วิธีปฏิบัติตน เมื่อพายุและลมแรงมาถึงตัว

"พายุและลมกระโชกแรง" เป็นหนึ่งในภัยธรรมชาติที่สามารถเกิดขึ้นได้ทุกฤดูกาล ไม่ว่าจะเป็นพายุฤดูร้อน พายุดีเปรสชัน หรือพายุโซนร้อน ความน่ากลัวของมันคือแรงลมที่สามารถพัดบ้านพังทั้งหลัง หักโค่นต้นไม้ใหญ่ และทำให้ป้ายโฆษณาขนาดหมึมาล้มครืนลงมาได้ในเสี้ยววินาที เพื่อลดความสูญเสียและปกป้องชีวิตของคุณ รวมถึงคนในครอบครัว นี่คือแนวทางการปฏิบัติตนที่ถูกต้องเมื่อต้องเผชิญหน้ากับลมกระโชกแรง

1. เมื่ออยู่ในอาคารบ้านเรือน: "ปิด ล็อก หลบ"  🏠

บ้านหรืออาคารที่มั่นคงคือป้อมปราการที่ดีที่สุด แต่คุณต้องจัดการพื้นที่ให้ปลอดภัยด้วยหลักการง่ายๆ ดังนี้:

  • ปิดและล็อกประตูหน้าต่างให้สนิททุกบาน: แรงดันลมจากภายนอกสามารถพัดเข้ามาทำให้หน้าต่างกระจกแตก หรือพัดดันจนหลังคาบ้านปลิวหลุดออกไปได้ การล็อกให้แน่นหนาจะช่วยลดแรงปะทะของลม

  • หลบให้ห่างจากกระจก: หลีกเลี่ยงการยืนใกล้หน้าต่างกระจก ประตูกระจก หรือผนังเบา เพราะลมที่แรงมากๆ อาจพัดสิ่งของจากข้างนอก (เช่น กิ่งไม้ เศษหิน) ปลิวมาทะลุกระจกจนเกิดอันตรายได้ ควรหลบอยู่ในห้องโถงกลางบ้านหรือห้องที่ไม่มีหน้าต่าง

  • ตัดกระแสไฟฟ้าที่ไม่จำเป็น: ลมกระโชกแรงมักมาพร้อมกับฝนฟ้าคะนองและฟ้าผ่า ควรดึงปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าออก เพื่อป้องกันความเสียหายจากกระแสไฟกระชากหรือไฟดับกะทันหัน

2. เมื่ออยู่กลางแจ้ง: "หนีห่างสิ่งปลูกสร้างชั่วคราว" ️⛳️

หากคุณอยู่ข้างนอกบ้านในขณะที่ลมเริ่มพัดกรรโชกอย่างรุนแรง สิ่งที่ต้องทำทันทีคือ การหาที่หลบภัยที่มั่นคง * ห้ามหลบใต้ต้นไม้ใหญ่และป้ายโฆษณา: นี่คือจุดที่อันตรายที่สุด เพราะกิ่งไม้ใหญ่สามารถหักโค่นลงมาทับ หรือโครงสร้างป้ายโฆษณาอาจต้านทานแรงลมไม่ไหวและล้มทับลงมา

  • หลีกเลี่ยงสิ่งปลูกสร้างชั่วคราว: เช่น นั่งร้านก่อสร้าง, เต็นท์ผ้าใบ, ศาลาไม้ริมทาง หรือสังกะสีมุงหลังคาเก่าๆ เพราะสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้ทนแรงลมพายุ

  • หมอบราบกับพื้นหากไม่มีที่หลบภัย: หากอยู่กลางทุ่งโล่งหรือพื้นที่ที่ไม่มีอาคารเลย และลมแรงจนทรงตัวไม่อยู่ ให้หาพื้นที่ต่ำ (เช่น คูน้ำที่ไม่มีน้ำท่วมขัง) นอนหมอบราบกับพื้นเพื่อลดพื้นที่ปะทะลม และใช้แขนกำบังศีรษะไว้

3. เมื่อกำลังขับขี่รถยนต์: "ตั้งสติ ลดความเร็ว หาที่จอด" 🚗

ลมกระโชกแรงสามารถส่งผลต่อการควบคุมรถยนต์ได้อย่างมาก โดยเฉพาะรถตู้ รถกระบะตู้ทึบ หรือรถจักรยานยนต์

  • ลดความเร็วและจับพวงมาลัยให้มั่น: แรงลมที่ปะทะด้านข้างรถอาจทำให้รถส่ายหรือเสียการทรงตัว (อาการพวงมาลัยเบา) การลดความเร็วจะช่วยให้ควบคุมรถได้ง่ายขึ้น

  • เว้นระยะห่างจากรถคันอื่น: โดยเฉพาะรถบรรทุกขนาดใหญ่หรือรถที่บรรทุกของสูง เพราะรถเหล่านั้นอาจต้านลมจนพลิกคว่ำ หรือมีสิ่งของปลิวหลุดลงมาใส่รถของเราได้

  • หาที่จอดที่ปลอดภัย: หากลมแรงจนรถส่ายรุนแรงหรือทัศนวิสัยแย่มาก ให้เปิดไฟฉุกเฉินและเลี้ยวจอดข้างทางในจุดที่ปลอดภัย (ห้ามจอดใต้ต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณา หรือเสาไฟฟ้า) แล้วรออยู่ในรถจนกว่าลมจะสงบ

4. หลังลมพายุสงบ: "ตรวจสอบก่อนก้าวเดิน" 🚶

เมื่อลมหยุดพัดแล้ว อย่าเพิ่งประมาทรีบวิ่งออกไปข้างนอกทันที เพราะภัยแฝงยังคงอยู่รอบตัว:

  • ระวังสายไฟและเสาไฟล้ม ️: หากพบสายไฟขาดพาดอยู่บนพื้น หรือพาดอยู่บนตัวรถ ห้ามเข้าใกล้หรือสัมผัสเด็ดขาด เพราะอาจมีกระแสไฟฟ้ารั่วไหล ให้โทรแจ้งเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าทันที

  • ระวังโครงสร้างที่ทรุดโทรม: หลีกเลี่ยงการเดินใกล้กำแพงเก่า หรืออาคารที่ได้รับความเสียหายจากพายุ เพราะโครงสร้างอาจจะถล่มลงมาซ้ำสองได้

📌 ข้อคิดยามวิกฤต: ลมกระโชกแรงมักมาไวและไปไว แต่ความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้นรวดเร็วและรุนแรงมาก ดังนั้น ทันทีที่เห็นท้องฟ้ามืดครึ้ม ลมเริ่มเปลี่ยนทิศ หรือได้ยินเสียงลมพัดอื้ออึง ให้หยุดกิจกรรมกลางแจ้งทั้งหมดแล้วหาที่หลบภัยทันที "อย่ารอจนกว่าพายุจะมาถึงตัว เพราะบางครั้ง... มันอาจจะสายเกินไป"


Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar