางหนึ่ง อีกทั้งยังช่วยสืบสาน และอนุรักษ์แหล่งประวัติศาสตร์วัฒนธรรมประเพณีวิถีชีวิต ที่ทรงคุณค่าและเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละชุมชน</p>

<p>ที่มา :&nbsp;สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม</p>

<p>&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://queensirikit.prd.go.th/th/file/get/file/20260920b49d85c5d910843ee8407d0d05e02892065705.jpg' type='image/jpg' length='147819' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[บ้านดิน "ถู่โหลว" มรดกโลกแห่งฝูเจี้ยน]]></title>
<link>https://queensirikit.prd.go.th/th/content/category/detail/id/31/iid/542877</link>
<guid isPermaLink="false">b730a4a375aad83bc761e8eb46064281</guid>
<pubDate>Sat, 19 Sep 2026 09:42:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h3 dir="ltr"><strong>สิ่งก่อสร้างจากดินที่เป็นมากกว่าบ้าน</strong></h3>

<p dir="ltr">ในเขตภูเขาทางตะวันตกเฉียงใต้ของมณฑลฝูเจี้ยน มีอาคารดินทรงกลมและทรงเหลี่ยมขนาดมหึมาตั้งอยู่กลางไร่ชา นาข้าว และหุบเขาเขียวขจี ชาวจีนเรียกอาคารเหล่านี้ว่า &quot;ถู่โหลว&quot; (土樓) แปลตรงตัวว่า &quot;อาคารดิน&quot; ภาพที่เห็นจากมุมสูงคล้ายจานบินหรือดอกไม้ขนาดยักษ์วางอยู่บนผืนดิน แต่ที่จริงแล้วนี่คือบ้านที่คนอยู่จริงมานานหลายร้อยปี</p>

<h3 dir="ltr"><strong>มรดกโลกที่ครอบคลุมพื้นที่กว่า 120 กิโลเมตร</strong></h3>

<p dir="ltr">องค์การยูเนสโกขึ้นทะเบียน &quot;ถู่โหลวฝูเจี้ยน&quot; เป็นแหล่งมรดกโลกจำนวน 46 หลัง สร้างขึ้นระหว่างศตวรรษที่ 15 ถึง 20 กระจายอยู่ในพื้นที่กว่า 120 กิโลเมตรทางตะวันตกเฉียงใต้ของมณฑล โดยได้รับการขึ้นทะเบียนเมื่อปี ค.ศ. 2008 ในฐานะตัวอย่างอันโดดเด่นของประเพณีการก่อสร้างที่สะท้อนการอยู่อาศัยร่วมกันเป็นชุมชนและการจัดระบบป้องกันตนเอง ภายใต้ความสัมพันธ์ที่กลมกลืนกับสิ่งแวดล้อม</p>

<p dir="ltr">แหล่งมรดกโลกนี้แบ่งเป็นกลุ่มอาคารหลายแห่งในอำเภอหย่งติ้ง (Yongding) หนานจิ้ง (Nanjing) และหัวอัน (Hua&#39;an) เช่น กลุ่มถู่โหลวชูซี เทียนลั่วเคิง เฮ่อเคิง เกาเป่ย ต้าตี้ และหงเคิง ตัวเลข 46 หลังนี้เป็นเพียงส่วนเล็ก ๆ เมื่อเทียบกับทั้งหมด เพราะคาดกันว่าในฝูเจี้ยนตะวันตกมีถู่โหลวกระจายอยู่มากกว่า 10,000 หลัง</p>

<h3 dir="ltr"><strong>ใครสร้าง และสร้างเพื่ออะไร</strong></h3>

<p dir="ltr">ผู้สร้างและอยู่อาศัยหลักคือชาวฮากกา (客家) กลุ่มชาติพันธุ์ที่ตามประวัติศาสตร์แล้วอพยพลงใต้จากที่ราบภาคกลางของจีนเป็นระลอก ๆ เพราะสงครามและความวุ่นวาย เมื่อไปตั้งรกรากในเขตเขาซึ่งมักมีการแย่งชิงที่ดินและภัยโจรผู้ร้าย พวกเขาจึงต้องการที่พักที่ปลอดภัยและรวมญาติพี่น้องไว้ด้วยกัน คำตอบคือถู่โหลว</p>

<p dir="ltr">อาคารเหล่านี้สร้างเพื่อการป้องกัน รอบลานกลางที่เปิดโล่ง มีประตูทางเข้าเพียงบานเดียว และหน้าต่างด้านนอกจะมีเฉพาะตั้งแต่ชั้นสองขึ้นไป ประตูหลักหนาราว 100&ndash;130 มิลลิเมตร ปิดทับด้วยแผ่นเหล็ก ส่วนชั้นบนสุดมีช่องยิงไว้ป้องกันตัว</p>

<h3 dir="ltr"><strong>เมืองเล็ก ๆ ในกำแพงเดียว</strong></h3>

<p dir="ltr">ความน่าทึ่งอยู่ที่ชีวิตภายใน ถู่โหลวแต่ละหลังรองรับผู้อยู่อาศัยได้สูงสุดราว 800 คน ทั้งตระกูลอยู่รวมกัน จึงได้สมญาว่า &quot;อาณาจักรน้อยของครอบครัว&quot; หรือ &quot;เมืองเล็กที่คึกคัก&quot; การแบ่งพื้นที่จะแบ่งตามแนวตั้ง แต่ละครอบครัวได้ห้องสองถึงสามห้องในทุกชั้น โดยทั่วไปชั้นล่างใช้เป็นครัว ห้องเก็บเสบียง และคอกสัตว์ ชั้นสองเป็นคลังเก็บธัญพืช ส่วนชั้นสามขึ้นไปเป็นห้องนอน กลางลานมักมีบ่อน้ำ ศาลบรรพชน และพื้นที่ส่วนรวมสำหรับงานเทศกาลและพิธีกรรม</p>

<p dir="ltr">ภายนอกอาจดูเรียบเหมือนป้อมปราการ แต่ภายในกลับต่างออกไป ภายในออกแบบให้อยู่สบายและมักตกแต่งอย่างประณีต</p>

<h3 dir="ltr"><strong>ภูมิปัญญาการสร้างด้วยดินอัด</strong></h3>

<p dir="ltr">ผนังถู่โหลวสร้างด้วยเทคนิค &quot;ดินอัด&quot; (rammed earth) โดยนำดินเหนียว ทราย และปูนขาว มาผสมกัน แล้วอัดเป็นชั้น ๆ ลงในแบบไม้จนแน่น มีเรื่องเล่ากันว่าช่างบางกลุ่มเติมข้าวเหนียวและน้ำตาลเพื่อเพิ่มความเหนียวของส่วนผสม แม้จะยังไม่ชัดว่าใช้กันแพร่หลายแค่ไหน ในผนังมักฝังกิ่งไม้ แผ่นไม้ และเศษไม้ไผ่เพื่อเสริมความแข็งแรง ผนังหนาได้ถึงราว 6 ฟุต (ราว 1.8 เมตร) รับน้ำหนักอาคารสูง 3&ndash;5 ชั้น ร่วมกับโครงไม้ภายใน</p>

<p dir="ltr">ผลที่ได้คืออาคารที่แสงเข้าถึง ระบายอากาศดี ต้านลม ทนแผ่นดินไหว อบอุ่นในหน้าหนาว และเย็นสบายในหน้าร้อน ซึ่งเป็นสิ่งที่วัสดุสมัยใหม่หลายชนิดทำได้ยากโดยไม่ใช้พลังงานเพิ่ม</p>

<h3 dir="ltr"><strong>ถู่โหลวที่ควรรู้จัก</strong></h3>

<ul dir="ltr">
	<li><strong>เทียนลั่วเคิง (田螺坑)</strong> ในเมืองหนานจิ้ง เป็นกลุ่มที่คนรู้จักมากที่สุด ประกอบด้วยอาคาร 5 หลังจัดวางแบบห้าจุด มีอาคารทรงกลม 4 หลังล้อมอาคารทรงเหลี่ยมตรงกลาง ชาวบ้านมักเรียกเล่น ๆ ว่า &quot;สี่จานหนึ่งซุป&quot; เพราะมองจากที่สูงแล้วคล้ายอาหารบนโต๊ะ</li>
	<li><strong>เจิ้นเฉิงโหลว (振成樓)</strong> ในกลุ่มหงเคิง อำเภอหย่งติ้ง เป็นอาคารที่มีอาคารทรงกลมอีกหลังซ้อนอยู่ภายใน สร้างเมื่อต้นศตวรรษที่ 20 ได้ฉายา &quot;เจ้าชายแห่งถู่โหลว&quot; เพราะการวางผังที่ละเอียดและตกแต่งสวยงาม</li>
	<li><strong>เฉิงฉี่โหลว (承啟樓)</strong> ในกลุ่มเกาเป่ย ได้ฉายา &quot;ราชาแห่งถู่โหลว&quot; ด้วยผังวงแหวนซ้อนกันหลายชั้นและห้องจำนวนมหาศาล</li>
</ul>

<h3 dir="ltr"><strong>ความหมายในวันนี้</strong></h3>

<p dir="ltr">ถู่โหลวไม่ใช่ซากโบราณสถานที่ไร้ผู้คน หลายหลังยังมีชาวบ้านอาศัยอยู่จริง แม้คนรุ่นใหม่จำนวนมากจะย้ายไปทำงานในเมืองใหญ่ และบางหลังเปิดเป็นที่พักหรือพื้นที่ท่องเที่ยว คุณค่าของถู่โหลวจึงอยู่ที่ทั้งสถาปัตยกรรมและวิถีชีวิตของชุมชนที่ยังต่อเนื่อง ซึ่งเป็นแนวคิดการอยู่ร่วมกันอย่างพึ่งพากัน ใช้วัสดุจากท้องถิ่น และอยู่อย่างเคารพธรรมชาติ ที่ยังน่าสนใจสำหรับโลกยุคปัจจุบัน</p>

<h3 dir="ltr"><strong>เกร็ดสำหรับผู้อยากไปเยือน</strong></h3>

<p dir="ltr">จุดเริ่มต้นที่นิยมคือเมืองเซี่ยเหมิน (Xiamen) จากนั้นเดินทางต่อโดยทัวร์หรือรถเช่าไปยังหนานจิ้งและหย่งติ้ง บางคนนั่งรถไฟจากเซี่ยเหมินไปหนานจิ้ง แล้วเหมารถต่อไปยังจุดต่าง ๆ ควรเผื่อเวลาอย่างน้อย 2 วัน เพราะแหล่งท่องเที่ยวกระจายตัวและมีการเดินขึ้นลงพอสมควร ที่สำคัญคือควรให้ความเคารพผู้อยู่อาศัย เพราะที่นั่นคือบ้านของพวกเขา</p>

<p dir="ltr">ภาพ: สำนักข่าวซินหัว<br />
ข้อมูล: Unesco,&nbsp;Discover china tours</p>
]]></description>
<enclosure url='https://queensirikit.prd.go.th/th/file/get/file/2026091930835e1ff508e7ddbd2ea2d4b95f572d094307.jpg' type='image/jpg' length='637438' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[เทศน์มหาชาติ กัณฑ์ที่ ๑ ทศพร]]></title>
<link>https://queensirikit.prd.go.th/th/content/category/detail/id/31/iid/542871</link>
<guid isPermaLink="false">27a8b58a867f950e61343d9c2d0d030d</guid>
<pubDate>Sat, 19 Sep 2026 09:32:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><img alt="🪷" height="16" referrerpolicy="origin-when-cross-origin" src="https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/t4e/1/16/1fab7.png" width="16" />พระนิพนธ์ของสมเด็จพระมหาสมณเจ้า&nbsp;กรมพระปรมานุชิตชิโนรส ประกอบด้วย ๑๙ พระคาถา&nbsp;แบ่งออกเป็น ๘ ตอน หรือ ๘ แหล่&nbsp;ใช้ทำนองธรรมวัตรเป็นทำนองหลักในการเทศน์&nbsp;ใช้เพลงสาธุการเป็นเพลงบรรเลงประจำกัณฑ์&nbsp;ประกอบกิริยานางผุสดีน้อมนมัสการ&nbsp;รับพรทั้งสิบประการของพระอินทร์ ซึ่งมีความโดยย่อดังนี้</p>

<p><img alt="🪷" height="16" referrerpolicy="origin-when-cross-origin" src="https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/t4e/1/16/1fab7.png" width="16" />สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า&nbsp;เมื่อตรัสรู้พระอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณและตรัสเทศนาพระธัมมจักกัปปวัตตนสูตรโปรดเบญจวัคคีย์ทั้ง ๕&nbsp;แล้วเสด็จไปยังกรุงราชคฤห์ ประทับ ณ เวฬุวนาราม จนสิ้นฤดูหนาวจึงเสด็จไปยังกรุงกบิลพัสดุ์&nbsp;พร้อมด้วยพระภิกษุสงฆ์จำนวนมาก&nbsp;โดยมีพระกาฬุทายีเป็นมัคคุเทศก์&nbsp;ประทับ ณ นิโครธารามมหาวิหาร&nbsp;สถานที่พระบรมวงศานุวงศ์แห่งศากยวงศ์ตรัสสั่งให้ตกแต่งถวาย&nbsp;และพากันไปเฝ้า ณ ที่แห่งนั้น แต่ด้วยขัตติยมานะ&nbsp;พระญาติผู้ใหญ่ทรงละอายที่จะถวายบังคมพระบรมศาสดา&nbsp;ผู้มีพระชนมายุคราวโอรสนัดดา จึงพากันประทับ ณ เบื้องหลัง&nbsp;ให้พระราชกุมารหนุ่ม ๆ เฝ้าถวายบังคมเฉพาะพระพักตร์</p>

<p><img alt="🪷" height="16" referrerpolicy="origin-when-cross-origin" src="https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/t4e/1/16/1fab7.png" width="16" />ในขณะที่พระพุทธองค์มีพระประสงค์จะทรงทรมาน&nbsp;พระประยูรญาติทั้งหลายให้ละจากทิฐิมานะ&nbsp;จึงเสด็จเข้าจตุตถฌานทรงกระทำปาฏิหาริย์ลอยขึ้นสู่อากาศเหนือพระเศียรพระญาติทั้งปวง&nbsp;พระเจ้าสุทโธทนะ พระราชบิดา และพระประยูรญาติ&nbsp;ทรงเห็นเป็นมหัศจรรย์ ต่างก็ยกพระหัตถ์ขึ้นถวายบังคมและพลางกล่าวพรรณนาถึงพุทธานุภาพ&nbsp;แต่เมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์ว่า&nbsp;ครั้งแรกพระเลี้ยงเชิญเสด็จไปนมัสการพระกาฬเทวิลดาบส&nbsp;และพระบาททั้งคู่ประดุจลอยอยู่เหนือเศียรพระดาบสนั้น&nbsp;ครั้งที่สองในวันวัปปมงคลแรกนาขวัญ&nbsp;เมื่อพระพี่เลี้ยงเชิญเสด็จไปบรรทมใต้ต้นหว้า&nbsp;เงาไม้ได้บังกันพระองค์อยู่ประดุจพระกลด&nbsp;หาได้บ่ายไปตามตะวันไม่ และครั้งนี้เป็นครั้งที่สาม</p>

<p><img alt="🪷" height="16" referrerpolicy="origin-when-cross-origin" src="https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/t4e/1/16/1fab7.png" width="16" /> เมื่อพระองค์ทรงเสด็จประทับ ณ พุทธอาสน์แล้ว&nbsp;ขณะนั้นบังเกิดฝนโบกขรพรรษในบริเวณที่ประชุมนั้นโดยทั่วกัน&nbsp;มวลพระประยูรญาตินับตั้งแต่พระเจ้าสุทโธทนะ&nbsp;พระพุทธบิดาลงมา ต่างก็พากันชื่นชมโสมนัสในพระบารมี&nbsp;เมื่อได้เวลาพอสมควรแล้วต่างก็พร้อมกันกราบบังคมลา&nbsp;กลับยังพระราชนิเวศน์&nbsp;พระภิกษุทั้งหลาย เมื่อพระประยูรญาติทูลลากลับแล้ว&nbsp;ก็สนทนากันเรื่องฝนโบกขรพรรษ เพราะยังไม่เคยเห็น&nbsp;พระบรมศาสดาทรงทราบจึงตรัสว่าไม่ใช่แต่บัดนี้เท่านั้น&nbsp;ภิกษุทั้งหลาย แม้ในกาลก่อนฝนโบกขรพรรษก็เคยมีมาแล้ว&nbsp;บรรดาพระภิกษุทั้งหลายปรารถนาใคร่ทราบ&nbsp;จึงทูลอาราธนาพระพุทธองค์ทรงตรัสเรื่อง&nbsp;&ldquo;มหาเวสสันดรชาดก&rdquo; ดังต่อไปนี้</p>

<p><img alt="🪷" height="16" referrerpolicy="origin-when-cross-origin" src="https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/t4e/1/16/1fab7.png" width="16" />ในอดีตกาล สีพีราษฎร์บุรีมีพระราชาองค์หนึ่ง&nbsp;ทรงพระนามว่า &ldquo;พระเจ้าสีพีราช&rdquo;&nbsp;พระองค์มีพระโอรสองค์หนึ่งทรงพระนามว่า &ldquo;สญชัย&rdquo;&nbsp;เมื่อทรงเจริญวัยพระราชบิดาก็ทรงมอบราชสมบัติให้&nbsp;และอภิเษกสมรสกับ&ldquo;พระนางผุสดี&rdquo; ราชธิดาของพระเจ้ามัททราช&nbsp;อันพระนางผุสดี นี้ ในอดีตชาติชื่อ &ldquo;สุธัมมา&rdquo;&nbsp;สิ้นพระชนม์ไปบังเกิดบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์&nbsp;เป็นอัครมเหสีของสมเด็จพระอมรินทราธิราช&nbsp;เมื่อพระนางจะจุติจากสวรรค์ ได้ทูลขอประทานพร ๑๐ ประการ ดังนี้</p>

<p>(๑) ขอให้พระนางได้ประทับในปราสาท พระเจ้าสีพีราช</p>

<p>(๒) ขอให้ดวงเนตรทั้งสองมีสีดำประดุจตาลูกเนื้อทราย</p>

<p>(๓) ขอให้มีพระขนงเขียว ดุจสร้อยคอนกยูง</p>

<p>(๔) ขอให้มีพระนามว่า ผุสดี</p>

<p>(๕) ขอให้มีพระโอรสทรงพระเกียรติยิ่งกว่ากษัตริย์ทั้งหลาย</p>

<p>และมีพระราชศรัทธาในการกุศล</p>

<p>(๖) ขอให้อย่ามีพระครรภ์ปรากฏนูนดังสตรีสามัญ</p>

<p>(๗) ขออย่าให้พระถันทั้งคู่ดำ ในเวลาทรงครรภ์และเมื่อประสูติแล้วขออย่าให้หย่อนยาน</p>

<p>(๘) ขอให้เส้นพระเกศาดำเป็นมันดุจสีปีกแมลงค่อมทอง</p>

<p>(๙) ขอให้พระฉวีละเอียดดุจดังทองคำธรรมชาติ</p>

<p>(๑๐) ขอให้ทรงมีอำนาจปล่อยนักโทษประหารชีวิตให้พ้นโทษ</p>

<p>สมเด็จพระอมรินทราธิราชก็ทรงประสาทพร ๑๐ ประการ&nbsp;ที่พระนางผุสดีทูลขอได้ดังประสงค์</p>

<p>ที่มา : สำนักงานพระพุทธศาสนา</p>
]]></description>
<enclosure url='https://queensirikit.prd.go.th/th/file/get/file/20260919ea37b1fd7ce03f05e2fb5872b263f910093310.jpg' type='image/jpg' length='45065' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[DMIND นวัตกรรม AI คอยดูแลใจ: เมื่อเทคโนโลยีจับมือกับความห่วงใย เพื่อสุขภาพจิตของคนไทยทุกคน]]></title>
<link>https://queensirikit.prd.go.th/th/content/category/detail/id/31/iid/542361</link>
<guid isPermaLink="false">f847cd059a7d42b3ae0364f102ed3775</guid>
<pubDate>Sat, 19 Sep 2026 08:27:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>ในยุคที่ชีวิตเต็มไปด้วยความเร่งรีบและความกดดัน ปัญหาสุขภาพจิตโดยเฉพาะ <b _ngcontent-ng-c2011988360="" data-start-index="160">ภาวะซึมเศร้า</b> กลายเป็นเรื่องใกล้ตัวมากกว่าที่คิด&nbsp;จากสถิติพบว่ามีคนไทยป่วยเป็นโรคซึมเศร้ามากกว่า 1.5 ล้านคน แต่สามารถเข้าถึงการรักษาได้เพียง 28% เท่านั้น&nbsp;ในขณะที่สายด่วนสุขภาพจิต 1323 ต้องรับสายผู้ขอคำปรึกษาจำนวนมากจนเกินกำลังรองรับ&nbsp;ด้วยความห่วงใยในสุขภาวะทางจิตใจของประชาชน บุคลากรทางการแพทย์และนักวิจัยไทยจึงได้ร่วมกันพัฒนานวัตกรรมที่จะเข้ามาช่วยให้ทุกคนเข้าถึงการประเมินและดูแลสุขภาพจิตได้อย่างรวดเร็ว ง่ายดาย และเท่าเทียม</p>

<h3><b _ngcontent-ng-c2011988360="" data-start-index="584">🔵DMIND คืออะไร?</b></h3>

<p><b _ngcontent-ng-c2011988360="" data-start-index="598">DMIND</b> (Detection and Monitoring Intelligence Network for Depression) คือ <b _ngcontent-ng-c2011988360="" data-start-index="671">แอปพลิเคชันปัญญาประดิษฐ์ (AI) สำหรับคัดกรองผู้ที่มีภาวะซึมเศร้า&nbsp;</b>ซึ่งเกิดจากความร่วมมือของคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ศูนย์ AIMET), กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข, สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และบริษัท Agnos Health</p>

<p>DMIND ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อทำหน้าที่แทนจิตแพทย์&nbsp;แต่ทำหน้าที่เป็น &quot;ผู้ช่วยคัดกรองเบื้องต้นและเพื่อนที่พร้อมรับฟัง&quot;&nbsp;ผ่านระบบอวตาร์ในชื่อ <strong>&quot;คุณหมอพอดี&quot;&nbsp;</strong>ซึ่งเป็นตัวแทนอวตาร AI (Avatar AI) ทำหน้าที่เสมือนเพื่อนผู้รับฟังที่คอยรับฟังทุกความรู้สึกอย่างเป็นกันเอง ช่วยลดความกังวลและความเขินอายในการเริ่มต้นปรึกษาปัญหาทางใจ</p>

<p>จุดเด่นสำคัญคือระบบมีความสามารถในการวิเคราะห์แบบ <b data-index-in-node="49" data-path-to-node="6">Multimodal</b> ที่ไม่ได้ประเมินจากข้อความตัวอักษรเพียงอย่างเดียว แต่ยังสามารถวิเคราะห์เชิงลึกจาก <b data-index-in-node="142" data-path-to-node="6">น้ำเสียง การแสดงออกทางสีหน้า และคำพูด</b> เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการคัดกรองความเสี่ยงทางสุขภาพจิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>

<h3 data-path-to-node="8"><strong>🔵ประโยชน์และข้อดีของ DMIND</strong></h3>

<ul data-path-to-node="9">
	<li>
	<p data-path-to-node="9,0,0"><b data-index-in-node="0" data-path-to-node="9,0,0">ประเมินตนเองได้ทุกที่ ตลอด 24 ชั่วโมง:</b> เปิดโอกาสให้ผู้ที่มีความเครียดหรือความกังวล แต่ยังไม่กล้าไปพบแพทย์ สามารถสำรวจสุขภาพจิตของตนเองได้ในพื้นที่ส่วนตัวอย่างไร้ความกังวล</p>
	</li>
	<li>
	<p data-path-to-node="9,1,0"><b data-index-in-node="0" data-path-to-node="9,1,0">แบ่งระดับความเสี่ยงชัดเจน:</b> เมื่อประเมินเสร็จ ระบบจะแสดงผลเป็น 3 ระดับ (ปกติ สีเขียว, ปานกลาง สีเหลือง, รุนแรง สีแดง) ทำให้ผู้ใช้งานเข้าใจสถานะจิตใจของตนเอง</p>
	</li>
	<li>
	<p data-path-to-node="9,2,0"><b data-index-in-node="0" data-path-to-node="9,2,0">เชื่อมต่อระบบส่งต่อรวดเร็ว:</b> หากพบผู้ที่มีความเสี่ยงในระดับรุนแรง (สีแดง) ระบบจะมีกระบวนการประสานงานเพื่อส่งต่อให้แพทย์หรือนักจิตวิทยาให้คำปรึกษาและดูแลต่อทันที ช่วยลดความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้น</p>
	</li>
	<li>
	<p data-path-to-node="9,3,0"><b data-index-in-node="0" data-path-to-node="9,3,0">ลดภาระและเพิ่มประสิทธิภาพระบบสาธารณสุข:</b> ช่วยคัดกรองเคสเบื้องต้นให้กับบุคลากรทางการแพทย์ ทำให้ทีมแพทย์สามารถจัดลำดับความสำคัญและช่วยเหลือผู้ป่วยที่มีความจำเป็นเร่งด่วนได้อย่างรวดเร็ว</p>
	</li>
</ul>

<p data-path-to-node="9,3,0"><b _ngcontent-ng-c2011988360="" data-start-index="2461">🔵วิธีใช้งานและช่องทางการเข้าถึง</b></p>

<p>&nbsp; &nbsp;1. ใช้งานผ่านแอปพลิเคชัน LINE Account&nbsp;<b _ngcontent-ng-c2011988360="" data-start-index="2657">@หมอพร้อม&nbsp;</b>จากนั้น กดเมนู <strong>DMIND ดูแลสุขภาพใจ</strong><b _ngcontent-ng-c2011988360="" data-start-index="2657"><br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; </b>หรือ เข้าสู่เว็บไซต์ทางการ&nbsp;<b data-index-in-node="37" data-path-to-node="4,0,1,0,0"><a _ngcontent-ng-c663056337="" _nghost-ng-c258973730="" data-hveid="0" data-ved="0CAAQ_4QMahgKEwjEia-7yPSWAxUAAAAAHQAAAAAQ2wU" decode-data-ved="1" externallink="" href="https://aimet.tech/th/all-projects/dmind/" jslog="197247;track:generic_click,impression,attention;BardVeMetadataKey:W1sicl8yNThhNGQxOGMyZDE2NDk3IiwiY183OWNlYzExODdlMTllYWJkIixudWxsLCJyY180MGY0M2EzMzJjN2NjMzUwIixudWxsLG51bGwsInRoIixudWxsLDEsbnVsbCxudWxsLDEsMF1d" rel="noopener" target="_blank">https://aimet.tech/th/all-projects/dmind/</a></b><br />
&nbsp; &nbsp;2. กรอกชื่อ อายุ และเพศเพื่อให้ AI รู้จัก จากนั้นเลือกคุณหมอที่ต้องการพูดคุยด้วย และ AI จะขอข้อมูลเบื้องต้นก่อนที่จะเริ่มประเมิน<br />
&nbsp; &nbsp;3. เลือกคุณหมอที่ต้องการพูดคุย จากนั้นจะเริ่มประเมิน&nbsp;ซึ่งคุณสามารถพิมพ์ข้อความพูดคุย หรือตอบคำถามตามขั้นตอน เพื่อให้ระบบช่วยประเมินสภาวะจิตใจจากข้อความ น้ำเสียง หรือการแสดงออกของคุณ<br />
&nbsp; &nbsp;4. จากนั้นจะแสดงผลประเมินมี 3 ระดับว่าเราเสี่ยงมากน้อยแค่ไหน&nbsp;</p>

<p><img alt="📝" height="16" referrerpolicy="origin-when-cross-origin" src="https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/tcc/1/16/1f4dd.png" width="16" />&nbsp;การประเมินระดับความเสี่ยงผลการประเมินจะแสดงใน 3 ระดับ ได้แก่<br />
&nbsp; &nbsp;&nbsp;<img alt="💚" height="16" referrerpolicy="origin-when-cross-origin" src="https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/t94/1/16/1f49a.png" width="16" />&nbsp;ระดับปกติ (สีเขียว): ยังอยู่ในภาวะปกติ&nbsp;<br />
&nbsp; &nbsp;&nbsp;<img alt="💛" height="16" referrerpolicy="origin-when-cross-origin" src="https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/t15/1/16/1f49b.png" width="16" />ระดับกลาง (สีเหลือง): มีภาวะซึมเศร้า นักจิตวิทยาจะติดต่อกลับเพื่อให้คำปรึกษาภายใน 7 วัน<br />
&nbsp; &nbsp;&nbsp;<img alt="❤️" height="16" referrerpolicy="origin-when-cross-origin" src="https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/t6c/1/16/2764.png" width="16" />ระดับรุนแรง (สีแดง): ภาวะซึมเศร้ารุนแรง นักจิตวิทยาจะติดต่อกลับภายใน 1-24 ชั่วโมง</p>

<p><img alt="🌡️" height="16" referrerpolicy="origin-when-cross-origin" src="https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/tca/1/16/1f321.png" width="16" />ในกรณีที่มีความเสี่ยงระดับสีแดง ระบบจะส่งต่อข้อมูลไปยังสายด่วนสุขภาพจิต โทร 1323 เพื่อให้การดูแลอย่างทันท่วงที</p>

<h3><b _ngcontent-ng-c2011988360="" data-start-index="3028">🔵ด้วยความห่วงใย... เพื่อสุขภาพใจของคนไทยทุกคน</b></h3>

<p>&nbsp; &nbsp; นวัตกรรม DMIND สะท้อนถึง <b _ngcontent-ng-c2011988360="" data-start-index="3097">ความมุ่งมั่นและความห่วงใยของระบบสาธารณสุขไทย</b> ที่ต้องการก้าวข้ามข้อจำกัดเดิม ๆ เปลี่ยนความรู้สึก &quot;กังวล ไม่กล้าไปโรงพยาบาล&quot; หรือ &quot;กลัวว่าจะไม่มีใครรับฟัง&quot; ให้กลายเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่คุณสามารถเช็กสุขภาพใจตนเองได้ทุกเมื่อ&nbsp;หากคุณกำลังรู้สึกเหนื่อยล้า เครียด หรือมีเรื่องไม่สบายใจ คุณหมอพอดีและทีมสุขภาพจิตพร้อมเคียงข้างและรับฟังคุณเสมอ&nbsp;เพราะทุกความรู้สึกของคุณมีความหมาย</p>

<p data-path-to-node="9,3,0">&nbsp;</p>

<p>&nbsp;</p>

<p><b _ngcontent-ng-c2011988360="" data-start-index="671"></b></p>
]]></description>
<enclosure url='https://queensirikit.prd.go.th/th/file/get/file/2026091794e8b28f5b64d46a17067085341ce34e145422.jpg' type='image/jpg' length='2007349' />
</item>
<item>
<title><![CDATA["มัลแวร์เรียกค่าไถ่" (Ransomware) ภัยไซเบอร์ใกล้ตัวที่ต้องระวัง]]></title>
<link>https://queensirikit.prd.go.th/th/content/category/detail/id/31/iid/542235</link>
<guid isPermaLink="false">671277bd0f0626c9dc62a5b51f5c2056</guid>
<pubDate>Fri, 18 Sep 2026 06:54:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>ในยุคดิจิทัลที่ข้อมูลส่วนตัวและเอกสารสำคัญถูกจัดเก็บไว้ในรูปแบบไฟล์ดิจิทัล อาชญากรรมทางเทคโนโลยีก็ได้พัฒนาตามไปด้วย หนึ่งในภัยคุกคามที่น่ากลัวและสร้างความเสียหายให้แก่ทั้งบุคคลทั่วไปและองค์กรขนาดใหญ่มากที่สุดในปัจจุบันคือ <b data-index-in-node="222" data-path-to-node="1">&quot;มัลแวร์เรียกค่าไถ่&quot; (Ransomware)</b></p>

<h3 data-path-to-node="4"><strong>😈มัลแวร์เรียกค่าไถ่ (Ransomware) คืออะไร?&nbsp;</strong></h3>

<p data-path-to-node="5"><b data-index-in-node="0" data-path-to-node="5">Ransomware</b> คือซอฟต์แวร์ประสงค์ร้าย (Malware) ชนิดหนึ่งที่ถูกออกแบบมาเพื่อ <b data-index-in-node="74" data-path-to-node="5">&quot;ล็อก&quot;</b> หรือ <b data-index-in-node="86" data-path-to-node="5">&quot;เข้ารหัส&quot; (Encryption)</b> ไฟล์ข้อมูลต่างๆ ในคอมพิวเตอร์ มือถือ หรือระบบเครือข่าย ทำให้เจ้าของตัวจริงไม่สามารถเปิดดู แก้ไข หรือใช้งานไฟล์เหล่านั้นได้อีกต่อไป</p>

<p data-path-to-node="6">เมื่อข้อมูลถูกล็อกแล้ว ผู้ไม่หวังดีจะแสดงข้อความเรียกค่าไถ่ (มักเรียกเก็บเป็นสกุลเงินดิจิทัล เช่น Bitcoin) โดยยื่นข้อเสนอว่าหากยอมจ่ายเงิน จะส่งรหัสสำหรับปลดล็อกข้อมูลมาให้ แต่ในความเป็นจริงแล้ว <b data-index-in-node="195" data-path-to-node="6">หน่วยงานด้านความปลอดภัยไซเบอร์ทั่วโลกไม่แนะนำให้จ่ายเงินค่าไถ่</b> เนื่องจากไม่มีการรับประกันใดๆ ว่าท่านจะได้รับรหัสถอดรหัสจริง และอาจทำให้ตกเป็นเป้าหมายซ้ำอีก</p>

<h3 data-path-to-node="8"><strong>🤖กลไกการโจมตีของผู้ไม่หวังดี</strong></h3>

<p data-path-to-node="9">มัลแวร์เรียกค่าไถ่นั้นสามารถแฝงตัวเข้ามาในอุปกรณ์ของเราได้หลายช่องทาง โดยมีกลไกการโจมตีที่พบบ่อยดังนี้:</p>

<ul data-path-to-node="10">
	<li>
	<p data-path-to-node="10,0,0"><b data-index-in-node="0" data-path-to-node="10,0,0">การส่งอีเมลหลอกลวง (Phishing):</b> คนร้ายมักส่งอีเมลแนบไฟล์เอกสาร (เช่น Word, Excel, PDF หรือไฟล์บีบอัด .zip) ที่แฝงโค้ดอันตราย โดยปลอมแปลงเป็นหน่วยงานน่าเชื่อถือเพื่อให้ผู้ใช้ตายใจและกดดาวน์โหลดหรือเปิดไฟล์</p>
	</li>
	<li>
	<p data-path-to-node="10,1,0"><b data-index-in-node="0" data-path-to-node="10,1,0">ช่องโหว่ของซอฟต์แวร์และระบบปฏิบัติการ:</b> หากคอมพิวเตอร์หรือระบบไอทีไม่ได้อัปเดตแพตช์ความปลอดภัย คนร้ายจะใช้ช่องโหว่เหล่านั้นเป็นประตูเจาะเข้ามาฝังตัวในระบบ</p>
	</li>
	<li>
	<p data-path-to-node="10,2,0"><b data-index-in-node="0" data-path-to-node="10,2,0">เว็บไซต์ปลอมหรือลิงก์อันตราย:</b> การคลิกลิงก์โฆษณาชวนเชื่อ เว็บไซต์เถื่อน หรือดาวน์โหลดโปรแกรมเถื่อน (Crack/Keygen) ที่มีการฝากมัลแวร์ซ่อนอยู่</p>
	</li>
	<li>
	<p data-path-to-node="10,3,0"><b data-index-in-node="0" data-path-to-node="10,3,0">การเจาะระบบเครือข่าย (Remote Access):</b> หากมีการตั้งรหัสผ่านสำหรับรีโมตเข้าคอมพิวเตอร์ (เช่น RDP) ที่คาดเดาง่าย คนร้ายอาจใช้โปรแกรมสุ่มรหัสเพื่อเจาะเข้ามาควบคุมระบบโดยตรง</p>
	</li>
</ul>

<h3 data-path-to-node="12"><strong>&nbsp;🔒วิธีป้องกันตนเองและองค์กรเพื่อลดความเสี่ยง</strong></h3>

<p data-path-to-node="12">&nbsp; &nbsp;แม้ภัยนี้จะดูน่ากลัว แต่เราสามารถลดความเสี่ยงและป้องกันได้ด้วยการปรับพฤติกรรมการใช้งานและการจัดการระบบดังนี้</p>

<ul>
	<li data-path-to-node="12">ทำการสำรองข้อมูล (Backup) อย่างถูกวิธี:
	<ul>
		<li data-path-to-node="12">ควรสำรองข้อมูลสำคัญอย่างน้อย 2 เวอร์ชัน ไว้ในอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลที่ไม่ได้เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์หรือเครือข่ายตลอดเวลา (Offline Storage)</li>
		<li data-path-to-node="12">หมั่นทดสอบการกู้คืนข้อมูลเพื่อให้แน่ใจว่านำมาใช้งานได้จริงเมื่อเกิดเหตุ</li>
	</ul>
	</li>
	<li data-path-to-node="12">ระมัดระวังการใช้งานอีเมลและอินเทอร์เน็ต: หมั่นสังเกตอีเมล Phishing, ไม่คลิกลิงก์แปลกหน้า หรือเปิดไฟล์แนบที่ไม่น่าไว้วางใจ</li>
	<li data-path-to-node="12">อัปเดตระบบและใช้โปรแกรมความปลอดภัย: หมั่นอัปเดตซอฟต์แวร์และระบบปฏิบัติการให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดเพื่อปิดช่องโหว่ พร้อมทั้งติดตั้งโปรแกรมตรวจจับมัลแวร์ (Antivirus / EDR)</li>
	<li data-path-to-node="12">เข้มงวดกับการควบคุมสิทธิและการเข้าถึง: ใช้ระบบยืนยันตัวตนแบบหลายปัจจัย (Multi-factor Authentication - MFA), กำหนดสิทธิการเข้าถึงข้อมูลเท่าที่จำเป็น (Least Privilege) และตั้งรหัสผ่านที่ปลอดภัย</li>
	<li data-path-to-node="12">เฝ้าระวังการดึงข้อมูลออกนอกระบบ (สำหรับองค์กร): เนื่องจากแรนซัมแวร์เน้นการขโมยข้อมูลมากขึ้น การพึ่งพาการสำรองข้อมูลอย่างเดียวจึงไม่เพียงพอ องค์กรควรใช้นโยบายป้องกันข้อมูลสูญหาย (Data Loss Prevention - DLP) และเฝ้าระวังทราฟฟิกข้อมูลขาออกที่ผิดปกติ</li>
</ul>

<h3><strong>🔧วิธีรับมืออย่างถูกต้องเมื่อตกเป็นเหยื่อ</strong></h3>

<ol _ngcontent-ng-c496698432="" dir="auto">
	<li _ngcontent-ng-c2011988360="" data-start-index="3231"><b _ngcontent-ng-c2011988360="" data-start-index="3231">ตัดการเชื่อมต่อเครือข่ายทันที:</b> ถอดสายแลน ปิด Wi-Fi หรือตัดการเชื่อมต่อของเครื่องที่ติดมัลแวร์ รวมถึงระบบสำรองข้อมูลและอุปกรณ์บันทึกข้อมูลภายนอกทันที เพื่อป้องกันไม่ให้มัลแวร์แพร่กระจายไปยังเครื่องอื่น หรือแอบเข้าไปทำลายข้อมูลสำรอง</li>
	<li _ngcontent-ng-c2011988360="" data-start-index="3461"><b _ngcontent-ng-c2011988360="" data-start-index="3461">ไม่ควรจ่ายเงินค่าไถ่เด็ดขาด:</b> คำแนะนำสากลคือ<b _ngcontent-ng-c2011988360="" data-start-index="3504">ห้ามจ่ายเงินค่าไถ่</b> เพราะการจ่ายเงินเป็นการสนับสนุนวงจรอาชญากรรม และไม่มีหลักประกันใดๆ ว่าจะได้รับรหัสถอดรหัส หรือผู้โจมตีจะไม่นำข้อมูลที่ขโมยไปขายต่อในภายหลัง</li>
	<li _ngcontent-ng-c2011988360="" data-start-index="3662"><b _ngcontent-ng-c2011988360="" data-start-index="3662">สำรองข้อมูลส่วนที่ยังใช้งานได้และเปลี่ยนรหัสผ่าน:</b> สำรองข้อมูลส่วนที่ยังไม่เสียหายไว้ในอุปกรณ์บันทึกข้อมูลภายนอกชุดใหม่ (คนละชุดกับที่ใช้สำรองปกติ)<button _ngcontent-ng-c2011988360="" aria-describedby="cdk-describedby-message-ng-1-48" aria-haspopup="dialog" cdk-describedby-host="ng-1" data-disabled="false" dialoglabel="รายละเอียดการอ้างอิง" jslog="219344;track:generic_click,impression" panelclass="citation-tooltip-panel" triggerdescription="คลิกเพื่อเปิดรายละเอียดการอ้างอิง"></button> พร้อมทั้งเปลี่ยนรหัสผ่านของบัญชีผู้ใช้งานทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับเครื่องนั้น</li>
	<li _ngcontent-ng-c2011988360="" data-start-index="3884"><b _ngcontent-ng-c2011988360="" data-start-index="3884">แจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือ:</b> แจ้งไปยังหน่วยงานกำกับดูแล เช่น <b _ngcontent-ng-c2011988360="" data-start-index="3944">สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.)</b> หรือ <b _ngcontent-ng-c2011988360="" data-start-index="4016">ThaiCERT</b> (<code _ngcontent-ng-c2011988360="" data-start-index="4026">report@thaicert.or.th</code>)</li>
	<li _ngcontent-ng-c2011988360="" data-start-index="3884"><b _ngcontent-ng-c2011988360="" data-start-index="4048">ตรวจสอบเครื่องมือถอดรหัสฟรี:</b> ตรวจสอบสายพันธุ์ของมัลแวร์จากนามสกุลไฟล์หรือข้อความเรียกค่าไถ่ และลองค้นหาเครื่องมือถอดรหัสผ่านโครงการความร่วมมือระดับโลก เช่น <b _ngcontent-ng-c2011988360="" data-start-index="4204">No More Ransom</b> (<code _ngcontent-ng-c2011988360="" data-start-index="4220">www.nomoreransom.org</code>) ซึ่งมีคีย์และแอปพลิเคชันถอดรหัสฟรีสำหรับแรนซัมแวร์หลายสายพันธุ์ (โดยควรกระทำในสภาพแวดล้อมที่ไม่ได้เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต)</li>
</ol>

<p>การสร้างความตระหนักรู้และความระมัดระวังในการใช้งานอินเทอร์เน็ตในชีวิตประจำวัน ถือเป็นเกราะป้องกันชั้นดีที่สุดที่จะช่วยให้เราห่างไกลและรอดพ้นจากภัยมัลแวร์เรียกค่าไถ่</p>

<p><strong>แหล่งข้อมูล&nbsp;</strong><br />
&nbsp;&nbsp;- แนวปฏิบัติในการรับมือเหตุการณ์ภัยคุกคามทางไซเบอร์ เกี่ยวกับมัลแวร์เรียกค่าไถ่ (Ransomware) สำหรับหน่วยงานของรัฐ - ETDA<br />
&nbsp; -&nbsp;แนวโน้มแรนซัมแวร์ปี 2026 เปลี่ยนรูปแบบสู่การขโมยข้อมูลเพื่อรีดไถ โดยไม่เข้ารหัสระบบแล้ว - Thailand Computer Emergency Response Team (ThaiCERT)&nbsp;<br />
&nbsp; -&nbsp;What Is Ransomware-as-a-Service (RaaS)? : ศูนย์ข้อมูลภัยคุกคาม IBM Think</p>
]]></description>
<enclosure url='https://queensirikit.prd.go.th/th/file/get/file/202609174d2cc813c5a438da293f3c41ffcc198e111730.png' type='image/png' length='1725844' />
</item>
</channel>
</rss>
