ประเพณีชักพระ / ลากพระ (Chak Phra Festival) พลังศรัทธาสามัคคี สายธารและวิถีบกแห่งลุ่มน้ำใต้

ช่วงเวลาจัดงาน: วันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 (หลังวันออกพรรษา 1 วัน)

“ประเพณีชักพระ” หรือที่เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า "ประเพณีลากพระ" เป็นประเพณีอันยิ่งใหญ่และงดงามที่จำลองวิถีชีวิต ความผูกพันกับสายน้ำ และความศรัทธาในบวรพระพุทธศาสนาของพี่น้องชาวภาคใต้ โดยเฉพาะในจังหวัดสุราษฎร์ธานี พัทลุง นครศรีธรรมราช และสงขลา ประเพณีนี้จัดขึ้นเพื่อต้อนรับพระพุทธองค์ในโอกาสที่เสด็จกลับจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ลงสู่โลกมนุษย์ ซึ่งเกิดขึ้นในวันรุ่งขึ้นหลังวันออกพรรษาของทุกปี

รากเหง้าและคติความเชื่อ

คติความเชื่อของประเพณีชักพระสืบเนื่องมาจากพุทธประวัติเช่นเดียวกับประเพณีตักบาตรเทโวของภาคกลาง เมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จลงมาจากสวรรค์หลังจากโปรดพระพุทธมารดา ประชาชนจำนวนมากที่เฝ้ารอรับเสด็จด้วยความปิติยินดี ได้พร้อมใจกันอัญเชิญพระพุทธองค์ขึ้นประดิษฐานบนบุษบกที่ตกแต่งอย่างสง่างาม แล้วร่วมกันลากแห่ไปยังที่ประทับ

ชาวใต้จึงได้สืบทอดเหตุการณ์ดังกล่าวมาเป็นประเพณี โดยอัญเชิญ "พระลาก" (พระพุทธรูปปางห้ามสมุทรหรือปางอุ้มบาตรซึ่งเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ประจำวัด) ขึ้นประดิษฐานบนบุษบกเหนือยานพาหนะ แล้วช่วยกันลากแห่ไปรอบเมืองเพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้ร่วมทำบุญตักบาตรและกราบไหว้บูชาเพื่อความเป็นสิริมงคล

อัตลักษณ์แห่งภูมิปัญญา: "นมพระ" และสองวิถีแห่งการลากพระ

หัวใจหลักของงานคือยานพาหนะที่ใช้ประดิษฐานพระพุทธรูป ซึ่งชาวใต้เรียกว่า "นมพระ" หรือ "พนมพระ" ตกแต่งสลักเสลาด้วยลวดลายไทยอย่างวิจิตรบรรจง เช่น ลายกนก ลายกระจัง และมักทำส่วนหน้าเป็นรูปพญานาคพ่นน้ำอย่างน่าเกรงขาม ประเพณีชักพระถูกแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบตามสภาพภูมิประเทศของแต่ละชุมชน:

1. การลากพระบก

นิยมจัดในชุมชนที่อยู่บนที่ราบ ตัว "นมพระ" จะถูกสร้างอยู่บนร้านไม้ไผ่ที่ติดล้อหรือเลื่อนไม้ขนาดยักษ์ มีการผูกสายเชือกยาวสองเส้นไว้ด้านหน้า เพื่อให้ประชาชนนับร้อยนับพันคนทั้งชาย หญิง และเด็ก ร่วมแรงร่วมใจกันออกแรงดึงลากขบวนพนมพระไปตามท้องถนนอย่างช้าๆ ท่ามกลางเสียงโห่ร้องและเสียงกลองโพนที่รัวจังหวะเร้าใจ

2. การลากพระน้ำ

นิยมจัดในชุมชนริมน้ำ ลำคลอง หรือชายฝั่งทะเล (โดดเด่นมากริมแม่น้ำตาปี จังหวัดสุราษฎร์ธานี) โดยจะนำ "นมพระ" ประดิษฐานบนเรือลำใหญ่ หรือนำเรือพายหลายๆ ลำมาผูกขนานกันเป็นแพขนานยนต์ ตกแต่งอย่างอลังการกลางสายน้ำ แล้วใช้เรือพายลำอื่นๆ ดึงลากจูงเรือพระให้ล่องไปตามลำน้ำ เกิดเป็นภาพสะท้อนฝีมือช่างศิลป์และวิถีชีวิตชาวน้ำที่สวยงามตระการตา

กิจกรรมรื่นเริงและขนมสัญลักษณ์

บรรยากาศตลอดงานชักพระจะเต็มไปด้วยความสนุกสนานและเสียงดนตรีพื้นบ้าน มีกิจกรรมที่เป็นสีสันดึงดูดใจผู้คนมากมาย:

  • การแทงต้ม (ทำขนมต้ม): ก่อนวันงาน ชาวบ้านจะมารวมตัวกันทำ "ขนมต้ม" หรือ "ต้ม" (ข้าวเหนียวผัดน้ำกะทิห่อด้วยใบกะพ้อเป็นรูปทรงสามเหลี่ยมแล้วนำไปต้มจนสุก) เพื่อนำมาใช้ใส่บาตรพระลาก แขวนประดับรอบพนมพระ และแบ่งปันกันกินในหมู่ญาติมิตร

  • การแข่งเรือยาวและการตีกลองโพน: ในการลากพระน้ำมักมีการแข่งขันเรือยาวเพื่อความสนุกสนาน ส่วนการลากพระบกจะมีการแข่งขันประชันเสียง "กลองโพน" (กลองทัดขนาดใหญ่ของภาคใต้) ชุมชนใดที่ตีกลองได้เสียงทุ้มลึกและกึกก้องยาวนานที่สุดจะเป็นผู้ชนะ

คุณค่าทางสังคม: ประเพณีชักพระ/ลากพระ เป็นภาพสะท้อนอันเด่นชัดของ "พลังศรัทธาและสามัคคีธรรม" ของชาวใต้ เพราะการเคลื่อนย้ายพนมพระขนาดยักษ์ไม่สามารถทำได้ด้วยกำลังของคนเพียงไม่กี่คน แต่ต้องอาศัยผู้คนเรือนร้อยเรือนพันที่มาช่วยกันจับสายเชือกแล้วออกแรงก้าวเดินไปพร้อมกัน เชือกผูกเรือพระจึงเปรียบเสมือนสายใยแห่งความรัก ความเอื้ออาทร และความภูมิใจในวัฒนธรรมท้องถิ่นที่ผูกร้อยหัวใจของคนในชุมชนให้เป็นหนึ่งเดียวในทุกๆ ปี


Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar