
หากจะเอ่ยถึงวรรณคดีไทยที่ได้รับความนิยมสูงสุด มีชื่อเสียงแพร่หลาย และเป็นที่รู้จักของคนไทยทุกเพศทุกวัย คงหนีไม่พ้นเรื่อง "พระอภัยมณี" ผลงานชิ้นเอกของกวีเอกแห่งกรุงรัตนาสินทร์ "สุนทรภู่" วรรณคดีเรื่องนี้ไม่ได้เป็นเพียงนิทานคำกลอนเพื่อความบันเทิง แต่ยังเป็นมหากาพย์แฟนตาซีที่เปี่ยมไปด้วยจินตนาการอันล้ำยุค สะท้อนภาพสังคม และสอดแทรกคติธรรมอย่างแยบยล จนได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโก (UNESCO) ให้เป็นบุคคลสำคัญของโลกด้านวรรณกรรม
สุนทรภู่เริ่มประพันธ์เรื่องพระอภัยมณีตั้งแต่วัยหนุ่ม (คาดว่าประมาณปี พ.ศ. 2364 ในสมัยรัชกาลที่ 2) ขณะที่ฝากตัวอยู่กับพระองค์เจ้าพงษ์อิศเรศ และแต่งต่อเนื่องเรื่อยมาจนกระทั่งสิ้นสมัยรัชกาลที่ 3 รวมระยะเวลากว่า 20 ปี โดยสุนทรภู่ได้ทะยอยแต่งเป็นตอนๆ เพื่อขายหรือแลกกับสิ่งของ ทำให้เนื้อหาของเรื่องมีความยาวมาก (94 เล่มสมุดไทย) และมีการผจญภัยที่หลากหลาย
ความโดดเด่นของพระอภัยมณีคือเป็น "เรื่องที่แต่งขึ้นจากจินตนาการเอง" เกือบทั้งหมด ต่างจากวรรณคดีเรื่องอื่นๆ ในยุคเดียวกันที่มักนำมาจากชาดก, บทละครโบราณ หรือพงศาวดาร สุนทรภู่ผสมผสานความรู้ทางประวัติศาสตร์, ภูมิศาสตร์ฉบับชาวบ้าน, ความเชื่อทางไสยศาสตร์ และประสบการณ์การพบเห็นชาวต่างชาติในสมัยต้นรัตนโกสินทร์ เข้าด้วยกันจนเกิดเป็นโลกแฟนตาซีที่มีเอกลักษณ์
กาลครั้งหนึ่ง มีเจ้าชายสองพี่น้องแห่งกรุงรัตนา คือ พระอภัยมณี และ ศรีสุวรรณ ถูกท้าวสุทัศน์ผู้เป็นบิดาส่งไปเรียนวิชาเพื่อกลับมาครองเมือง แต่ศรีสุวรรณเลือกเรียนวิชากระบี่กระบอง ส่วนพระอภัยมณีเลือกเรียน "วิชาเป่าปี่" (ซึ่งมีฤทธิ์สะกดคนให้เคลิบเคลิ้มหรือหลับใหลได้) ทำให้บิดากริ้วมากเพราะมองว่าเป็นวิชาที่ไม่เหมาะสมกับกษัตริย์ จึงเนรเทศทั้งสองออกจากเมือง
ระหว่างการเดินทาง พระอภัยมณีเป่าปี่จนทำให้ศรีสุวรรณและพราหมณ์ทั้งสามหนีไป เสียงปี่อันไพเราะไปเข้าหู นางผีเสื้อสมุทร ยักษ์แปลงกายมาเห็นพระอภัยมณีก็เกิดความหลงใหล จึงลักพาตัวพระอภัยมณีไปอยู่ด้วยกันในถ้ำใต้ทะเลนานถึง 8 ปี และมีลูกชายด้วยกันชื่อ สินสมุทร
ต่อมา พระอภัยมณีได้รับความช่วยเหลือจากพ่อนางเงือกและแม่นางเงือก จึงพาตัดใจพาพสินสมุทรหนี โดยมีนางผีเสื้อสมุทรไล่ตามด้วยความแค้น ทั้งหมดเดินทางไปยัง เกาะแก้วพิสดาร และได้รับความช่วยเหลือจาก พระโยคี (ฤษี) ผู้มีเวทมนตร์สูง ทำให้ผีเสื้อสมุทรไม่สามารถเข้ามาทำร้ายได้ พระอภัยมณีจึงใช้เวลาอยู่บนเกาะแห่งนี้และมีลูกกับนางเงือกชื่อ สุดสาคร
หลังจากนั้น การผจญภัยที่ยิ่งใหญ่ก็บังเกิดขึ้น พระอภัยมณีและศรีสุวรรณแยกกันเดินทาง พบเจอทั้งความรักทางอารมณ์, สงครามระหว่างเมือง, เจ้าหญิงนักรบ, ชาวต่างชาติ (ฝรั่ง, จีน, แขก), เรือกลไฟ, และของวิเศษมากมาย โดยมีตัวละครสำคัญๆ อย่าง นางสุวรรณมาลี, นางละเวงวัณฬา (เจ้าหญิงฝรั่งคู่ปรับที่กลายเป็นคนรัก), อุศเรน (คู่หมั้นนางสุวรรณมาลี) และ มังคลา (ลูกของพระอภัยมณีกับนางละเวง) เข้ามามีบทบาทในการห้ำหั่นทั้งทางรบและทางรัก จนกระทั่งเรื่องราวบทสรุปจบลงด้วยคติธรรมเรื่องกรรมและการปล่อยวาง
พระอภัยมณี: ตัวเอกรูปงาม ผู้มีวาทศิลป์และวิชาเป่าปี่เป็นอาวุธ เป็นกษัตริย์ที่มีนิสัยอ่อนโยน เจ้าชู้ (มีภรรยาหลายคนจากหลายเชื้อชาติ) แต่ก็เป็นผู้ยึดมั่นในหน้าที่และศีลธรรมในบั้นปลาย
นางผีเสื้อสมุทร (Phisuea Samut): ยักษ์ผู้ครองทะเล เป็นสัญลักษณ์ของแรงปรารถนาและความรักอันรุนแรงที่ขาดสติ ท่ามกลางความเป็นผู้ร้าย นางมีความน่าสงสารจากการถูกทอดทิ้ง
นางเงือก (The Mermaid): ตัวแทนแห่งความรักเสียสละ อ่อนหวาน และเป็นผู้กตัญญูที่ช่วยเหลือสามีและลูก
ศรีสุวรรณ: พระอนุชาผู้เก่งกล้าในวิชารบ เป็นกำลังสำคัญในการช่วยเหลือพระอภัยมณีเสมอมา
สินสมุทร & สุดสาคร: สองโอรสผู้มีฤทธิ์เดช สินสมุทรเป็นลูกครึ่งยักษ์มีความแข็งแกร่ง ส่วนสุดสาครเป็นลูกครึ่งเงือกผู้เติบโตบนเกาะแก้วพิสดารและเดินทางตามหาพ่อพร้อม ม้านิลมังกร ของวิเศษคู่ใจ
พระโยคี: ฤษีผู้ทรงศีล สัญลักษณ์ของปัญญาและความปล่อยวาง เป็นผู้ช่วยชีวิตตัวละครหลายตัวจากวิกฤต
นางสุวรรณมาลี & นางละเวงวัณฬา: สองหญิงเก่ง สุวรรณมาลีเป็นหญิงไทยผู้มีสติปัญญาและมีความรักที่ยึดมั่น ส่วนละเวงวัณฬาเป็นเจ้าหญิงฝรั่งผู้เป็นผู้นำทัพ สะท้อนภาพผู้หญิงสมัยใหม่ที่มีบทบาททางการเมือง
พระอภัยมณี ไม่ได้เป็นเพียงนิทานแฟนตาซีธรรมดา แต่มีความล้ำหน้าเกินยุคสมัย (Modernity) อย่างมาก
มุมมองต่อชาวต่างชาติ (Internatinal Scope): สุนทรภู่ไม่ได้มองชาวต่างชาติ (Farang) ในแง่ลบทั้งหมด แต่สะท้อนให้เห็นว่าพวกเขามีความรู้ทางวิทยาการ (เช่น เรือกลไฟ, ปืนใหญ่) และเป็นกษัตริย์ที่เก่งกล้า (นางละเวงวัณฬา) ซึ่งต่างจากวรรณคดีไทยโบราณที่มักมองคนต่างเชื้อชาติเป็นยักษ์หรือมาร
บทบาทสตรีที่เข้มแข็ง (Strong Female Characters): นางสุวรรณมาลีและนางละเวงวัณฬาไม่ใช่หญิงสาวที่รอให้ผู้ชายมาช่วย แต่พวกเธอมีความเฉลียวฉลาด, สามารถนำทัพรบ, และมีบทบาทสำคัญในการตัดสินใจเรื่องราว
การใช้ศิลปะเหนืออาวุธ (Art over Weapons): การที่พระอภัยมณีใช้วิชาเป่าปี่ (ศิลปะ) เพื่อสะกดหรือหยุดยั้งสงคราม แทนที่จะใช้พละกำลังหรืออาวุธเพียงอย่างเดียว เป็นแนวคิดที่ล้ำยุคมาก แสดงให้เห็นถึงพลังทางจิตวิญญาณและปัญญา
จินตนาการอันล้ำสมัย: เรือของโจรสลัดสุรังที่มีขนาดมหึมา (ก่อน Titanic), เครื่องดนตรีกลไข, ความรู้เรื่องกระแสน้ำและการเดินทางทางทะเล แสดงให้เห็นว่าสุนทรภู่เป็นกวีผู้มีความรู้รอบตัวสูง
พระอภัยมณี เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญยิ่งของไทย ไม่เพียงแต่ในแง่ของความไพเราะของกลอนแปดที่สุนทรภู่สร้างสรรค์ แต่ยังในแง่ของการหล่อหลอมจินตนาการ คติธรรม และมุมมองต่อโลกของคนไทยมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
เรื่องราวของพระอภัยมณี, นางผีเสื้อสมุทร, สุดสาคร และม้านิลมังกร ยังคงได้รับการนำมาดัดแปลงเป็นละคร, ภาพยนตร์, การ์ตูน, และเป็นสื่อการเรียนการสอนในโรงเรียนอย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นว่าวรรณคดีชิ้นเอกเล่มนี้ ยังคง "มีลมหายใจ" และสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คนในทุกยุคสมัยครับ