พม. จับมือ UN-Habitat ยกระดับพัฒนาเมือง-ที่อยู่อาศัยยั่งยืน ยึดชุมชนเป็นศูนย์กลาง หนุนแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีนานาชาติ แก้วิกฤตที่อยู่อาศัย

วันที่ 6 พฤษภาคม 2569 นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) ให้การต้อนรับ Mr. Srinivasa Popuri หัวหน้าสำนักงานประจำภูมิภาค โครงการตั้งถิ่นฐานมนุษย์แห่งสหประชาชาติ (UN-Habitat) ประจำประเทศไทย ในโอกาสเข้าเยี่ยมคารวะเพื่อแสดงความยินดีในการเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พร้อมทั้งหารือถึงแนวทางความร่วมมือในการขับเคลื่อนงานพัฒนาเมืองและที่อยู่อาศัยอย่างยั่งยืน โดยมี นางสาวสุนีย์ ศรีสง่าตระกูลเลิศ รองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ การเคหะแห่งชาติ และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) เข้าร่วม ณ ห้องรับรองสำนักงานรัฐมนตรี ชั้น 9 อาคารกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กรุงเทพมหานคร
นายนิกร กล่าวว่า การหารือครั้งนี้ Mr. Srinivasa Popuri หัวหน้าสำนักงานประจำภูมิภาค โครงการตั้งถิ่นฐานมนุษย์แห่งสหประชาชาติ (UN-Habitat) ประจำประเทศไทย ได้กล่าวแสดงความยินดีและชื่นชมบทบาทของกระทรวง พม. ในการขับเคลื่อนงานพัฒนาเมืองและที่อยู่อาศัยอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเสริมสร้างความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัยตามวาระใหม่แห่งการพัฒนาเมือง (New Urban Agenda) ควบคู่กับการพัฒนาที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง อีกทั้งได้ขอบคุณ ตน ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) ที่ตอบรับเข้าร่วมการประชุม World Urban Forum ครั้งที่ 13 (WUF13) ณ สาธารณรัฐอาเซอร์ไบจาน นับเป็นเวทีสำคัญในการสะท้อนบทบาทนำของประเทศไทยในการเผยแพร่แนวปฏิบัติที่ดีสู่ระดับนานาชาติ อาทิ โครงการบ้านมั่นคง และโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยต่าง ๆ ตลอดจนการต่อยอดสู่ความร่วมมือระหว่างประเทศกำลังพัฒนา (South-South Cooperation) อย่างเป็นรูปธรรมในด้านการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ซึ่ง UN-Habitat ได้นำเสนอแนวปฏิบัติที่ดีจากนานาประเทศ อาทิ การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี Remote Sensing และระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS) ของประเทศจีน รวมถึงการตรวจจับจุดความร้อน (Identification of Hotspots) เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการพัฒนาเมืองอย่างครอบคลุมในทุกมิติ นอกจากนี้ ยังได้นำเสนอเทคโนโลยีการก่อสร้างที่อยู่อาศัยเพื่อลดความร้อนภายในอาคาร ซึ่งเหมาะสมกับบริบทของประเทศไทยในฐานะประเทศเขตร้อน โดยมีการนำไปใช้แล้วในประเทศเนปาลและศรีลังกา อาทิ  การทาสีสะท้อนความร้อนบนหลังคา การใช้แผ่นสะท้อนความร้อน และสเปรย์สะท้อนความร้อน ซึ่งตนได้แสดงความสนใจและยินดีส่งเสริมความร่วมมือด้านเทคโนโลยีดังกล่าว เพื่อนำมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย
นายนิกร กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้ ยังมีการหารือถึงบริบทของวิกฤตที่อยู่อาศัยโลก (Global Housing Crisis) ซึ่งสะท้อนถึงความจำเป็นในการยกระดับชุมชนแออัด (Slum Upgrading) อย่างเร่งด่วน โดยเน้นย้ำว่าการพัฒนาเมืองจะไม่สามารถบรรลุความมั่งคั่งได้อย่างแท้จริง หากโครงสร้างพื้นฐานพื้นฐาน อาทิ ระบบระบายน้ำและการเข้าถึงถนน ยังไม่ได้รับการปรับปรุงอย่างเพียงพอ ซึ่งประเด็นดังกล่าวจึงควรถูกให้ความสำคัญในเวทีระหว่างประเทศ อาทิ การหารือในกรอบ OEWG Housing โดย UN-Habitat ได้เน้นย้ำถึงแนวทางการพัฒนาที่อยู่อาศัยโดยยึดชุมชนเป็นศูนย์กลาง (Community-based Housing) ควบคู่กับการพัฒนาเชิงพื้นที่ (Area-based Development) เพื่อให้การแก้ไขปัญหามีความครอบคลุมและตอบโจทย์ในระดับพื้นที่อย่างแท้จริง
"สำหรับความร่วมมือเชิงรูปธรรม นั้น ได้มีการหารือถึงความร่วมมือที่ดำเนินการร่วมกัน อาทิ โครงการบ้านเย็น (Passive Cooling Housing) ซึ่ง UN-Habitat ร่วมกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. ในการจัดทำข้อเสนอโครงการเพื่อขอรับการสนับสนุนจากกองทุน Adaptation Fund ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนงบประมาณให้ประเทศสมาชิกสหประชาชาติจัดทำข้อเสนอโครงการที่รองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทั้งนี้ ตนพร้อมสนับสนุนและผลักดันให้กระทรวง พม. ศึกษาเงื่อนไขการจัดทำโครงการขอรับการสนับสนุนจากกองทุนดังกล่าว เพื่อประโยชน์ของประเทศไทยในอนาคต" นายนิกร กล่าว
#กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ #พม #นิกรโสมกลาง #UN #UNHABITAT
 


Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar