ผู้แทนการค้าไทย ขึ้นเวที OCS Symposium 2026 ชี้ทางรอดประเทศระดับกลาง ชูยุทธศาสตร์ปฏิรูปกฎหมายเป็น “สินทรัพย์เชิงยุทธศาสตร์” ดึงดูดการลงทุน-เร่งเครื่องเจรจา FTA

เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2569 เวลา 10.00 น. ณ โรงแรม Grande Centre Point Lumphini กรุงเทพฯ นายวีระพงษ์ ประภา ผู้แทนการค้าไทย ได้รับเกียรติให้กล่าวปาฐกถาพิเศษ (Opening Keynote) ในหัวข้อ "How Geopolitical Disruption Is Redefining the Future of Middle Power" หรือ "การปรับตัวของประเทศระดับกลางท่ามกลางความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์โลก" ในงานประชุมวิชาการนานาชาติประจำปี OCS Annual Symposium 2026 ภายใต้แนวคิด "Strengthening Thailand's Resilience: Law Reform in an Era of Global Paradigm Shifts" ซึ่งจัดโดยสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

 

นายวีระพงษ์ กล่าวว่า ระเบียบเศรษฐกิจโลกกำลังเปลี่ยนผ่านจากยุคที่คาดเดาได้ไปสู่ยุคแห่งความผันผวนเชิงโครงสร้าง อนาคตของประเทศไทยในฐานะประเทศระดับกลาง (Middle Power) จะไม่ถูกกำหนดโดยขนาดประเทศหรือกำลังทหาร แต่จะถูกกำหนดโดย "ความสามารถในการปรับตัวเชิงยุทธศาสตร์" (Strategic Adaptability) โดยประเทศไทยไม่สามารถเป็นเพียงผู้รับกติกา (Passive Rule-Taker) ได้อีกต่อไป แต่ต้องตั้งเป้าที่จะเป็นทั้งผู้สร้างแนวร่วม (Coalition-Builder) ผู้ปฏิรูปภายในประเทศ (Domestic Reformer) และผู้ร่วมกำหนดมาตรฐาน (Standard-Shaper) ไปพร้อมกัน

 

ในการนี้ ประเทศไทยมีภารกิจสำคัญ 3 ประการในการก้าวขึ้นเป็นผู้เล่นสำคัญในเศรษฐกิจโลก ได้แก่ 1) การสร้างความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลได้เร่งรัดการเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA) กับหลายประเทศ อาทิ EFTA ศรีลังกา และภูฏาน รวมทั้งกำลังเร่งเจรจา FTA ไทย-สหภาพยุโรป (EU) 2) การปฏิรูปกฎระเบียบภายในประเทศ และ 3) การเสริมสร้างความเข้มแข็งของห่วงโซ่อุปทานเพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์มูลค่าสูง ทั้งนี้ การเจรจาการค้ายุคใหม่ไม่ได้จำกัดแค่เรื่องการลดภาษี แต่ครอบคลุมไปถึงการค้าดิจิทัล มาตรฐานสีเขียว (Green transition) สิทธิแรงงาน และความโปร่งใส ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยการประสานนโยบายการค้าเข้ากับนโยบายอุตสาหกรรมและการปฏิรูปกฎหมายอย่างเป็นเอกภาพ

 

นายวีระพงษ์ เสริมว่า การเจรจา FTA อย่างไทย-EU ไม่ได้เป็นเพียงการขยายโอกาสการเข้าถึงตลาด แต่ยังเป็นตัวเร่งให้เกิดการปฏิรูปโครงสร้างเชิงลึกภายในประเทศ ซึ่งไทยตั้งเป้าที่จะร่วมกำหนดมาตรฐาน (Co-create standards) กับพันธมิตร เพื่อให้กฎหมายและสถาบันของไทยสามารถรองรับกติกาใหม่ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ "ในโลกที่แบ่งขั้วอำนาจ กฎระเบียบที่ดีไม่ใช่เรื่องของระบบราชการที่ซับซ้อน (Bureaucracy) แต่มันคือโครงสร้างพื้นฐานแบบอ่อน (Soft Infrastructure) และเป็น 'สินทรัพย์เชิงยุทธศาสตร์' (Strategic Asset) ที่ชี้วัดขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างแท้จริง" นายวีระพงษ์ ย้ำในช่วงท้าย

 

ทั้งนี้ งานประชุมวิชาการนานาชาติ OCS Annual Symposium 2026 เป็นเวทีสำคัญระดับโลกที่รวบรวมผู้นำด้านกฎหมายและนโยบายจากทั้งในและต่างประเทศ อาทิ ผู้แทนระดับสูงจากสภาแห่งรัฐฝรั่งเศส (Conseil d'État) กระทรวงนโยบายกฎหมายแห่งสาธารณรัฐเกาหลี (MOLEG) และผู้ทรงคุณวุฒิระดับแนวหน้าของไทยมาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองด้านการพัฒนากฎหมายในยุคเปลี่ยนผ่าน เพื่อออกแบบแนวทางที่จะเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ประเทศไทยพร้อมรับมือกับทุกความท้าทายในระดับสากล

ที่มา: https://www.thaigov.go.th/th/news/165155


Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar