พิษของแมงกระพรุนเกิดจาก เข็มพิษ (Nematocysts) นับล้านๆ ที่อยู่บริเวณหนวด เมื่อสัมผัสกับผิวหนัง เข็มพิษจะยิงสารพิษเข้าสู่ร่างกายทันที สารพิษนี้มีผลต่อระบบต่างๆ ในร่างกาย เช่น ระบบผิวหนัง ระบบประสาท ระบบหัวใจและหลอดเลือด
แมงกระพรุนในน่านน้ำไทยสามารถแบ่งพิษออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ตามความรุนแรงและผลกระทบต่อร่างกาย ดังนี้ครับ:
ตัวอย่างสายพันธุ์: แมงกระพรุนหนัง (Cabbage Jellyfish) หรือแมงกระพรุนไฟบางชนิด
อาการที่พบ:
ปวดแสบปวดร้อน คัน และระคายเคืองทันทีบริเวณที่สัมผัส
เกิดรอยแดง แผลพอง หรือรอยไหม้เป็นทางตามรอยหนวด
อาการมักจะทุเลาและหายได้เองภายในไม่กี่ชั่วโมงถึงไม่กี่วัน โดยไม่มีอันตรายถึงชีวิต
ตัวอย่างสายพันธุ์:
แมงกระพรุนกล่อง (Box Jellyfish / Sea Wasp): มีพิษร้ายแรงที่สุดในบรรดาแมงกระพรุน รูปร่างโปร่งใสทรงกล่อง มีหนวด4 มุม
แมงกระพรุนไฟหมวกโปร่งแสง (Portuguese Man o' War): แม้ทางชีววิทยาจะไม่ใช่แมงกระพรุนแท้ แต่มีพิษร้ายแรงและออกฤทธิ์คล้ายกัน
อาการที่พบ:
ปวดแสบปวดร้อนอย่างรุนแรงทันที
เกิดรอยแผลเป็นทางยาว สีม่วงคล้ำ หรือรอยไหม้ลึก
อาการทางระบบประสาทและหัวใจ: หากได้รับพิษปริมาณมาก สารพิษจะเข้าสู่กระแสเลือดอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดอาการใจสั่น ความดันโลหิตต่ำ หายใจลำบาก กล้ามเนื้อกระตุก หมดสติ และอาจหัวใจหยุดเต้นหรือเสียชีวิตได้ภายในไม่กี่นาที
การปฐมพยาบาลที่ถูกต้องและรวดเร็วช่วยลดปริมาณพิษที่เข้าสู่ร่างกายได้อย่างมาก:
ห้ามขัดถูหรือนวดบริเวณแผลเด็ดขาด (รวมถึงห้ามใช้มือเปล่าจับหนวด) เพราะจะทำให้เข็มพิษที่ยังไม่ปล่อยพิษ ยิงพิษออกมาเพิ่มขึ้น
ราดด้วยน้ำส้มสายชู (Vinegar) 5% อย่างน้อย 30 เซคอนด์ เพื่อยับยั้งการทำงานของเข็มพิษที่ยังไม่ปล่อยพิษ (ข้อควรระวัง: ห้ามใช้น้ำจืด ล้างแผลเด็ดขาด เพราะน้ำจืดจะกระตุ้นให้เข็มพิษปล่อยพิษออกมามากขึ้น)
ใช้แหนบ คีม หรือบัตรพลาสติกแข็ง เขี่ยเศษหนวดที่เหลืออยู่ออกอย่างระมัดระวัง
ลดอาการปวด สามารถใช้ถุงน้ำแข็งประคบเพื่อบรรเทาอาการปวดแสบปวดร้อนได้หลังจากราดน้ำส้มสายชูแล้ว
รีบนำส่งโรงพยาบาลทันที หากผู้ป่วยมีอาการรุนแรง เช่น แน่นหน้าอก หายใจไม่ออก เวียนศีรษะ คลื่นไส้ หรือหมดสติ
ข้อมูลและแนวทางการปฐมพยาบาลข้างต้นอ้างอิงจากหลักทางการแพทย์และหน่วยงานสาธารณสุขของไทย ได้แก่:
- กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข – แนวทางการเตือนภัยและการปฐมพยาบาลผู้ป่วยที่สัมผัสแมงกะพรุนพิษ (การใช้น้ำส้มสายชูและความอันตรายของการใช้น้ำจืด)
- ศูนย์พิษวิทยา คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี (Ramathibodi Poison Center) – แนวทางการดูแลรักษาผู้บาดเจ็บจากแมงกะพรุนพิษ ฉบับปรับปรุง (Protocol Jellyfish Poisoning) ในเรื่องการใช้กรดน้ำส้มสายชู 5% ต่อเนื่องอย่างน้อย 30 วินาที และขั้นตอนการจัดการหนวด
- กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ร่วมกับหน่วยงานแพทย์ฉุกเฉิน – มาตรการและข้อปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยในการช่วยเหลือผู้ได้รับพิษจากแมงกระพรุนกล่องและแมงกระพรุนไฟ