วันที่ 20 กันยายน 2569 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคกลาง สั่งการย้ำผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี และ ปภ. เร่งช่วยเหลือ เยียวยา บรรเทาทุกข์ และฟื้นฟูเหตุอุทกภัยจังหวัดสระบุรีให้เป็นไปอย่างรวดเร็ว
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคกลาง เผยว่า ตามที่เกิดฝนตกกระจายทั่ว 76 จังหวัด และกรุงเทพมหานคร ตั้งแต่วันที่ 17 กันยายน 2569 จนถึงปัจจุบัน (20 ก.ย. 69) ทำให้หลายพื้นที่เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม โดยเฉพาะพื้นที่ภาคกลาง ที่จังหวัดสระบุรี ซึ่งฝนที่ตกหนักต่อเนื่องทำให้น้ำไหลบ่าเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนใน อ.มวกเหล็ก และ อ.หนองแซง ประชาชนได้รับผลกระทบ ความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สิน พื้นที่เกษตรกรรม และโครงสร้างพื้นฐาน รัฐบาลโดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้สั่งการให้ตน ในฐานะประธานคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคกลาง ดำเนินการมาตรการเร่งด่วนในการช่วยเหลือ สำรวจ เยียวยา และฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัยจังหวัดสระบุรี
ในการนี้ นายเอกนิติ รองนายกรัฐมนตรี ได้ประสานสั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี ให้กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสระบุรี หน่วยทหาร ส่วนราชการ และ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ดำเนินมาตรการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนอย่างเร่งด่วน ดังนี้
พื้นที่ที่มีสถานการณ์น้ำท่วม
ให้จังหวัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือประชาชนอย่างเร่งด่วน: โดยจัดตั้งศูนย์บัญชาการส่วนหน้าในจุดที่เข้าถึงง่ายเพื่อบูรณาการกำลังพลและเสบียงอาหาร น้ำดื่ม ยารักษาโรค แจกจ่ายให้ถึงมือผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่องทุกครัวเรือน โดยเฉพาะพื้นที่ที่ถูกตัดขาด
บูรณาการระดมเครื่องจักรกลสาธารณภัย และเร่งระบายน้ำ: โดยให้ประสานกรมชลประทาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดมติดตั้งเครื่องสูบน้ำ เพื่อผลักดันน้ำและเร่งระบายน้ำจากพื้นที่ชุมชนและพื้นที่เศรษฐกิจให้แห้งโดยเร็วที่สุด
ดูแลกลุ่มเปราะบางอย่างใกล้ชิด: ให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับการอพยพ ดูแล และอำนวยความสะดวกด้านสุขภาพกายและจิตใจให้กับผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง เด็ก และสตรีมีครรภ์
สำหรับพื้นที่ที่สถานการณ์เริ่มคลี่คลาย ให้จังหวัดช่วยเหลือ ฟื้นฟู เยียวยา ประชาชนอย่างเร่งด่วน ดังนี้
เร่งสำรวจความเสียหายแบบคู่ขนาน โดยให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสำรวจความเสียหายบ้านเรือน สิ่งสาธารณประโยชน์ และพื้นที่การเกษตร/ประมง/ปศุสัตว์ ทันทีที่ระดับน้ำเริ่มลดลง โดยใช้เทคโนโลยีหรือภาพถ่ายทางอากาศร่วมด้วย เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและรวดเร็ว รวมทั้งเร่งรัดกระบวนการพิจารณาและจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ
การฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐาน ระบบสาธารณูปโภค และสุขอนามัยหลังน้ำลด โดยให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การประปาส่วนภูมิภาค และสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัด เร่งตรวจสอบความปลอดภัย ซ่อมแซมระบบไฟฟ้า ประปา ถนน สะพาน ให้กลับมาใช้งานได้อย่างปลอดภัยโดยเร็วที่สุด
บูรณาการทำความสะอาดพื้นที่ Big Cleaning และป้องกันโรคระบาด โดยระดมกำลังจิตอาสา อสม. อปพร. อส. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมทำความสะอาดบ้านเรือน สถานศึกษา พื้นที่สาธารณะ และให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดแจกจ่ายเวชภัณฑ์ป้องกันโรคที่มากับน้ำท่วม เช่น น้ำกัดเท้า โรคฉี่หนู
ด้านนายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้เน้นย้ำไปยังสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสระบุรี ให้รายงานผลการดำเนินงานและการให้ความช่วยเหลือให้คณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคกลาง และกรม ปภ. ทราบจนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
ทั้งนี้ ปัจจุบันจังหวัดสระบุรีมีสถานการณ์อุทกภัยรวม 2 อำเภอ 3 ตำบล 5 หมู่บ้าน ได้แก่ ต.ม่วงหวาน ต.หนองกบ อ.หนองแซง ต.มวกเหล็ก อ.มวกเหล็ก ประชาชนได้รับผลกระทบ 57 ครัวเรือน 179 คน มีการจัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราว ณ โรงเรียนบ้านเขาไม้เกวียน และวัดท่าเสา ต.มวกเหล็ก อ.มวกเหล็ก มีผู้พักพิงที่วัดท่าเสา 30 ราย ซึ่งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จะติดตามการช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนได้รับความช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว ตามข้อสั่งการของ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี